Monty Python คือคณะตลกอังกฤษครับ มีชื่อเสียงมากในยุค 70 ด้วยลีลาตลกทั้งคำพูดและท่าทาง ทีเด็ดคือมุขเสียดสีทุกเรื่องตั้งแต่ชีวิตประจำวัน, การเมือง, การกีฬา, ประวัติศาสตร์, วรรณกรรม ฯลฯ
Monty Python คือคณะตลกอังกฤษครับ มีชื่อเสียงมากในยุค 70 ด้วยลีลาตลกทั้งคำพูดและท่าทาง ทีเด็ดคือมุขเสียดสีทุกเรื่องตั้งแต่ชีวิตประจำวัน, การเมือง, การกีฬา, ประวัติศาสตร์, วรรณกรรม ฯลฯ
ผมนั้นเป็นแฟนเต่านินจาครับ ดูตั้งแต่สมัยช่อง 3 นำมาฉาย จำได้ตอนหนังภาค 1 จะเข้าผมก็รีบขอพ่อแม่ไปโรงหนังเลยครับ อยากดูมาก ปรากฏว่ามันเข้าวันศุกร์ แต่ผมทะลึ่งไปวันอังคาร (ก็หนังสือพิมพ์โฆษณาล่วงหน้าน่ะครับ 555) วันนั้นเลยไปนั่งกินพิซซ่าแทน
บทบาท “ริดดิค” ของ Vin Diesel กลายเป็นที่จดจำสำหรับคอหนังไปทันทีที่หนัง Pitch Black ออกฉาย เรียกว่าสัตว์ประหลาดดีไซน์เก๋ๆ อย่างค้างคาวฉลามยังดังสู้พี่ริดดิคไม่ได้ ซึ่งก็ไม่แปลกครับ เพราะบทริดดิคนี่มันน่าสนใจ มีสีสัน เป็นแอนตี้ฮีโร่แบบที่วงการหนังพยายามสร้างกันมานาน
เชื่อไหมครับว่าหนังว่าด้วยชายต๊องๆ คนหนึ่ง เดินทางครึ่งประเทศเพื่อตามหาจักรยานสุดรักของตัวเองน่ะ จะกลายเป็นหนังสนุกและแจ้งเกิดให้ผู้กำกับคนหนึ่งของวงการฮอลลีวู้ดได้
แล้วมหากาพย์แวมไพร์ทไวไลท์ก็มาถึงบทสรุปครับ หลังจากเบลล่า (Kristen Stewart) ให้กำเนิดลูกสาวนามว่าเรเนสมี เด็กน้อยที่มีความพิเศษอย่างยิ่งครับ ทั้งเติบโตได้ไวเกินมนุษย์ และยังมีพลังจิตอีกด้วย ส่วนเบลล่าเองก็ได้กลายร่างเป็นแวมไพร์เต็มตัว มีทั้งชีวิตชีวาและพละกำลังมหาศาลจนเอ็ดเวิร์ด (Robert Pattinson) ยังประหลาดใจ ส่วนเจค็อบ แบล็ค (Taylor Lautner) หนุ่มหมาป่าเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อของเบลล่า ก็ยังตั้งมั่นในการพิทักษ์ทั้งเบลล่าและเรเนสมีต่อไป
ในที่สุดแวมไพร์หนุ่ม เอ็ดเวิร์ด คัลเลน (Robert Pattinson) ก็ได้เข้าพิธีวิวาห์กับ เบลล่า สวอน (Kristen Stewart) พวกเขาก็ไม่รอช้าที่จะใช้เวลาให้คุ้มค่าครับ โดยการพากันไปฮันนีมูนอย่างมีความสุขที่เกาะอันแสนสวย แต่แล้วเพียงไม่ถึงเดือนเบลล่าก็พบว่าร่างกายของเธอมีความผิดปกติ…
บทที่ 3 ของเรื่องราวครับ ความรักระหว่างแวมไพร์นาม เอ็ดเวิร์ด คัลเลน (Robert Pattinson) และสาวน้อย เบลล่า สวอนน์ (Kristen Stewart) ยังคงดำเนินต่อไป โดยมีมนุษย์หมาป่าพันธุ์ซิกซ์แพ็คอย่างเจค็อบ แบล็ค (Taylor Lautner) คอยเฝ้าดูอยู่ไม่ห่าง
จริงๆ หนังเรื่องนี้แทบไม่จำเป็นต้องรีวิวเลยครับเพราะถ้าคนชอบก็จะชอบ ถ้าไม่ชอบก็จะเฉย และยิ่งไปกว่านั้นคนรีวิวก็ต้องยอมรับความเสี่ยงในระดับหนึ่งเป็นของแถมด้วย
ปกติถ้าเป็นหนังฟอร์มยักษ์ฟอร์มบิ๊กผมมักจะพยายามร่ายยาวกว่าหนังทั่วไป แต่กับเรื่องนี้สารภาพว่าไม่มีอะไรจะร่ายจริงๆ ครับ
ต้องยกให้เรื่องนี้เป็นหนังสมหวังแห่งปีครับ… สมหวังนี่ไม่ได้แปลว่าชื่นชอบถูกใจอะไรหรอกนะครับ แต่หมายความว่า กะคร่าวๆ ว่าหนังจะออกมาอย่างไร มันก็ออกมาระดับนั้นเป๊ะ ไม่มีผิดคาด