ส่วนใหญ่ปี 3 ของซีรี่ส์แนวแอ็กชันนี้มักมาทางเดียวกันครับ คือจะพยายามแหวกจาก 2 ปีแรกเท่าที่จะทำได้ ตามด้วยการสรรหาตัวร้ายที่ต้องใหญ่กว่าเดิมมาเป็นบอสใหญ่ให้เหล่าตัวเอกรับมือกัน
ส่วนใหญ่ปี 3 ของซีรี่ส์แนวแอ็กชันนี้มักมาทางเดียวกันครับ คือจะพยายามแหวกจาก 2 ปีแรกเท่าที่จะทำได้ ตามด้วยการสรรหาตัวร้ายที่ต้องใหญ่กว่าเดิมมาเป็นบอสใหญ่ให้เหล่าตัวเอกรับมือกัน
เมื่อดูหนังเรื่องนี้แล้ว ตระหนักได้ถึงคำว่า “ทุกอย่างมีช่วงเวลาของมัน”
จำได้ว่าปีแรกสุดของซีรี่ส์ชุดนี้ผมไม่ถึงกับปลื้มอะไรมากครับ มาสนุกจริงๆ เอาตอนหลังๆ ในขณะที่ครึ่งปีแรกออกแนวเรื่อยๆ ไม่ได้มีอะไรชวนติดตามขนาดนั้น
ตอนนั้นก็ใจหายเหมือนกันครับยามได้รู้ว่านี่จะเป็น CSI ปีสุดท้ายของแฟรนไชส์นี้ ซึ่งเหตุผลที่ใจหายก็คงเพราะติดตามดูทั้งชุดดั้งเดิมและภาคแยกต่อกันมาตั้ง 16 ปี จู่ๆ จะไม่มีอีกต่อไป ก็แอบโหวงเหมือนกัน
ซีรี่ส์ที่ผมเปิดดูสลับกับสามทหารเสือคือเรื่องนี้ครับ Revenge ปี 1 ที่บอกได้เลยว่าอร่อยน่าติดตามแท้ๆ
ลึกๆ แอบเชียร์ให้ซีรี่ส์นี้ออกมาดี ดัง และอยู่ได้นานๆ ครับ เพราะชอบ 2 ดารานำไม่ว่าจะ Gary Sinise (พี่แม็ค แห่ง CSI: NY) และ Alana De La Garz (โจ แห่ง Forever ซีรี่ส์ดีแต่อายุสั้นเกิน)
24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ผมไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากดูซีรี่ส์ Roosevelt Game จนจบ 9 ตอนแบบติดหนึบ
ถ้าถามว่าซีรี่ส์ที่ผมชอบที่สุดเมื่อปี 2015 คือเรื่องอะไร ก็ตอบได้เต็มปากเต็มคำว่ามี Forever (ที่อายุสั้นแค่ 1 ปีแล้วก็โดนเลิกสร้าง) กับเรื่องนี้นี่แหละครับ
ผมเว้นช่วงในการดูหนังรักโรแมนติกไปนานพอดูครับ เหมือนถึงจุดอิ่มตัวในช่วงหนึ่งเลยมีการพัก แล้วก็ปล่อยให้หนังรักหลายเรื่องผ่านตาไป กะไว้ว่าถ้าเกิดอารมณ์อยากดูเมื่อไรแล้ว ก็ค่อยคว้ามาดู และ Love Is in the Air ถือเป็นเรื่องแรกครับ ผลก็คือดูแล้วแฮ้ปปี้ใช้ได้เลยทีเดียว
ความกระตือรือร้นในการดู Scream VI ของผมนี่ยอมรับว่าไม่มากเท่าไรครับ คือถ้ามีให้ดูก็พร้อมดู แต่ไม่รีบไม่ร้อนอะไร ยิ่งรู้ว่าเดี๋ยวจะมีภาคต่อตามมาอีกก็ยิ่งเรื่อยๆ ทางอารมณ์ครับ – แต่ไม่ใช่ไม่อยากดูนะครับ มันก็ยังอยากดูอยู่ เพียงแต่ดีกรีความอยากดูมันไม่ได้มากเท่าสมัยก่อนตอนรอดูภาค 2 ภาค 3 น่ะ จำได้สมัยนั้นนี่ถึงขั้นเล็งวันพุ่งเข้าโรงเลยทีเดียว – สงสัยชักจะแก่แล้วครับ 555