ถ้าเราต้องเล่าชีวิตของเราเอง หรือชีวิตใครสักคน การเล่าตามความจริงเป๊ะๆ มันจำเป็นแค่ไหน… เราจะเล่าแบบปรุงรสเพิ่มอีกหน่อย จะได้ไหม?
ถ้าเราต้องเล่าชีวิตของเราเอง หรือชีวิตใครสักคน การเล่าตามความจริงเป๊ะๆ มันจำเป็นแค่ไหน… เราจะเล่าแบบปรุงรสเพิ่มอีกหน่อย จะได้ไหม?
หลายสัปดาห์ก่อนมีคนมาถามหาหนังเรื่องนี้พอดีครับ เลยถือโอกาสรีวิวรำลึกอดีตซะเลย เพราะหนังก็เก่าอยู่ครับ สมัยออกวีดีโอกับ CVD โน่น โดยที่หนังเรื่องนี้จะมีชื่อฝรั่ง 2 ชื่อครับ ชื่อแรกคือชื่ที่ใช้ในอเมริกา นั่นก็คือ Trading Mom ส่วนชื่อฝรั่งนอกอเมริกาจะใช้ว่า The Mommy Market ที่สื่อความหมายได้ชัดกว่าครับ
หนังแนวพิมพ์นิยมอีกประเภทที่สตูดิโอต่างๆ ขยันทำกันออกมาในยุค 90 ครับ เพราะหลายเรื่องทำแล้วฮิต อย่าง The Mighty Ducks, Angels in the Outfield และ The Sandlot ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จที่ว่าด้วยเด็กเนิร์ดๆ และอ่อนกีฬากลุ่มหนึ่งต้องมารวมตัวกันเพื่อแข่งกีฬาสักอย่าง แน่นอนว่าตอนต้นๆ เราจะเห็นว่าพวกเด็กๆ ฝีมืออ่อนแค่ไหน แต่เมื่อเวลาผ่านไปพวกเขาก็จะเก่งขึ้น กล้าขึ้น จนนำมาสู่การแข่งกีฬารอบตัดเชือกที่ชวนลุ้นในท้ายที่สุด
หนังตลกสมัย Tom Hanks ยังละอ่อนครับ เขารับบทเป็นเดวิด แบสเนอร์ หนุ่มนักโฆษณาที่การงานกำลังไปได้สวย แต่แล้วชีวิตที่ลงตัวของเขาก็ต้องสะดุดเมื่อพ่อแม่ดันมาหย่ากันตอนแก่ครับ ประมาณว่าแม่ของเขา (Eva Marie Saint) ทนความเจ้าปัญหาของพ่อ (Jackie Gleason) ไม่ไหว เลยตัดสินใจอยู่คนเดียวให้มีอิสระและความสุขดีกว่า
ว่ากันตามจริง Coyote Ugly ไม่ใช่ยอดหนังดีที่มีคุณภาพสูงส่ง มันอาจมีบ้างที่เนื้อส่วนยังไม่ลงตัว การแสดงอารมณ์ของดาราไม่ถึงขีด หรือความเข้มข้นก็ยังไม่มากมาย แต่รู้อะไรไหมครับ… ผมชอบหนังเรื่องนี่้จัง
เรื่องนี้ก็เข้าทางผมอีกแล้วครับ หนังสไตล์ย้อนยุค ถ่ายทอดแง่มุมชีวิตวัยรุ่นวัยเรียน และกลั้วอารมณ์แบบหนัง Coming of Age เข้าไปอีกหน่อย เป็นอะไรที่ผมชอบอยู่แล้ว ไหนจะชื่อผู้กำกับ Richard Linklater (ไตรภาค Before Sunrise และ Boyhood) เรื่องนี้เลยเป็นหนังน่าดูภาคบังคับสำหรับผมครับ
แรกเริ่มเดิมทีนี่คือ The Mighty Ducks ภาคที่ผมชอบน้อยที่สุด
ในคราวนี้เป็นเรื่องราวต่อจากภาคแรก หลังจากโค้ชกอร์ดอน บอมเบย์ (Emilio Estevez) ตัดสินใจไปเป็นนักฮ็อคกี้เต็มตัวเพื่อเติมเต็มความฝันของตน แต่แล้วเขาก็ได้รับอุบัติเหตุระหว่างการเล่นทำให้ได้รับบาดเจ็บที่เข่า ไม่สามารถลงแข่งฮ็อคกี้ได้อีก เขาเลยย้อนกลับมาเพื่อหมายจะดูแลและสอนทีมเดอะ ดั๊กส์ ที่เขาได้สร้างไว้
นี่คือหนังแนวกีฬาที่ผมชอบสุดๆ เรื่องหนึ่งครับ ชอบตั้งแต่ได้ดูครั้งแรกเมื่อ 10 กว่าปีก่อน จนซื้อวีดีโอเก็บ ล่าสุดมีคนทำออกมาแบบ DVD Box Set ไตรภาคผมก็คว้ามาทันใด ยิ่งดีใจครับที่ได้เสียงพากย์ไทยสมัยวีดีโอโดยทีม CVD ครบทั้ง 3 ภาค
แม้เรื่องนี้จะไม่เชิงว่าเป็นภาคต่อแบบทางการของ The Adventures of Huck Finn (1993) ก็ตาม แต่ด้วยความที่ตัวละครมันต่อเนื่องกัน และหนังยังได้ Stephen Sommers ที่กำกับและดัดแปลงบทฉบับนั้นมาทำหน้าที่ดัดแปลงบทให้กับเรื่องนี้ด้วย เลยทำให้พอจะมองว่ามันคือภาคต่อกันแบบอนุโลมครับ