แม้ชื่อจะเป็นภาคต่อ และดารานำคนเดิมตามมาเล่น แต่เนื้อในนี่เป็นคนละเนื้อเรื่องกัน เป็นการเริ่มเรื่องใหม่โดยใช้ดาราเดิมและชื่อเรื่องเดิมนั่นเอง
แม้ชื่อจะเป็นภาคต่อ และดารานำคนเดิมตามมาเล่น แต่เนื้อในนี่เป็นคนละเนื้อเรื่องกัน เป็นการเริ่มเรื่องใหม่โดยใช้ดาราเดิมและชื่อเรื่องเดิมนั่นเอง
ภาคต่อของหนังแอ็คชั่นเกรดบีครับ หลังจากผมเคยเขียนถึงภาคแรกไปเมื่อนานมาแล้ว กับการกลับมาของ เจค ไรย์ (Don ‘The Dragon’ Wilson) นักสู้ยอดฝีมือ ที่คราวนี้เขาไปเที่ยวมะนิลาตามคำชวนของเพื่อน
วันนี้ง่วงจัด ขอเล่าที่มันง่ายๆ ก่อนแล้วกันนะครับ จะได้ไม่ต้องสาธยายอะไรมาก พวกหนังทุนต่ำนี่ว่าง่าย ดีก็ดี ไม่ดีก็ดี เอ้ะ ยังไง
ชอลิ้วเฮียงฉบับปี 1980 ครับ ได้ หลิวเต๋อข่าย มาแสดงเป็นจอมโจรจอมใจชอลิ้วเฮียง
ผมจำได้ว่าผมเคยเผา Street Fighter เวอร์ชั่นพี่ Jean-Claude Van Damme ซะจนแทบเป็นตอตะโกไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน ใครจะนึกล่ะครับว่าประวัติศาสตร์มันจะกลับมาซ้ำรอยอีก…
หนังบู๊เกรดบีอีกเรื่องครับ เนื้อหาว่าด้วยมีวายร้ายที่ไล่ฆ่านักกีฬาระดับเก่งๆ ของเมืองไปมากมาย ทำให้สองนายตำรวจ เคน โอฮาร่า (Gary Daniels ) และชัค เบเกอร์ (Chuck Jeffreys) ต้องออกโรงสืบเพื่อไขปม ล่าตัวฆาตกร และหยุดยั้งแผนการฆ่าต่อเนื่องของมันให้จงได้
รู้ไหมครับว่าต่อให้เอา เลือด ในหนัง ศุกร์ 13, นิ้วเขมือบ, Halloween, แค้นฝังหุ่น และ Scream มารวมกัน มันยังไม่เยอะเท่า เลือด ที่ได้เห็นในหนังเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวเลย!
ถือเป็นหนังแดร็กคูล่าลำดับที่ 9 ในบรรดาหนังชุด Dracula เวอร์ชั่น Hammer Films ซึ่งมีเนื้อหาออกทะเลใช้ได้เลยครับ เรียกว่าเป็นภาคที่ได้รับการกล่าวขวัญมากว่าออกแนวเลอะๆ
Blind Fury ว่าด้วยเรื่องของนิค ปาร์คเกอร์ (Rutger Hauer) นายทหารที่ไปรบในสงครามเวียดนามและประสบเหตุให้ตาบอด โชคดีที่มีชาวบ้านช่วยเหลือ พร้อมทั้งสอนวิชาดาบกับฝึกประสาทสัมผัสให้ จนเขากลายเป็นคนตาบอดที่เยี่ยมวรยุทธ์มากคนหนึ่ง
3 จุดที่ผมว่า Work สุดๆ ใน Dragonball Evolution ได้แก่