ทั้งชื่อฝรั่งชื่อไทยทำให้ผมเข้าใจไปว่าหนังจะเกี่ยวกับจักรกลมรณะที่ไล่ฆ่าคน แต่หนังกลายเป็นแนวกังฟูซะงั้น
ทั้งชื่อฝรั่งชื่อไทยทำให้ผมเข้าใจไปว่าหนังจะเกี่ยวกับจักรกลมรณะที่ไล่ฆ่าคน แต่หนังกลายเป็นแนวกังฟูซะงั้น
เบรนด้า (Queen Latifah) พาครอบครัวเดินทางข้ามรัฐเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ระหว่างทางพวกเขากลับต้องเผชิญกับมิสเตอร์ครอส ฆาตกรลึกลับชื่อกระฉ่อนที่ไม่ปล่อยให้ใครรอดไปได้ง่ายๆ
จอห์น ลอว์เลอร์ (Luke Evans) หมายจะโค่นองค์กรค้ายาของควัง (Sung Kang) แต่นั่นก็ทำให้เขาได้เจอกับโจอี้ (กุ้ยหลุนเหม่ย, Gwei Lun Mei) ความรักครั้งเก่าของเขา รวมถึงเรย์มอนด์ (Wyatt Yang) ลูกชายที่เขาไม่เคยรู้ว่ามี
ฮัทช์ แมนเซล (Bob Odenkirk) กลับมาอีกครั้ง หนนี้เขากะจะพาครอบครัวไปพักผ่อน แต่ก็ไม่วายเจอเรื่องเข้าจนได้ งานนี้คนธรรมดาอย่างเขาเลยมีเรื่องให้บู๊ถึงเลือดถึงเนื้ออีกหนึ่งคำรบ
เหตุเกิดในช่วงที่โรคโควิดระบาดครับ เมื่อหญิงสาวที่หายตัวไปหลายปีกลับปรากฏตัวขึ้นอย่างเป็นปริศนา 2 ตำรวจเลยถูกตามมาเพื่อไขคดีว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลัง และจะยังมีเหยื่อคนอื่นๆ อยู่อีกหรือไม่
เมื่อโลกเกิดภัยพิบัติปริศนา วิลล์ (Theo James) กับพ่อตาที่ชื่อทอม (Forest Whitaker) จึงพากันขับรถข้ามประเทศเพื่อไปรับตัวซาแมนต้า (Kat Graham) ภรรยาของวิลที่กำลังท้อง ซึ่งก็แน่นอนว่าการเดินทางครั้งนี้ย่อมไม่ง่าย
เมื่อกลเกมธุรกิจของบริษัทยา ทำให้ภรรยาของเรย์ (Jason Momoa) ที่เป็นมะเร็งไม่ได้รับยาที่เธอควรจะได้ แล้วเมื่อเธอเสียชีวิตลง เรย์ก็พร้อมที่จะทวงแค้นใครก็ตามที่มีส่วนในเรื่องนี้ อันนำพาให้ชีวิตของเขาและลูกสาวนามว่าเรเชล (Isabela Merced) ต้องเผชิญกับอันตราย
เมื่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกิดใช้ไม่ได้ และมนุษย์ไม่สามารถนอนหลับได้ โลกเลยปั่นป่วนครับ เพราะพอคนไม่ได้นอนก็จะเริ่มคลั่งมากขึ้น เลยทำให้จิลล์ (Gina Rodriguez) ต้องพาลูกๆ ของเธอหนีให้พ้นจากความคลั่ง
หนังชุด The Naked Gun ต้นฉบับนี่เป็นอะไรที่ผมชอบมากครับ เอามาดูซ้ำบ่อยๆ ดูกี่รอบก็ยังฮา ครั้นพอได้ข่าวว่าจะมีภาคใหม่แล้วให้ลุง Liam Neeson มาแสดงนำ ความรู้สึกอยากดูของผมนี่พุ่งทะยานทีเดียว
เป็นหนังอีกเรื่องที่ดูแบบไม่รู้อะไรมาก่อน ดูแบบไม่คาดหวัง แล้วก็โอเคกับหนังซะงั้น