กลับมาอีกครั้งครับ กับเรื่องราวของกระดานผีถ้วยแก้วที่มาพร้อมกับความสะพรึง ภาคนี้ยังเขียนบทและกำกับโดย Kevin Tenney จากภาคแรก
กลับมาอีกครั้งครับ กับเรื่องราวของกระดานผีถ้วยแก้วที่มาพร้อมกับความสะพรึง ภาคนี้ยังเขียนบทและกำกับโดย Kevin Tenney จากภาคแรก
ลินดา บริวสเตอร์ (Tawny Kitaen) ได้กระดานผีถ้วยแก้วมาตอนเธอจัดงานเลี้ยงครับ และเธอก็ลองเล่นมัน ตอนแรกเหมือนมันจะไม่ทำงานอะไร แต่พอเธอลองเล่นคนเดียวดู กระดานก็เคลื่อนที่ได้ครับ มันเหมือนจะให้คำตอบกับทุกเรื่องที่เธอถาม แต่เธอไม่รู้เลยว่ายิ่งเธอข้องแวะกับกระดานนี้มากเท่าไร อันตรายก็เข้าใกล้ตนเองและคนรอบตัวมากเท่านั้น
ภาคนี้ก็ลงวีดีโออีกเช่นเคยกับการกลับมาของ จินน์ (John Novak) จอมอสูรร้ายที่คืนชีพอีกครั้งเพราะ ลิซ่า เบิร์นลี่ย์ (Tara Spencer-Nairn) สาวสวยคนหนึ่งดันไปสัมผัสถูกอัญมณีที่สะกดจินน์ไว้ และมันก็เดินแผนล่อลวงให้เธอขอพรมันจนครบ 3 ประการอีกครั้งเพื่อนำพี่น้องปีศาจของมันขึ้นมายังโลก
หนังลึกลับสยองขวัญยุคเก่าครับ กับเรื่องราวคดีฆาตกรรมเศรษฐีชาวเยอรมันคนหนึ่ง จุดที่น่าสนใจคือตรงที่เกิดเหตุนั้นมีตุ๊กตาเล็กๆ ตกอยู่ด้วยอย่างเป็นปริศนา
หนังตลกเรื่องนี้ทำออกมาล้อเลียนปีศาจอมตะระดับตำนานอย่าง Count Dracula ครับ
หนังรักวัยรุ่นยุค 80 ที่หลายคนน่าจะจำได้นะครับ ว่าด้วยความรักอันร้อนแรงของ เดวิด แอ็กเซลร็อด (Martin Hewitt) และ เจด บัทเธอร์ฟิลด์ (Brooke Shields) ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามและความทุกข์ตรม ซึ่งอุปสรรคที่ว่านี่ก็มักจะเกิดเพราะการกระทำของพ่อพระเอกเราเป็นส่วนใหญ่นั่นล่ะครับ
ชื่ออิตาลีคือ Non si sevizia un paperino นะครับ กับหนังลึกลับระทึกขวัญของอิตาลีครับ กำกับโดย Lucio Fulci ผู้กำกับระดับตำนานอีกคนของแดนสปาเก็ตตี้ พี่ท่านขึ้นชื่อด้านการทำหนังสยองน่ะครับ อย่างหนังชุด Zombie ที่แตกหน่อต่อยอดไปจาก Dawn of the Dead ของ George A. Romero นั้นก็ดังด้วยมือเขานี่แหละ
เวอร์จิเนีย ดัคซี่ (Jennifer O’Neill) เกิดภาพนิมิตขณะขับรถว่ามีโครงกระดูกถูกซ่อนอยู่ที่กำแพงบ้านของสามีเธอ และเมื่อเธอลองไปค้น เธอก็พบโครงกระดูกนั้นจริงๆ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการค้นหาว่าโครงกระดูกนั้นมาจากไหน และใครคือฆาตกรสังหารคนผู้นี้
พฤติกรรมการดูหนังของคนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ครับ ส่วนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงก็คือความก้าวไกลของเทคโนโลยี โดยยุคนี้ดูจะเป็นยุคสมัยแห่งการดูออนไลน์ การดูอยู่กับบ้าน หรือดูที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องไปต่อแถวซื้อตั๋วเพียงอย่างเดียว
ตอนนี้ไม่รู้ว่าผมเริ่มอิ่มตัวกับหนัง Hollywood – เป็นเพราะหนัง Hollywood เองเริ่มย่ำอยู่กับที่ – หรือเพราะมันกำลังเดินไปในทางทิศทางที่เราไม่คุ้น (จนเด็กยุค 90 อย่างผมเริ่มไม่ชินกับมัน) กันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือความรู้สึกเหล่านั้น มันทำให้ผมหันไปหาหนังแนวอื่น สัญชาติอื่น สไตล์อื่นมากขึ้น