ตามกฎธรรมดาของธรรมชาติ โดดสูงแค่ไหน ยังไงก็ต้องตกลงมา
ตามกฎธรรมดาของธรรมชาติ โดดสูงแค่ไหน ยังไงก็ต้องตกลงมา
ภาคแรกทำผมประทับใจไว้เยอะครับ ดังนั้นก่อนดู Pitch Perfect 2 ผมก็แอบคาดหวังเป็นธรรมดา ไหนจะโกยเงินถล่มทลายซะขนาดนั้น (แต่โดยส่วนตัวคิดว่าที่ภาคนี้ทำเงินอย่างใหญ่ ก็เพราะบุญเก่าที่ภาคแรกสะสมไว้ส่วนหนึ่ง)
หนังสยองที่ผสมโรแมนติกและตลกลงไปตามสไตล์หนังผีไทยพิมพ์นิยม เรื่องของ เหวิน (ดิม Tattoo Color) ที่ได้แต่งงานกับสาวสวยท่าทางอ่อนหวาน แต่แล้วเขากลับพบว่าเธอผู้นี้มีความสยองบางอย่างซ่อนอยู่
Hot Tub Time Machine 2 เป็นภาคต่อที่ดาราหลักๆ มากันครบ ยกเว้น John Cusack ที่ไม่ได้มาร่วมจอด้วย (จริงๆ เขามาโผล่รับเชิญเล็กๆ แต่ฉากนั้นถูกตัดออกไป)
ถ้าว่ากันถึงแนวคิดและพล็อตหลักแล้วผมว่าน่าสนใจนะ มันคือการเอาเรื่องของนักสืบออนไลน์ หรือแฮ็คเกอร์สายขาว (White Hat) มาผูกขึ้นเป็นเรื่องราว โดยให้ตัวเอกไล่สืบหาคนผ่านเน็ต ซึ่งตัวเอกที่ว่าก็คือโจ (จิรายุ ละอองมณี) นั่นเองครับ
เป็นหนึ่งในหนังที่ผมสนใจตั้งแต่ทราบพล็อตเรื่องครับ และยิ่งได้ Anna Kendrick มานำแสดงอีกก็ยิ่งน่าสนใจไปกันใหญ่ แม้ตัวอย่างจะออกมาแบบเรื่อยๆ ไม่ได้มีพลังดึงดูดแบบเต็มๆ ก็ตาม
หนังเรื่องนี้สร้างความสยองให้กับผมตั้งแต่เห็นโปสเตอร์ครับ… ไม่ให้สยองได้ยังไงในเมื่อภาพดาราที่ขึ้นอยู่ในนั้นคือพี่หม่ำ พี่เท่ง และโก๊ะตี๋ จนใจนี่กลัวไปไกลคิดว่าหนังจะออกมาแล้วเน้นไปที่ขายฮาแบบที่หลายๆ เรื่องมักจะเป็นกันหรือเปล่าเนี่ย
ผมพร่ำบอกมาหลายหนแล้วว่าผมโหยหาหนังรักโรแมนติกที่เดินเรื่องง่ายๆ เนื้อหาไม่ซับซ้อน ดูแล้วอิ่มใจ และยิ้มแก้มตุ่ยก่อนจะไปใช้ชีวิตต่อหลังดูหนังจบ ยิ่งหนังเรื่องไหนดูแล้วให้อารมณ์เหมือนเราได้ร่วมรับรู้ “ช่วงหนึ่งของชีวิตใครสักคน” ก็จะยิ่งอินและยิ่มอิ่มไปกับมันครับ
เป็นหนังผีที่ดูแล้วได้อารมณ์ทูอินวันครับ ในแง่หนึ่งคือมันมีทั้งอารมณ์สยองขวัญผีๆ สางๆ ผสมกันความตลกตามสไตล์หนังผีไทย… แต่ “ทูอินวัน” ที่ผมบอกตอนต้นนั้น ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องโทนของหนังเท่านั้นหรอกครับ
เรื่องนี้โดนใจผมเต็มเปาเลยครับ เริ่มจากแนวที่เป็น Coming of Age แบบเต็มตัว เป็นเรื่องของชีวิตช่วงหนึ่งของใครสักคนที่ต้องเจอกับทางแยก เจอกับจุดวิกฤติที่จะส่งผลต่อตัวเองไปอีกนานแสนนาน (หรืออาจจะตลอดไปเลยก็ได้)