ถือเป็นหนังที่ดูง่ายและเขียนง่ายอีกเรื่องหนึ่งครับ
ถือเป็นหนังที่ดูง่ายและเขียนง่ายอีกเรื่องหนึ่งครับ
หนังมันส์มากครับ เป็นแนวตำรวจคู่หูที่สนุก ตลก สะใจ และไหลลื่นมากๆ เรื่องล่าสุดที่ผมว่าสนุกสำหรับหนังแนวนี้ต้องยกให้ Hot Fuzz ซึ่งเรื่องนี้อาจไม่เด็ดยอดเท่าเรื่องนั้นนะครับ แต่ก็พูดได้เต็มปากว่าถึงใจในรอบหลายปีทีเดียว
เกม Prince of Persia นี่ถือเป็นอะไรในความทรงจำ เล่นตั้งแต่ภาคแรกๆ ที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์สมัย Window ยังไม่ถือกำเนิด สียังมีไม่กี่เฉด เราจะได้เห็นเจ้าชายแกเดิน วิ่ง โดดไปตามทางแคบๆ เพื่อหาทางออก บางทีก็ตกเหว บางทีก็โดนเหล็กพุ่งขึ้นมาแทง พร้อมส่งเสียงร้อง “เอื้อ!!!” ตอนเหล็กเสียบเข้าเนื้อ (“เอื้อ” นี่คือผมร้องนะครับ ในเกมไม่มี 555)
National Treasure: Book of Secrets ถือเป็นภาคต่อที่อร่อยคล่องคอไม่แพ้ภาคแรก
National Treasure ถือเป็นหนังล่าสมบัติที่ดูสนุกกำลังดีครับ มีแอ็กชั่น ผสมผจญภัย บวกด้วยการไขปริศนาตามร่องรอยขุมทรัพย์ องค์ประกอบต่างๆ จัดว่าพอเหมาะจริงๆ
Gone in Sixty Seconds หนังว่าด้วยการโจรกรรมรถและว่าด้วยความเร็วที่ถือว่ามาก่อน The Fast and the Furious 1 ปีครับ
ดู Pandorum แล้วเกิดอารมณ์ 2 ชนิดขึ้นไล่ๆ กัน
ภาคนี้จับเอาเครื่องบินคองคอร์ดที่กำลังโด่งดังในสมัยนั้นมาเป็นพาหนะเกิดเหตุครับ โดยพล็อตจริงๆ ไม่เชิงเป็นหนังภัยพิบัติ แต่เป็นแนวแอ็กชันระทึกขวัญมากกว่า
ภาคที่ 3 ของหนังชุด Airport นะครับ คราวนี้เหตุมาเกิดบนเครื่องบินส่วนตัวลำหนึ่งของมหาเศรษฐีฟิลลิป สตีเวนส์ (James Stewart) ที่มีทั้งผู้โดยสารและงานศิลปะล้ำค่า แล้วทีนี้ก็มีโจร 2 คนวางแผนปลอมตัวขึ้นไปบนเครื่อง ก่อนจะปล่อยแก๊สสลบให้คนทั้งเครื่องหลับ จากนั้นก็กะจะจอดเครื่องทิ้งไว้บนเกาะรกร้าง ก่อนจะขนงานศิลปะออกจากเครื่องและหลบหนีไป
หลังจากความสำเร็จระดับ $100 ล้านในภาคแรก (ถ้าตีเป็นค่าตั๋วและค่าเงินปัจจุบัน จะมูลค่าเท่ากับ $530 ล้านโดยประมาณ) และช่วงยุค 70 นั้นหนังแนวภัยพิบัติกำลังมาแรง ทำให้การทำภาคต่อเป็นอะไรที่ไม่ต้องคิดเลยครับ ต้องทำออกมาแน่นอน