ภาคแรกผมเฉยครับ แต่ภาคนี้ผมชอบนะ สนุกดี ฮาดี เรื่องราวก็ถือว่าน่าติดตามดี แต่ก็ยอมรับล่ะว่าองค์ประกอบบางอย่างก็อาจจะไม่แข็งแกร่งหรือดูแน่นเท่าภาคแรก
ภาคแรกผมเฉยครับ แต่ภาคนี้ผมชอบนะ สนุกดี ฮาดี เรื่องราวก็ถือว่าน่าติดตามดี แต่ก็ยอมรับล่ะว่าองค์ประกอบบางอย่างก็อาจจะไม่แข็งแกร่งหรือดูแน่นเท่าภาคแรก
ผมเชื่อว่าทุกคนคงมีหนังบางเรื่องที่คนส่วนใหญ่เขาชอบกัน แต่เรานั้นดูยังไง๊ยังไงก็เฉยๆ หรืออาจไม่ชอบไปเลยก็มี ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาครับ อย่างผมนี่ก็มี เรื่อง Shrek นี่แหละ
เรื่องราวตอนที่ 3 อันเป็นการสรุปไตรภาค คราวนี้พวกฮิคคัพต้องเจอกับนักล่ามังกรจอมเจ้าเล่ห์อย่างกริมเมล ส่วนเจ้าเขี้ยวกุดก็ได้พบรักกับมังกรสาวครับ
ฮิคคัพและเจ้ามังกรเขี้ยวกุดกลับมาอีกครั้ง หนนี้พวกเขาได้เจอกับใครบางคนที่พวกเขาไม่คาดคิด และยังต้องเผชิญกับดราโก้ นักรบสุดแกร่งผู้สามารถควบคุมมังกรได้ เรียกว่าเป็นการสานต่อการผจญภัยที่ทำได้สนุกไม่แพ้ภาคแรกครับ
หนังแอนิเมชั่นผจญภัยที่ทำออกมาได้สนุกกำลังดีครับ ดูรอบแรกก็ชอบเลย ครั้นเอามาดูใหม่แบบเรียงภาคก็ยังชอบอยู่ เพราะมันตอบโจทย์ความบันเทิงได้ดี และมีสาระดีๆ เสริมเข้าไปด้วย
Night at the Museum: Secret of the Tomb ทำให้นึกถึงเกมลุยด่านของเครื่อง Famicom สมัยก่อนน่ะครับ
หนนี้แลร์รี่ เดลี่ย์ (Ben Stiller) ต้องไปผจญภัยที่สมิธโซเนียนครับ ประมาณว่าแผ่นศิลาวิเศษถูกนำไปที่นั่น ส่งผลให้สารพัดหุ่นในพิพิธภัณฑ์ตื่นขึ้นมา และหนึ่งในนั้นก็คือ คาห์มุนราห์ (Hank Azaria) องค์ชายจอมวายร้ายพี่ชายของอัคเมนราห์ (Rami Malek) และเขาก็มีแผนจะเรียกกองกำลังจากต่างมิติมาถล่มโลก
แลร์รี่ เดลี่ย์ (Ben Stiller) ได้งานเป็นยามกะดึกที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติครับ จริงๆ มันควรเป็นงานง่ายๆ แค่เดินตรวจตรารอบๆ ก็น่าจะเสร็จ แต่เผอิญว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ดันไม่เหมือนใคร เพราะทุกสิ่งจะมีชีวิตขึ้นมาในยามค่ำคืน งานนี้ชีวิตแลร์รี่เลยว้าวุ่นแบบไม่ทันตั้งตัวครับ
เอามาดูต่อให้จบครบชุดครับ สำหรับ Atlantis: Milo’s Return ภาคต่อของ Atlantis: The Lost Empire
หนนี้เจ้าหอยทากแกรี่โดนจับตัวไป สพันจ์บ็อบเลยออกโรงตามหาอีกเช่นเคย