หนังรอมคอมที่ด้วยองค์ประกอบแล้วหนังสามารถเป็น Love Actually ได้เลยล่ะครับ และแม้ว่าหนังจะยังไปไม่ถึงจุดนั้น แต่อย่างน้อยหนังก็ดูสนุกใช้ได้อยู่ครับ
หนังรอมคอมที่ด้วยองค์ประกอบแล้วหนังสามารถเป็น Love Actually ได้เลยล่ะครับ และแม้ว่าหนังจะยังไปไม่ถึงจุดนั้น แต่อย่างน้อยหนังก็ดูสนุกใช้ได้อยู่ครับ
ตอนแรกว่าจะหาหนังต้นฉบับมาดูก่อนแล้วค่อยเขียน (เรื่องนี้รีเมคมาจากหนังเดนมาร์กครับ) แต่ก็ยังไม่มีเวลาสักทีเลยขอร่ายอันนี้ก่อนแล้วกันนะครับ เพราะคงไม่ยาวมากนัก
หนังกำกับโดย Pierre Morel แห่ง Taken ครับ ตัวพล็อตเรื่องนี้จริงๆ ก็ทำให้นึกถึงเรื่องนั้นเหมือนแฮะ
เสือดำ ตู้เทียนต้า (เฉินกวนไถ้, Chen Kuan Tai) ถูกพวก 3 เสือเทียนหนามบุกถึงบ้าน และมันได้ฆ่าภรรยาของเขาพร้อมทั้งตัดแขนลูกชาย ซึ่งหลังจากตู้เทียนต้ากำจัดพวกมันแล้ว เขาก็ทำการหาแขนเหล็กมาใส่ให้ลูกชายพร้อมทั้งฝึกฝนวิทยายุทธ์ขั้นเทพให้
เป็นการกลับมาทำหนังในอเมริกาอีกครั้งของ John Woo ครับ ซึ่งผมก็แอบคาดหวังอยู่เหมือนกันนะ แต่พอดูตัวอย่างความคาดหวังมันก็ลดลง ครั้นพอได้ดูก็ดีใจครับที่ไม่ได้ตั้งความหวังเอาไว้มาก
ในยุคสมัยที่ฮ่องเต้ (Liang Jui) อ่อนแอ เอาแต่เสพสุขสำราญ ปล่อยให้ราชครูตู้อันเชีย (Li Ying) กุมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ แม้เสนาบดีเฉาตัน (จิงเหมี่ยว, Ching Miao) จะพยายามทูลต่อองค์ฮ่องเต้ให้ทรงใส่ในในราชกิจแค่ไหนก็เหมือนจะไร้ผล แล้วที่แย่หนักคือราชครูตู้เดินหมากรุกฆาต สร้างราชโองการสั่งประหารคนบ้านเฉาล้างตระกูลกว่า 300 ชีวิต
ก็เป็นอีกครั้งครับ กับการดูหนังที่ดัดแปลงจากนิยายกระบี่เย้ยยุทธจักรของกิมย้ง ซึ่งผมก็ทำใจตั้งแต่ดูตัวอย่างแล้วล่ะว่าหนังคงหนัก CG พอสมควร ส่วนเนื้อหาก็ต้องตามมาดูถึงจะรู้ว่ามันเป็นยังไง
หนังวัยรุ่นผสมอารมณ์ขันที่ยุคนั้นตอนหนังออกฉายนี่รู้สึกว่าหนังแนวนี้มีเยอะนะครับ เยอะจนแอบรู้สึกว่ามันเกร่อเลยล่ะ แตพอมองมาตอนนี้กลับรู้สึกคิดถึงหนังแนวนี้จังเลยแฮะ ของใหม่ๆ ก็ไม่ค่อยมีออกมา ก็ต้องเอาของเก่ามาดูซ้ำน่ะนะครับ (เพราะเรื่องนี้จัดตั้งแต่ตอนเข้าโรงครับ)
นายอำเภอเว่ยเหวยเหยิน (Lei Ming) ขูดรีดบังคับจ่ายส่วย จนเกาเป่าซื่อ (เทียนเฟิง, Tien Feng) ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านหม่าถี่จวน ตัดสินใจลักพาตัวเว่ยเหวินเจิน (ฉินผิง, Chin Ping) ลูกสาวนายอำเภอมาเพื่อบังคับให้นายอำเภอเลิกพฤติกรรมขูดรีดซะ
ภาคแรกประสบความสำเร็จอย่างดี แต่คงไม่มีใครคาดคิดว่าภาคต่อนี้จะประสบความสำเร็จยิ่งกว่า มิหนำซ้ำยังกลายเป็นตำนานบทสำคัญที่เปลี่ยนคำนิยามของ “ตงฟางปุ๋ป้าย” ไปตลอดกาล