ในคราวแรกผมหยิบหนังเรื่องนี้ขึ้นมาดูโดยที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันนักครับ รู้แค่ 2 อย่าง คือหนังว่าด้วยวันคริสต์มาส ซึ่งผมชอบหนังที่มีเทศกาลนี้เป็นฉากหลังอยู่แล้ว และอีกอย่างคือมี Peter O’Toole ดาราคนโปรดของผมร่วมแสดงด้วย
ในคราวแรกผมหยิบหนังเรื่องนี้ขึ้นมาดูโดยที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันนักครับ รู้แค่ 2 อย่าง คือหนังว่าด้วยวันคริสต์มาส ซึ่งผมชอบหนังที่มีเทศกาลนี้เป็นฉากหลังอยู่แล้ว และอีกอย่างคือมี Peter O’Toole ดาราคนโปรดของผมร่วมแสดงด้วย
ชื่อเรื่องผมว่าน่าสนใจนะครับ มันสะดุดใจผมแต่แรกทีเดียว “วันคริสต์มาส ในเดือนพฤศจิกายน” งั้นหรือ? แสดงว่ามันต้องมีเหตุอะไรสักอย่างให้เป็นเช่นนั้น คำถามคือมันเกิดอะไรขึ้นล่ะ?
รีวิวนี้จะมีสปอยล์ด้วยนะครับ ไม่อยากทราบข้ามไปอ่านดาวที่ด้านล่างได้เลยครับ
ในช่วงยุค 90 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีอีเมลล์ที่ส่งเรื่องเล่าชื่อ The Golden Slippers ฟอร์เวิร์ดไปตามเมลล์ต่างๆ จนคนส่วนใหญ่ในอเมริกาได้อ่านเรื่องราวของเมลล์ฉบับนี้ เนื้อหาว่าด้วยเด็กที่อยากซื้อรองเท้าไปให้แม่ที่กำลังจะตายจากอาการป่วย ซึ่งเธออาจอยูไม่พ้นช่วงวันคริสต์มาสของปีนั้น
A Christmas Carol คือวรรณกรรมระดับคลาสสิกของ Charles Dickens ที่ถูกนำไปดัดแปลงทำเป็นหนังบ่อยมากครับ และส่วนใหญ่ผลที่ได้ออกมาก็ค่อนข้างน่าพอใจ ส่วนสำคัญก็เพราะสาระเนื้อหาในนิยายนั้นมีดีในตัวอยู่แล้วครับ ดังนั้นไม่ว่าจะทำออกมากี่ทีมันก็ถือว่า “ดี” แต่จะดีมากดีน้อยก็ย่อมแล้วแต่คนปรุงว่าจะปรุงหนังออกมาให้กลมกล่อมได้อารมณ์และได้คุณค่าหรือไม่
นี่คือหนังคริสต์มาสง่ายๆ สำหรับฉายทางทีวีที่ดูแล้วก็ให้ความรู้สึกที่ดีไม่น้อยเลยครับ
ผมเชื่อว่าหลายคนคงคุ้นกับกล่าวว่า “โลกคือละคร”
จำกันได้ไหมครับ หนังสนุกสนานฮากันแบบไม่ต้องคิดอะไรมากของพี่น้องตระกูล Farrelly ที่ดังสุดๆ ไปจากหนังเรื่องนี้ ส่วนนาย Jim Carrey ก็ดังต่อเนื่อง แจ้งเกิดแบบแฮททริคเลยครับ จาก Ace Ventura: Pet Detective ต่อด้วย The Mask ตามด้วยเรื่องนี้อีก ซึ่งก็สมควรดังล่ะครับ เล่นได้ฮาตลกหลุดโลกขนาดนี้
เป็นหนังอีกเรื่องที่ผมเปิดดูบ่อยมากครับ แน่นอนว่าชอบ ถูกใจ และที่สำคัญคือดูแล้วรื่นเริง แจ่มใส มีความสุขจริงๆ
ชื่อไทยตั้งได้ “ใช่” มากๆ ครับ คนอึดต้องกลับมาอึดจริงๆ