แม้งานจะเยอะนะครับช่วงนี้ แต่ผมก็ต้องดูเรื่องนี้ให้ได้ครับผม เพราะพี่ Tim Burton ของผมแกลงมือกำกับเอง และแนวหนังมันก็แนวแกชัดๆ อ้ะ แฟนตาซีแบบโรคจิตหยั่งเงี้ย
แม้งานจะเยอะนะครับช่วงนี้ แต่ผมก็ต้องดูเรื่องนี้ให้ได้ครับผม เพราะพี่ Tim Burton ของผมแกลงมือกำกับเอง และแนวหนังมันก็แนวแกชัดๆ อ้ะ แฟนตาซีแบบโรคจิตหยั่งเงี้ย
ออกตัวเลยว่า ผมเขียนบทความนี้ในฐานะ คนที่เคยเผชิญกับ “ความกลัว” ที่เคยมีต่อเพนนีไวส์เมื่อประมาณ 25 ปีก่อน…
“เราไม่ควรโทษสิ่งอื่นรอบตัวว่าสิ่งนั้นทำให้เราเป็นแบบนี้หรือสิ่งนี้ทำให้เราเป็นแบบนั้น แต่เราควรหันมารับผิดชอบตนเอง และเลือกที่จะกำหนดชีวิตให้เป็นไปตามที่เราต้องการ” นี่คือหนึ่งในวาทกรรมที่มีพูดกันแพร่หลายในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา
นี่คือแอนิเมชั่นที่ผมดูอย่างมีความสุขครับ แม้เนื้อหามันจะระคนผสมกันระหว่างสุขกับเศร้า เคล้าความวุ่นวายของโลกแห่งสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน… แต่กระนั้นมันก็ยังสวยงาม
ปีไหนไม่ได้ดูหนังของลุง Woody Allen มันคงเหมือนขาดอะไรไปอย่างน่ะครับ เพราะผมเองก็ตามดูหนังของลุงเขามากว่า 20 ปี จนแม้จะไม่รู้จักและไม่เคยเจอก็เถอะ แต่ก็รู้สึกประหนึ่งเหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ในชีวิตไปแล้วล่ะ
บันทึกไว้ในความทรงจำเลยว่านี่เป็นหนังที่ทำให้ผมตะโกนในใจว่า “อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก” ในตอนที่หนังเกือบจะจบ (ใจจริงอยากตะโกนออกเสียงมันเดี๋ยวนั้น แต่เกรงใจคนที่ดูด้วย)
พี่ Robert Rodriguez นี่ได้ชื่อว่าเป็นผู้กำกับที่ถนัดหนังแนวรุนแรงคนหนึ่งนะครับ ตอนที่พี่ท่านประกาศจะมาทำเรื่องนี้ผมก็ประหลาดใจล่ะครับ ก็เห็นเขาทำหนังกี่ทีนี่จะต้องมีศพเกลื่อนเลือดกลาดทุกรอบ แล้วนี่จะมาทำหนังเด็กมันก็เลยอดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้
ปิดท้ายด้วยหนังโรแมนติก เครียดๆ เรื่องความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่งนะครับ (Takeshi Kaneshiro กับ Gigi Leung) ที่เริ่มรักกันตอนเรียน แต่แล้วก็มีเหตุให้ห่างกันไป จากนั้นหลายปีต่อมา พวกเขาก็โตเป็นผู้ใหญ่และได้กลับมาพบกันอีกครั้ง แล้วความรักมันจะสานต่อไปหรือไม่น้อ
หากให้สรุปเบื้องต้นล่ะก็ นี่เป็นหนังดีที่ควรค่าแก่การดูมากๆ เรื่องหนึ่งเลยครับ ทำออกมาได้ถึงอารมณ์มาก ดาราเล่นดี เพียงแต่มันจะมีความกดดันและชวนให้หดหู่เจืออยู่เยอะสักหน่อยเท่านั้นแหละ ดังนั้นใครไม่สันทัดหนังเครียดๆ หรือกดดันๆ ก็ขอแนะให้เตรียมใจก่อนดูนิดนึงครับ
ดูเป็นชาติแล้วครับ ตั้งแต่วันแรก […]