“จงอย่ายอมให้ผี “หลอก”” คือคำจำกัดความของสาระสำคัญที่ผมได้จากหนังเรื่องนี้ครับ
“จงอย่ายอมให้ผี “หลอก”” คือคำจำกัดความของสาระสำคัญที่ผมได้จากหนังเรื่องนี้ครับ
โดราเอมอน ตอน บุกแดนจอมคาถา เป็นตอนที่หยิบเอาตำนานว่าด้วยพ่อมด แม่มด และเวทย์มนต์มาเป็นแกนครับ
โดราเอมอน ตอน ผจญภัยใต้สมุทร ถือเป็นตอนพิเศษที่เต็มไปด้วยความลึกลับและระทึกขวัญมากที่สุดก็ว่าได้
ถือเป็นหนังผีที่ทำออกมาได้ถูกใจในรอบหลายปี (เท่าที่จำได้ ที่ถูกใจล่าสุดก็น่าจะเป็น Insidious… รู้สึกผู้กำกับจะคนเดียวกับเรื่องนี้นะเนี่ย 555)
ผมรู้สึกดีที่ระยะหลังๆ มีหนังสไตล์ How to สอนคนให้รู้จักใช้ชีวิตมาเรื่อยๆ อย่าง Yes Man ก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งการดูหนังพวกนี้เมื่อมาผสมกับการคิดเพิ่มรอยหยักในสมองสักนิดก็จะทำให้เราเห็นแนวทางการใช้ชีวิตที่เหมาะควร รู้ทันใจตนและเข้าใจโลกมากขึ้น อะไรแบบนี้แหละครับถึงจะเรียกว่าคืนกำไรตอบแทนคนดู
ผมทำใจล่วงหน้าก่อนเข้าโรงแล้วว่าหนังของพี่ Jim Carrey เรื่องนี้คงไม่ฮาแตกเท่าสมัยเล่น Dumb and Dumber, Liar Liar หรือ Bruce Almighty พอดูจบก็พบคำตอบว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ แหละครับ หนังขำบ้างแต่ก็ไม่มาก จึงขอสาธยายแจ้งไว้ในย่อหน้าแรกเลยนะครับว่าอย่าดูโดยคาดหวังความขำ
ภาคต่อเข้าโรงไปจนจะออกแผ่นแล้วนะครับ ผมว่าจะไปดูแต่ก็พลาดไป ก็ไม่เป็นไรครับ รอดูที่บ้านแล้วกัน
เรื่องนี้ชอบตั้งแต่ตอนดูโรงครับ บอกตรงๆ ว่าเสียดายมากที่หนังล่ม คือหนังทำเงินไปแค่ $52 ล้านจากทั่วโลก แต่เงินที่ลงทุนไปอย่างต่ำคือ $80 ล้าน แน่นอนครับว่าเจ๊งสนิท
ปีที่ผ่านมามีหนังว่าด้วยโลกแตกแบบเน้นฮาและบ้าสุดๆ อยู่ 3 เรื่องครับ ได้แก่ This is The End และ Rapture-Palooza 2 เรื่องนี้มาจากฝั่งอเมริกา และอีกเรื่องคือ The World’s End จากฝั่งอังกฤษ
เผอิญผมซื้อมาครบก็เลยเอามานั่งดูต่อๆ กันไปเลยน่ะนะครับ