เป็นหนึ่งในหนังที่ผมสนใจตั้งแต่ทราบพล็อตเรื่องครับ และยิ่งได้ Anna Kendrick มานำแสดงอีกก็ยิ่งน่าสนใจไปกันใหญ่ แม้ตัวอย่างจะออกมาแบบเรื่อยๆ ไม่ได้มีพลังดึงดูดแบบเต็มๆ ก็ตาม
เป็นหนึ่งในหนังที่ผมสนใจตั้งแต่ทราบพล็อตเรื่องครับ และยิ่งได้ Anna Kendrick มานำแสดงอีกก็ยิ่งน่าสนใจไปกันใหญ่ แม้ตัวอย่างจะออกมาแบบเรื่อยๆ ไม่ได้มีพลังดึงดูดแบบเต็มๆ ก็ตาม
ภาค 6 ของหนังชุดนี้ครับ หนนี้ แบรนดอน เบ็คเกตต์ (Chad Michael Collins) และมิลเลอร์ (Billy Zane) ได้รับมอบหมายจากท่านผู้พัน (Dennis Haysbert) บอสของพวกเขาให้ยกทีมไปช่วยป้องกันการสร้างท่อน้ำมันทรานจอร์เจี้ยน แต่แล้วในปฏิบัติการครั้งนี้ฝ่ายของเบ็คเกตต์มีการบาดเจ็บล้มตาย โดยผู้ลงมือสังหารก็คือสไนเปอร์ไร้เงาที่รู้ตำแหน่งของพวกเขาอย่างแม่นยำ ทำให้เบ็คเกตต์ต้องหาคำตอบว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น
ผมพร่ำบอกมาหลายหนแล้วว่าผมโหยหาหนังรักโรแมนติกที่เดินเรื่องง่ายๆ เนื้อหาไม่ซับซ้อน ดูแล้วอิ่มใจ และยิ้มแก้มตุ่ยก่อนจะไปใช้ชีวิตต่อหลังดูหนังจบ ยิ่งหนังเรื่องไหนดูแล้วให้อารมณ์เหมือนเราได้ร่วมรับรู้ “ช่วงหนึ่งของชีวิตใครสักคน” ก็จะยิ่งอินและยิ่มอิ่มไปกับมันครับ
เรื่องนี้โดนใจผมเต็มเปาเลยครับ เริ่มจากแนวที่เป็น Coming of Age แบบเต็มตัว เป็นเรื่องของชีวิตช่วงหนึ่งของใครสักคนที่ต้องเจอกับทางแยก เจอกับจุดวิกฤติที่จะส่งผลต่อตัวเองไปอีกนานแสนนาน (หรืออาจจะตลอดไปเลยก็ได้)
ปี 2014 ถือเป็นปีพักร้อนของ Robert Downey Jr. ครับ หลังจากโหมเล่นหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Iron Man, Sherlock Homes และ The Avengers มาหลายปี ก็ได้พักมาเล่นบทเล็กๆ ใน Chef ตามด้วย The Judge ผลงานชิ้นแรกของบริษัท Team Downey ที่เขาและภรรยา (Susan Downey) ร่วมกันก่อตั้งขึ้น
เมื่อผมหยิบหนังเรื่อง The Lake House มาพูดถึง หลายคนคงอดไม่ได้ที่จะนึกถึง IL Mare ขึ้นมา
ปี 2012 ที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้ว่ามีหนังอยู่ 2 ประเภทที่ดูถูกไม่ได้เป็นอันขาด เพราะมันอาจสนุกกว่าที่คิดได้
ในงานแจกรางวัลออสการ์ประจำปี 1952 มีหนัง 5 เรื่องที่ผ่านเข้าไปชิงในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ Moulin Rouge (ไม่เกี่ยวข้องกับหนังปี 2001 ของ Baz Luhrmann นะครับ), Ivanhoe, The Quiet Man, High Noon และ The Greatest Show on Earth ซึ่งผลที่สุดแล้ว เรื่องหลังก็คว้าออสการ์ไปได้
หนังว่าด้วยกีฬาที่พะยี่ห้อโดย Disney ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาไม่เคยทำให้ผมผิดหวังครับ และสำหรับผมแล้ว หนังกีฬาเรื่องไหนที่มี Kevin Costner แสดงนำ ก็ไม่เคยทำให้ผมผิดหวังเช่นกัน
ถ้าพูดถึงผู้ชายที่สามารถเล่าเรื่องรักหวานปนน้ำเน่าได้เข้าท่าที่สุดล่ะก็ ชื่อ Nicholas Sparks จะเด้งขึ้นมาในหัวผมทันที