ภาคแรกสนุก ภาค 2 สนุกขึ้น ส่วนภาคนี้ถือว่าสนุกในระดับหว่างกลางระหว่างภาคแรกกับภาค 2 ครับ… ว่าง่ายๆ ก็คือสนุกอีกนั่นแหละครับ 555
ภาคแรกสนุก ภาค 2 สนุกขึ้น ส่วนภาคนี้ถือว่าสนุกในระดับหว่างกลางระหว่างภาคแรกกับภาค 2 ครับ… ว่าง่ายๆ ก็คือสนุกอีกนั่นแหละครับ 555
ภาคแรกถือว่าสนุกฮาในระดับหนึ่งครับ ซึ่งผมคาดไม่ถึงเลยว่าภาค 2 มันจะสนุกแบบได้ใจได้โล่ห์มากขนาดนี้!
ถ้าใครสนใจดูหนังฮาๆ สนุกๆ แบบดูได้ทั้งครอบครัวโดยไม่ลามกและไม่เลอะเทอะล่ะก็ ขอแนะนำหนังชุดนี้เลยครับ Diary of a Wimpy Kid ทำออกมา 3 ภาค สนุกดูเพลินทุกภาค
เป็นหนังเก่าแล้วน่ะนะครับ วันนี้นึกขึ้นมาได้ เคยดูตั้งแต่สมัยออกวีดีโอของ CVD (สม้ยก่อนมันก็มีค่ายยักษ์แค่ค่ายเดียวน่ะนะครับ)
วอลเตอร์ ไพสลี่ย์ (Dick Miller) คือเด็กเสิร์ฟในคาเฟ่โบฮีเมียน คาเฟ่ที่รวบรวมศิลปินและงานศิลปะเอาไว้มากมาย เขาเองก็ใฝ่ฝันจะมีผลงานปูนปั้นมาวางโชว์ในร้านเหมือนกัน
ผมจำชื่อคุณพี่ Tim Burton ได้แบบจั๋งๆ ก็ด้วยหนังเรื่องนี้นี่แหละ!
หนังตลกเรื่องนี้ทำออกมาล้อเลียนปีศาจอมตะระดับตำนานอย่าง Count Dracula ครับ
หนังยำความขำสไตล์ The Kentucky Fried Movie ครับ ประเภทว่าเอาคลิปฮาๆ สั้นๆ มาเล่าต่อกัน ไม่ได้เล่าเป็นเรื่องเป็นราวหรือเป็นชิ้นเป็นอันอะไร
ดูจบแล้วคิดออกมา 2 อย่างโดยประมาณครับ อย่างแรกคือหนังจัดว่าดูสนุกมากกว่าที่คิดไว้ เดินเรื่องลื่นไหล ตัวละครมีเสน่ห์ ดาราก็สวมทบได้ลงล็อค และแทรกอารมณ์ขันลงไปแบบพอเหมาะสุดๆ
พฤติกรรมการดูหนังของคนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ครับ ส่วนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงก็คือความก้าวไกลของเทคโนโลยี โดยยุคนี้ดูจะเป็นยุคสมัยแห่งการดูออนไลน์ การดูอยู่กับบ้าน หรือดูที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องไปต่อแถวซื้อตั๋วเพียงอย่างเดียว