หมวดหมู่: Adventure

จ้าวสมิงดาบฟ้าลั่น (1971) The Swift Knight

จอมยุทธไหลหยูฟง (หลอลี่, Lo Lieh) ผู้ชอบปล้นคนรวยขี้โกงและขุนนางขี้ฉ้อ และล่าสุดเขาเกิดต้องตาต้องใจ เซียนฉิน (ชิงฮุ่ย, Margaret Hsing Hui) หญิงรับใช้ในหอนางโลม จนเขาตั้งใจจะไถ่ตัวนาง แต่สิ่งที่เขาไม่รู้เลยก็คือ แท้จริงแล้วเซียนฉินและฉินยั่ว (Niu Niu) น้องชายของนางคือทายาทฮ่องเต้ ซึ่งกำลังถูกตามล่าโดยคนขององค์ชายเจี๋ยอื๋อ (Tung Lin) ที่หมายจะสังหารรัชทายาทขององค์ฮ่องเต้ให้หมดสิ้น เพื่อที่ตนจะได้ขึ้นครองบัลลังก์แทน

The Wages of Fear (2024)

เห็นว่าได้รับความนิยมขึ้นอันดับ 1 ในบ้านเรา (ในวันนั้น) แล้วมีพากย์ไทยด้วย ก็เลยจัดซะครับ

Knights of the Zodiac (2023) เซนต์เซย์ย่า กำเนิดอัศวินจักรราศี

ก่อนดูหนังเรื่องนี้ผมตั้งใจสูดหายใจลึกๆ 3 หน แต่พอรู้ตัวอีกทีนี่ผมน่าจะสูดไปเป็นสิบหนน่ะครับ ในหัวนี่ล้างสมองล้างความคาดหวังทุกอย่างแล้วคิดว่าดูหนังแอ็คชั่นแฟนตาซีสักเรื่องหนึ่ง โดยพยายามไม่นึกถึงเซนต์เซย่า

ฤทธิ์เจ้าขอทาน (1970) Lady of Steel

ฟางอิงฉี (เจิ้งเพ่ยเพ่ย, Cheng Pei-Pei) คือจอมยุทธหญิงที่พ่อแม่ถูกสังหารโดยประมุขหานซื่อสง (Huang Chung-Hsin) ตั้งแต่สมัยที่นางยังเล็ก แต่โชคดีครับที่นางรอดมาได้และได้รับการชุบเลี้ยงสอนวิทยายุทธโดยนักพรตเสียนเจิน

Shrek Forever After (2010) เชร็ค สุขสันต์นิรันดร

ภาคนี้เชร็คตกหลุมพรางของรัมเพอร์สติลส์กินจอมเจ้าเล่ห์ครับ ทำให้เส้นชีวิตของเขาต้องเปลี่ยนไป กลายเป็นว่าเขาไม่ได้เป็นเพื่อนกับเจ้าลาด็องกี้ ไม่ได้ครองรักกับฟิโอน่า ทำให้เชร็คต้องหาทางแก้ไขเพื่อให้ทุกสิ่งกลับคืนมาเหมือนเดิม

Shrek the Third (2007) เชร็ค 3

ภาคนี้เชร็คต้องรับสืบทอดเป็นพระราชา แต่เขาไม่อยากเป็นครับ เลยต้องออกเดินทางไปตามหาชายหนุ่มนามว่าอาร์ตี้ให้มาเป็นพระราชาแทน และขณะเดียวกันเชร็คกำลังจะมีลูกครับ พี่เขาเลยว้าวุ่นสับสนที่กำลังจะได้เป็นพ่อคน และไหนจะต้องรับมือการกลับมาขอเจ้าชายชาร์มมิ่งจอมพยาบาทอีก

Shrek 2 (2004) เชร็ค 2

ภาคแรกผมเฉยครับ แต่ภาคนี้ผมชอบนะ สนุกดี ฮาดี เรื่องราวก็ถือว่าน่าติดตามดี แต่ก็ยอมรับล่ะว่าองค์ประกอบบางอย่างก็อาจจะไม่แข็งแกร่งหรือดูแน่นเท่าภาคแรก

Shrek (2001) เชร็ค

ผมเชื่อว่าทุกคนคงมีหนังบางเรื่องที่คนส่วนใหญ่เขาชอบกัน แต่เรานั้นดูยังไง๊ยังไงก็เฉยๆ หรืออาจไม่ชอบไปเลยก็มี ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาครับ อย่างผมนี่ก็มี เรื่อง Shrek นี่แหละ