เหล่าเซียนกลับมาตัดกันอีกรอบครับ ซึ่งความสนุกก็ยังมีอยู่ เพียงแต่อาจจะลดระดับจากภาคแรกลงไปพอสมควร
เหล่าเซียนกลับมาตัดกันอีกรอบครับ ซึ่งความสนุกก็ยังมีอยู่ เพียงแต่อาจจะลดระดับจากภาคแรกลงไปพอสมควร
ทีนี้สลับมาหนังจีนบ้างล่ะนะครับ กับยอดภาพยนตร์ที่จัดว่าเป็นต้นแบบของหนังแนวเซียนพนันยุคใหม่ของฮ่องกง จากเดิมที่หนังแนวพนันมักจะเดินเรื่องแบบเนิ่บๆ หรือไม่ก็เน้นดราม่า (แบบหนังชุดชื่อดังในอดีตอย่าง คมเฉือนคม) ก็กลายมาเป็นหนังเซียนไพ่สุดมันส์ที่แข่งกันแบบเร้าใจ งัดกลยุทธ์มาเฉือนกัน ผสมด้วยแอ็กชันและความขำ
หนังสนุกยุคเก่าของ โจวซิงฉือ ที่ได้ผู้กำกับอารมณ์ดีอย่าง หวังจิ้ง (เจ้าตำรับ คนตัดคน) มาจัดการละเลงความฮา ซึ่งบอกตรงนี้เลยครับว่าฮาโคตรๆ ผมล่ะชอบสุดๆ และถือเป็นหนังเรื่องแรกที่แนะนำให้ผมรู้จักเฮียโจวแบบเต็มตัวน่ะครับ
ผลงานลำดับถัดมาที่ บรูซ ลี ลงมือกำกับและเขียนบทด้วยตัวเองครับ หลังจากความสำเร็จของหนังสองเรื่องแรก คราวนี้เฮียบรูซของเราเลยมีอำนาจในการตัดสินใจมากขึ้นครับ ในการเขียนบท เลือกโลเกชั่น ซึ่งเฮียบรูซและทีมงานก็เดินทางเสาะแสวงหาสถานที่ใหม่ๆ ที่จะเอามาใช้เป็นลานประลองฉากแอ็กชันในหนังเรื่องถัดไป
ดูหนังเรื่องนี้แล้วแอบอึ้ง พร้อมตะลึงทางอารมณ์ เพราะไม่นึกว่าหนังมันจะเป็นอะไรแบบนี้น่ะครับ… ถ้าให้พูดตรงๆ คือหนังดูน่าสนใจในเบื้องต้น แต่กลับกลายเป็นอะไรที่เละในตอนกลางและตอนท้าย
หนังตลกร้ายแสบๆ คันๆ ที่ดัดแปลงจากนิยายภาพของ Daniel Clowes ที่เขามาลงมือดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์ด้วยตนเองครับ เนื้อหาออกแนวตลกผสมเสียดสีชีวิต สังคม และอะไรอีกหลายๆ อย่างที่สะท้อนความซับซ้อนของมนุษย์
เชื่อว่าหลายคนพอเห็นหนังเรื่องนี้แล้วจะนึกถึงหนังเรื่อง Chef ซึ่งก็บอกไว้ตรงนี้เลยครับว่า แม้โดยหลักหนังจะว่าด้วยเชฟมือเยี่ยมที่มั่นใจในฝีมือตนเองเหมือนๆ กัน แต่ลีลาและสไตล์เรื่องไปคนละทางครับ
หนึ่งในหนังที่ตกค้างในหัวสมองตั้งแต่ต้นปี เพราะดูแล้วแต่ไม่ได้เขียนถึงเลยครับ ล่วงมาจนแผ่นจะออก เลยขอเขียนบอกเล่าความรู้สึกสักหน่อยก็แล้วกัน ^_^
ห่างหายจากหนังเกรดบีไปนานครับ เลยขอลองกลับไปแตะสักหน่อย กับ Zombeavers ที่เคยเห็นตัวอย่างเมื่อนานมาแล้ว
โดราเอมอน ตอน บุกแดนใต้พิภพ ภาคนี้ผมชอบครับ