อะไรที่ควรมี อะไรที่ควรเป็นสำหรับหนังภาคต่อนี่ Sonic the Hedgehog 2 จัดมาให้หมดครับ
อะไรที่ควรมี อะไรที่ควรเป็นสำหรับหนังภาคต่อนี่ Sonic the Hedgehog 2 จัดมาให้หมดครับ
ตามดูกันต่อครับ สำหรับหนังแห่งจักรวาลโลกเวทมนตร์ นี่ก็ถึงภาค 3 แล้ว มาได้ครึ่งทาง (จากที่วางแผนไว้ว่าจะทำ 5 ภาค) และนี่คือความรู้สึกที่ผมมีต่อ Fantastic Beasts: The Secrets of Dumbledore ครับ
ที่ผมเขียนนี่ เขียนหลังจากดูหนังเรื่องนี้เป็นรอบที่ 2 ครับ เหตุผลที่ไม่ได้เขียนตั้งแต่ตอนดูรอบแรกก็คงเพราะผมไม่โอกับหนังเท่าไร คือไม่ชอบในบางสิ่งและไม่โอในบางอย่างน่ะครับ แต่ถ้าว่ากันโดยรวมหนังก็ยังมีจุดดีของมัน เพียงแต่มันควรจะดีได้อีกเท่านั้นเอง
ดูแล้วสรุปได้ในทันทีเลยว่าชอบครับ มันอาจจะไม่ถึงกับสุดๆ โคตรๆ หรือสร้างความตื่นตาแปลกใหม่อะไรขนาดนั้น แต่ถือได้ว่าเป็นหนังที่ให้ความบันเทิงได้อย่างดี และสามารถจูงมือพาเรากลับสู่โลกแห่งเวทมนตร์อันน่าหลงใหลได้อีกครั้ง
สำหรับผมแล้ว มันจะไม่ใช่วันคริสต์มาสที่สมบูรณ์ หากผมไม่เอาหนังเรื่องนี้มาดูครับ
ทุกวันคริสต์มาสผมจะต้องเอา A Christmas Carol สักเวอร์ชั่นหนึ่งมาดูครับ เพราะมันเข้ากับบรรยากาศและสาระสำคัญของเรื่องราวมันช่วยกระตุ้นเตือนบางสิ่งเกี่ยวกับชีวิต ให้ย้อนรำลึกถึงสิ่งที่เราเคยทำ สิ่งที่เราทำอยู่ และสิ่งที่จะเกิดขึนต่อไปในอนาคต (อันเป็นผลจากการกระทำของเรา)
ออกตัวก่อนล่วงหน้าครับ ว่าสิ่งที่ผมเขียนต่อไปนี้ถือได้ว่าขาดความเป็นกลางอย่างยิ่ง เพราะผมชอบหนังเรื่องนี้เข้าให้แล้วน่ะครับ
A Boy Called Christmas เล่าเรื่องราวของหนุ่มน้อยนิโคลัส (Henry Lawfull) กับการออกเดินทางฝ่าป่าเขาลุยหิมะไปตามหาพ่อ (Michiel Huisman) ที่เงียบหายไปหลังรับภารกิจหาหมู่บ้านภูตเอลฟ์ที่ชื่อว่า เอลฟ์เฮล์ม แล้วนั่นล่ะครับคือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยแห่งคริสต์มาส
ผจญภัยกันต่อเป็นคำรบ 2 ครับ กับ The Christmas Chronicles Part Two ที่เคต (Darby Camp) ตัวเอกจากภาคแรกกลับมาผจญภัยเพื่อกอบกู้วันคริสต์มาสอีกครั้ง
เป็นหนังคริสต์มาสอีกเรื่องที่ผมเอามาดูซ้ำหลายรอบอยู่ครับ เพราะหนังมันครบเครื่องสำหรับหนังผจญภัยวันคริสต์มาสต์แบบกำลังดี