สิ่งแรกที่อยากจะบอกคือ กะไว้แล้วครับว่าพอดูจนจบนะ ยังไงมันก็จะต้องจบแบบปลายเปิด ทิ้งเชื้ออะไรสักอย่างไว้เผื่อทำตอนต่ออีกอยู่ดี แม้ชื่อจะบอกว่า The Final Chapter แค่ไหนก็เถอะ
สิ่งแรกที่อยากจะบอกคือ กะไว้แล้วครับว่าพอดูจนจบนะ ยังไงมันก็จะต้องจบแบบปลายเปิด ทิ้งเชื้ออะไรสักอย่างไว้เผื่อทำตอนต่ออีกอยู่ดี แม้ชื่อจะบอกว่า The Final Chapter แค่ไหนก็เถอะ
พอดูหนังจนจบ ผมพบว่าตัวเองอมยิ้มตลอดการรับชมหนังเรื่องนี้เลยครับ ^_^ จู่ๆ มันเกิดอารมณ์ปลื้มปิติกับการที่ได้มาเห็น Lin Shaye ได้รับบทนำแบบเต็มตัว และที่สำคัญคือเธอสามารถแสดงบทนี้ได้อย่างดีอีกด้วย
เรามาดูหนังอินเดียกันต่อนะครับ อีกเรื่องที่ผมชอบก็คือ Zindagi Na Milegi Dobara หรือชื่อไทยว่า “ลุยสุดมันส์ แดนฝันสเปน” ที่ผมขอนิยามว่าเป็น The Hangover เวอร์ชั่น “มีสติ” ครับ ^_^
หลายปีที่ผ่านมา ผมเจอหนังอินเดียขโมยหัวใจไปหลายเรื่องเลยครับ และ The Lunchbox ก็เป็นหนึ่งในนั้น ^_^
Annie ฉบับล่าสุดอาจไม่ใช่หนังที่ลงตัวเต็มร้อย แต่ถ้าจะดูเอาสนุกเพลิดเพลิน พร้อมรับสาระชีวิตดีๆ ติดปลายนวมกลับไปคิดเป็นการบ้าน ก็ถือว่าหนังตอบโจทย์อะไรเหล่านี้ได้ดีพอสมควรครับ
โปสเตอร์ของ Tomb Robber หรือ ล่าขุมทรัพย์ หุบผาทมิฬ ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะได้ดูหนังผจญภัยเข้า “ถ้ำ” ไปหาสมบัติ (เพราะภาพในโปสเตอร์มันคือ “ถ้ำ” ชัดๆ นี่หน่า)
ภรรยาผมพูดขึ้นหลังดูหนังเรื่องนี้จบว่า “เราไม่มีโอกาสที่จะทำให้วันไหนดีขึ้นได้ นอกจากวันนี้… ว่าอย่างนั้นมั้ย?” แล้วผมก็พยักหน้าตอบรับครับ ^_^ (บอกก่อนครับ บทความนี้ยาว เพราะหนังมันถูกจริตมากมาย)
เชื่อไหมครับว่าผมเพิ่งดู Slumdog Millionaire จบเมื่อวานนี้เอง
ว่าตามจริงแล้วเรื่องนี้เป็นหนังไทยที่ผมอยากดูมากเลยครับ ต้องบอกว่าไม่ได้รู้สึกแบบนี้กับหนังไทยมานานพอสมควร
สำหรับผมแล้ว จุดเด่นของหนังชุด Kung Fu Panda คือภาพสวยๆ ของธรรมชาติแบบย้อนยุคแล้วก็เจือกลิ่นอายลายเส้นอันเปี่ยมเสน่ห์ของจีนน่ะครับ