ผมรู้จักสเมิร์ฟครั้งแรกก็สมัยเด็กๆ เลยครับ จำได้ดูทางช่อง 3 ตัวการ์ตูนมันน่ารักดี รูปร่างเล็กๆ ตัวสีฟ้าๆ และจะว่าไปเนื้อหาการ์ตูนมันก็อ่อนโยนน่ารักตามสไตล์ ส่วนตัวร้ายอย่างการ์กาเมลก็ลงสูตรสำเร็จแบบบรูตัสแห่ง Popeye (ที่ไม่มีทางชนะพวกสเมิร์ฟได้เลย)
ผมรู้จักสเมิร์ฟครั้งแรกก็สมัยเด็กๆ เลยครับ จำได้ดูทางช่อง 3 ตัวการ์ตูนมันน่ารักดี รูปร่างเล็กๆ ตัวสีฟ้าๆ และจะว่าไปเนื้อหาการ์ตูนมันก็อ่อนโยนน่ารักตามสไตล์ ส่วนตัวร้ายอย่างการ์กาเมลก็ลงสูตรสำเร็จแบบบรูตัสแห่ง Popeye (ที่ไม่มีทางชนะพวกสเมิร์ฟได้เลย)
ออกตัวก่อนว่าภาคแรกผมไม่ถึงกับชอบมากเท่าไรครับ คือดูได้เพลินๆ ขำๆ จุดเด่นคือ CG ที่เนรมิตภาพเมืองมหัศจรรย์ได้มหัศจรรย์สมชื่อ ดูแฟนตาซีและสีสันสดใสมากๆ
รอบแรกที่ดูเรื่องนี้ในโรง ก็รู้สึกว่าหนังมันดูเพลินดีน่ะนะครับ แต่ด้วยความที่ชื่อผู้กำกับคือ Tim Burton มันทำให้แอบหวังลึกๆ ว่าหนังมันน่าจะเพี้ยนได้อีก เพลินได้อีก และสนุกได้อีก
สำหรับผมแล้ว ภาคแรกถือว่าเรื่อยๆ ครับ คือดูได้เรื่อยๆ แต่ไม่ได้ถึงกับติดใจโปรดปรานอะไร แม้ผมจะชอบหนังแฟนตาซีประมาณนี้และหลายอย่างในหนังจะดูไม่เลว และให้ความบันเทิงได้ระดับหนึ่งก็ตาม แต่โดยรวมแล้วหนังยังจับใจขนาดนั้น
ชอบมากกว่าที่คิดแฮะเรื่องนี้ สนุกดีครับ ตัวการ์ตูนออกแบบได้น่ารัก ดูเพลิน ความฮามาเรื่อยๆ เนื้อเรื่องแม้จะพอเดาได้แต่ก็น่าติดตาม และประเด็นสาระก็ถือว่าดีทีเดียว
เรื่องนี้นิยามได้แบบไม่อ้อมค้อมเลยครับว่ามาสูตรเดียวกับ The Forbidden Kingdom แบบเด๊ะๆ (เพียงแต่จะไม่มีดาราใหญ่ระดับเฉินหลงหรือหลี่เหลียนเจี๋ยมาร่วมจอเท่านั้นแหละ)
เดินทางมาถึงภาค 5 แล้วครับสำหรับ Underworld
ระหว่างดูหนังเรื่องนี้ผมก็นึกถึงเรื่องๆ หนึ่งขึ้นมาได้ อันนี้เจอกับตัวเองครับ ตอนนั้นเขียนอยู่ Bloggang เขียนถึง Watchmen เสียยาวยืด ส่วนหนึ่งก็เพราะดูแล้วชอบมากมายเลยร่ายแบบยาวสุดๆ ก่อนจะตบมุกตอนท้ายด้วยคำว่า “ฮาเลลูยา”
หลายปีที่ผ่านมานิยายชุด 4 มือปราบพญายม ของ อุนสุยอัน ถูกดัดแปลงเป็นหนังจีนชุดหลายรอบมากๆ เรียกว่าสามารถชิงตำแหน่ง “สร้างถี่” กับหนังชุดมังกรหยกได้เลยล่ะครับ
การจะเอาวรรณกรรมอมตะอย่างเจ้าชายน้อยมาทำเป็นหนังนั้น ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายมากครับ จริงๆ คือเคยมีคนทำออกมาแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังไม่ถือว่าเข้าเป้านัก