ตอนแรกผมนึกว่าเรื่องนี้จะเป็นหนัง Feel Good ดูแล้วยิ้มแย้มเกิดพลัง ครั้นพอดูแล้วมันก็มีส่วนผสมที่ทำให้ยิ้มอยู่เหมือนกันครับ แต่แนวจะหนักไปทางดราม่า สะท้อนความจริงของชีวิตอะไรแบบนั้นมากกว่า
ตอนแรกผมนึกว่าเรื่องนี้จะเป็นหนัง Feel Good ดูแล้วยิ้มแย้มเกิดพลัง ครั้นพอดูแล้วมันก็มีส่วนผสมที่ทำให้ยิ้มอยู่เหมือนกันครับ แต่แนวจะหนักไปทางดราม่า สะท้อนความจริงของชีวิตอะไรแบบนั้นมากกว่า
เป็นหนังที่ผมเล็งจะดูตั้งแต่เห็นโปสเตอร์และรู้แนวหนังแล้วล่ะครับ ชื่อก็บอกแล้วว่าหนังจะเล่าถึงเหตุการณ์ในค่ำคืนหนึ่งของชายหญิง 2 คู่ ซึ่งแนวแบบนี้ก็ทำให้นึกถึงหนังตระกูล Before ทั้งหลายขึ้นมาเลยครับ (Before Sunsire ไตรภาค กับ Before We Go)
ในเบื้องต้นพอเห็น Bryan Cranston มารับบทนำในหนังว่าด้วยขบวนการค้ายาเสพติดแบบนี้ก็ให้เกิดความรู้สึกว่าหนังน่าจะออกมาโอเคอยู่ล่ะครับ (สงสัยยังติดภาพความขลังของพี่แกจากซีรี่ส์ Breaking Bad อยู่แฮะ)
นาทีที่ผมเขียนบทความนี้ คือนาทีที่ผมกำลังดู End Credits ครับ คือพอดูจบแล้วอยากรีบเขียน อยากรีบชวนให้ทุกท่านได้ลองชมหนังเรื่องนี้กันสักครั้ง
อีกหนึ่งหนังแนวสร้างแรงบันดาลใจที่สร้างจากเรื่องจริงของ เจสซี่ โอเว่น นักวิ่งผิวสีที่เดินทางไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี 1936 ที่จัดในในประเทศเยอรมนี อันเป็นยุคสมัยที่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์และพรรคนาซีกำลังเรืองอำนาจ
เรื่องนี้ถือเป็นหนังที่ทำให้ผมตระหนักเลยว่า แม้หนังบางเรื่องจะมีคนชอบแบบล้มหลามแค่ไหนก็ตาม แต่หนังเรื่องนั้นอาจไม่ใช่หนังที่เราจะชอบมากมายเหมือนคนอื่นก็ได้
จริงๆ หนังเรื่องนี้ควรจะเข้าทางผมอย่างแรงเลยล่ะครับ เหตุผลก็เพราะ ข้อ 1) เป็นหนังว่าด้วยการค้นหาความหมายชีวิต ข้อ 2) หนังมีฉากหลังเป็นช่วงคริสต์มาส หนึ่งในช่วงที่บรรยากาศอบอุ่นกรุ่นหอมที่สุดแห่งปี และ 3) หนังรวมดารายอดฝีมือระดับตัวพ่อตัวแม่เต็มจอไปหมด
ดูไปดูมาหนังเรื่องนี้ทำเอาผมน้ำตาไหลครับ ไม่นึกเหมือนกันว่ามันจะทำให้เราน้ำตาหยดได้ คือไม่ถึงกับไหลพรากๆ น่ะนะครับ แต่มันเหมือนเราอินอยู่ลึกๆ แล้วพอถึงนาทีตอนท้ายๆ ที่ตัวละครเริ่มน้ำตาไหล เราก็ไหลไปกับพวกเขาด้วย
หนังเรื่องนี้ผมเทใจให้การแสดงของ Natalie Portman แบบเต็มๆ ครับ คือเธอเอาทั้งเรื่องอยู่จริงๆ พลังมาเต็มตั้งแต่ต้นจนจบ (อาจจะมีช่วงที่ผ่อนบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ไม่มากครับ) เรียกได้ว่าโดยรวมแล้วความดีงามของหนังคือ Portman จริงๆ ครับ เธอได้ใจผมไปเลย
หนังจับเอาอีกมุมของโลกการเมืองมานำเสนอครับ นั่นคือโลกของ ล็อบบี้ยิสต์ (Lobbyist) ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จมากมายในโลกแห่งการเมืองอันแสนซับซ้อน