ชี้แจงก่อนเลยครับ นี่คือหนังปี 1982 นะครับผม คนละเรื่องโดยสิ้นเชิงกับ Alone in the Dark หนังดี๊ดี ของผู้กำกับ Uwe Boll และก็สร้างก่อนเกม Alone จะก่อกำเนิดด้วยครับ
ชี้แจงก่อนเลยครับ นี่คือหนังปี 1982 นะครับผม คนละเรื่องโดยสิ้นเชิงกับ Alone in the Dark หนังดี๊ดี ของผู้กำกับ Uwe Boll และก็สร้างก่อนเกม Alone จะก่อกำเนิดด้วยครับ
Bela Lugosi ดาราเจ้าตำรับบทแดร็กคูล่าคนนี้เป็นอีกหนึ่งดาราที่ผมชอบมากเลยนะครับ ไม่ว่าจะหน้าตา ท่าทาง แคแร็คเตอร์ก็ดูเหมาะจะแสดงบทลึกลับที่ดูมีอำนาจ พวกจอมปีศาจหรือนักวิทยาศาสตร์นี่ผมว่าเหมาะจริงๆ ครับ
ไคลี่ แพรตต์ (Jodie Foster) กับลูกสาวได้เดินทางกลับบ้านด้วยเครื่องบินนะครับ จากเบอร์ลินไปอเมริกา ระหว่างทางไคลี่ก็พลอยหลับไป ตื่นขึ้นมาอีกที ลูกสาวเธอกลับหายตัวไปไหนก็ไม่รู้ ถามใครๆ ก็บอกไม่มีใครเห็น พอตรวจดูบันทึกผู้โดยสารกลับไม่ปรากฎว่าเธอพาลูกขึ้นมาด้วย
หลังจากคาร์ล เจมิสัน (Martin Sheen) ตำรวจนักจิตวิทยาสูญเสียภรรยาไปในอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง เขากับลูกชายที่ชื่อ คริส (Harley Cross) ก็ตัดสินใจย้ายมาอยู่นิวยอร์ค ที่ซึ่งมีคดีฆาตกรรมเด็กเกิดขึ้น และเป็นไปได้ว่านี่จะไม่ใช่แค่การฆาตกรรมธรรมดา แต่เป็นการฆ่าเพื่อบูชายัญตามความเชื่อของลัทธิโบราณ
ในบรรดาผู้กำกับรุ่นเก๋าทั้งหลาย รายที่ผมติดอกติดใจ ชอบดูหนังของแกประจำก็ต้องมีชื่อ ลุง Woody Allen ติดอยู่อันดับต้นๆ แน่นอน
นี่คือหนังที่ได้รับการบันทึกไว้ว่ามีผู้กำกับเยอะที่สุดอีกเรื่องหนึ่งครับ เพราะมี 5 คน โดยคนหลักๆ คือ Roger Corman เจ้าพ่อหนังเกรดบีที่ขยันทำหนังแนวสยองขวัญออกมาเรียกเงินจากกระเป๋าผู้ชม และยังเป็นนักสร้างหนังที่ได้ชื่อว่าทำหนังได้เร็วมากครับ เช่นเรื่องนี้ ถ่ายทำทั้งสิ้น 4 วัน
สเปนเซอร์ อามาคอสต์ (Johnny Depp) คือนักบินอวกาศที่ถูกส่งตัวไปซ่อมดาวเทียมที่นอกโลก แต่แล้วระหว่างปฏิบัติงานทาง NASA ได้ขาดการติดต่อกับเหล่านักบินไป 2 นาที
ตอนที่สามปิดท้ายเรื่องของพ่อมดวอร์ล็อคนะครับ ที่แทบจะไม่เกี่ยวอะไรกับสองภาคแรกเท่าไหร่ ขนาดดารายังเปลี่ยนใหม่เลย เพราะ Julian Sands ผู้ผูกขาดบทวอร์ล็อคมาสองภาคโบกมืออำลาไม่มาขอยุ่งเกี่ยว เพราะเป็นภาคต่อที่ทิ้งช่วงนานมากแล้วยังทำเพื่อลงวีดีโออีกต่างหาก ก็ไม่แปลกล่ะครับที่ Sands จะบ๊ายบาย
William Friedkin ผู้กำกับที่ชื่อขึ้นหิ้งอีกรายของวงการ ด้วยเดชแห่งหนังสยอง The Exorcist และหนังระดับออสการ์ The French Connection ตามด้วยหนังสืบสวนชั้นดีอย่าง To Live and Die in L.A.
ส่วนนี่ก็เป็นหนังเล็กๆ อีกเรื่องที่แนวซ้ำๆ แต่ทำได้น่าติดตามไม่ใช่หยอก