ออสการ์ที่ผ่านมาผมก็ลุ้นให้ Eddie Redmayne ได้ออสการ์นำชาย พอๆ กับที่ผมลุ้นให้ J.K. Simmons ได้ออสการ์สมทบชายนั่นแหละครับ ^_^
ออสการ์ที่ผ่านมาผมก็ลุ้นให้ Eddie Redmayne ได้ออสการ์นำชาย พอๆ กับที่ผมลุ้นให้ J.K. Simmons ได้ออสการ์สมทบชายนั่นแหละครับ ^_^
One Chance อีกหนึ่งหนังเสริมพลังใจที่ทำออกมาได้น่ารัก ดูเพลิน และทำเอาผมอมยิ้มไปตลอดเรื่องเลยครับ
The Second Best Exotic Marigold Hotel ให้อารมณ์เหมือนตอนดู Iron Man 2 ครับ
The Best Exotic Marigold Hotel เป็นหนังรวมดาราลายครามที่แสนจะน่ารักครับ ดูแล้วสุขใจและอิ่มเอมอย่างยิ่ง
ท่านใดชอบหนัง Feel Good ปรุงน้อยแต่อร่อยพอเหมาะ (คือไม่ถึงขั้น Feel Real แต่ก็ไม่ได้ปรุงแต่งใส่สีอะไรมาก) และผสมด้วยเรื่องราวของเสียงเพลงล่ะก็ ผมขอแนะนำเรื่อง La famille Bélier ให้ลองไปลิ้มกันได้เลยครับ ^_^
Paper Towns อาจไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบอะไรมากมายนะครับ แต่มันโดนใจผม เพราะมันมาพร้อมพล็อตแบบที่เข้าทางผมอย่างแรง นั่นคือหนังว่าด้วยการผจญภัยเล็กๆ ในหนึ่งค่ำคืนของหนุ่มสาว (คล้ายๆ Before Sunrise หรือ Before We Go แต่ไมเ่หมือนซะทีเดียว) ผสมเข้ากับประเด็นเกี่ยวกับเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่เดินทางไปทำอะไรสักอย่างด้วยกัน (แบบ Stand By Me)
Hector and the Search for Happiness เป็นหนังที่น่าสนใจดีครับ เรื่องราวว่าด้วยเฮคเตอร์ (Simon Pegg) จิตแพทย์หนุ่มที่น่าจะมีชีวิตอันแสนสุข เพราะงานที่ทำก็ประสบความสำเร็จ มีคนมาให้บำบัดไม่ขาดสาย อีกทั้งยังได้แต่งงานกับสาวสวยสุดเก่งอย่างคลาร่า (Rosamund Pike) อีกด้วย
Danny Collins จัดเป็นเหล้าเก่าในขวดเก่าครับ แต่เผอิญว่าเหล้าที่ว่านี่เป็นเหล้าดี รสอร่อย และเสริมสมุนไพรอีกต่างหาก ผมเลยเพลินในการลองลิ้มเหล้าเก่าที่ว่านี่ไปตั้งแต่ต้นจนจบ
If I Stay ถือเป็นหนังดราม่าที่รสชาติกลมกล่อมเข้าตาและได้อารมณ์ไม่เลวทีเดียวครับ
ถ้าใครโปรดปรานหนังชีวิตวัยรุ่นสไตล์ The Fault of Our Stars, Paper Towns, The Kings of Summer, The Way Way Back หรือ The Perks of Being a Wallflower ล่ะก็ ผมขอแนะนำเรื่องนี้ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งครับ