ดูเรื่องนี้แล้วความรู้สึกแยกออกเป็น 2 ส่วนครับ ส่วนแรกคือส่วนที่ชอบหนังแอ็คชั่น ที่พอดูแล้วก็รู้สึกว่าฉากแอ็คชั่นดูจะไม่มากอย่างที่คิด แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว้าวอะไรนอกจากฉากที่พระเอกตีกับคนในผับหลังโดนยาเข้าไป
ดูเรื่องนี้แล้วความรู้สึกแยกออกเป็น 2 ส่วนครับ ส่วนแรกคือส่วนที่ชอบหนังแอ็คชั่น ที่พอดูแล้วก็รู้สึกว่าฉากแอ็คชั่นดูจะไม่มากอย่างที่คิด แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว้าวอะไรนอกจากฉากที่พระเอกตีกับคนในผับหลังโดนยาเข้าไป
เข้าทางผมอีกแล้วครับเรื่องนี้ สำหรับหนังแนวบอกเล่าชีวิตช่วงหนึ่งของใครสักคน
เรื่องนี้หมายมั่นดูแบบเอามันส์และเอาฮาครับ ซึ่งหนังก็ตอบโจทย์ตามนั้นนะ ดังนั้นใครอยากดูหนังแอ็คชั่นเบาๆ แบบไม่คิดมากก็จัดได้เลยครับเรื่องนี้
ก่อนดูผมก็ปรับใจไว้ในระดับหนึ่งครับ เพราะนี่เป็นหนังของ Richard Linklater แห่งไตรภาค Before Sunrise และ School of Rock ดังนั้นแนวทางของเขาก็จะไม่ใช่หนังตลาด แล้วก็ต้องบอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้มาในแนวแอ็คชั่น หรือในแง่ความฮาก็ไม่ได้ฮาแบบระดมยิงมุกอะไรแบบนั้น แต่จะเป็นการให้ดารามาแสดงฝีมือ แล้วก็นำเสนอหนังแบบเบาสมองแบบตามธรรมชาติ (คือไม่เน้นปรุงนั่นแหละครับ)
ก่อนอื่นใครที่คาดหมายว่านี่จะเป็นหนังโรแมนติกกุ๊กกิ๊กหวานๆ ล่ะก็ ต้องปรับความคาดหวังด่วนครับ เพราะแม้หนังจะว่าด้วยความรัก แต่มันจะหนักไปทางดราม่าที่มีความเครียดและกดดันแทรกอยู่ในเนื้อเรื่องพอสมควร
หนังรอมคอมในตำนานที่ดูสนุกและเพลินมากๆ ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใครเคยมีประสบการณ์เรื่องความรักมาแล้วนี่ก็น่าจะฮาไปกับหนังได้ไม่น้อยเลยล่ะ
เป็นหนังรอมคอมที่ถือว่าทำได้สนุกครับ เนื้อเรื่องอาจไม่มีอะไรมาก แต่จังหวะการเล่าและดาราในเรื่องทำหน้าที่กันได้ดีจริงๆ
อีริค ฟิลด์ (Scott Foley) ตั้งใจเดินทางมาอิตาลีเพื่อเปลี่ยนใจลูกสาวที่ชื่อ โอลิเวีย (Maia Reficco) ที่กำลังจะซื้อบ้านเก่ามารีโนเวทใหม่แล้วก็มาใช้ชีวิตที่นี่แทน ตอนแรกอีริคก็พยายามเต็มที่ล่ะครับ แต่แล้วอะไรๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อหัวใจของเขาไปสะกิดกับ ฟรานเชสก้า (Violante Placido) นายกเทศมนตรีแห่งมอนเตซาร่าแห่งนี้
ภาคสามปิดท้ายไตรภาคครับ คราวนี้แอมเบอร์ (Rose McIver) กับกษัตริย์ริชาร์ด (Ben Lamb) แห่งอาณาจักรอัลโดเวียกำลังจะมีรัชทายาทตัวน้อยๆ และในช่วงเดียวกันนั้นเองอัลโดเวียยังมีพิธีต่อสนธิสัญญาสันติภาพกับอาณาจักรเพนเกลียอีกด้วย แต่ทีนี้ตัวสัญญาดันหายไปอย่างลึกลับ ทำให้ทุกคนต้องรีบตามหาสัญญานั้นคืนมาก่อนเวลาจะหมดลง
ได้ข่าวว่าภาคแรกฮิตเอาเรื่องจนส่งผลให้ Netflix หันมาจับตลาดหนังวันคริสต์มาสแบบเป็นล่ำเป็นสัน และแน่นอนว่าก็ต้องมีการเข็นภาคต่อของเรื่องนี้ออกมาตามระเบียบครับ