จำได้ว่ารอบแรกที่ดู City Hunter ฉบับเฮียเฉินหลงเป็นซาเอบะ เรียวนั้น มันมีอารมณ์ค้านนิดๆ เพราะหน่วยก้านและจมูกบานๆ ของเฮียเขามันไม่ใช่ซาเอบะสักเท่าไร
จำได้ว่ารอบแรกที่ดู City Hunter ฉบับเฮียเฉินหลงเป็นซาเอบะ เรียวนั้น มันมีอารมณ์ค้านนิดๆ เพราะหน่วยก้านและจมูกบานๆ ของเฮียเขามันไม่ใช่ซาเอบะสักเท่าไร
Hard Target ภาคแรกมีความหมายต่อผมในฐานะเป็นหนังแอ็กชันเรื่องแรกที่ John Woo ทำให้กับ Hollywood แม้ตัวหนังจะไม่ได้เด็ดขาดอะไรมาก แต่ก็ถือว่ามันส์ครับ อีกอย่างคือหนังจัดเต็มลีลาแบบ Woo แบบเต็มพิกัดไม่ว่าจะสโลว์, สไลด์ยิง, ถือปืนสองมือ หรือเอาปืนมาจ่อใส่กัน
ผมเคยจับตาหนังเรื่องนี้มากๆ เมื่อตัวอย่างของหนังได้ไปขึ้นหน้าหนึ่งของ IMDB บ่งบอกชัดว่า The Raid เรื่องนี้ต้องมีดีพอตัว
หนังแอ็กชั่นหมัดมวยของ หลี่เหลียนเจี๋ย หรือ Jet li กับบท ฮั้วหยวนเจี่ย วีรบุรุษชาวจีนที่ต่อสู้อย่างกล้าหาญกับชาวต่างชาติที่หมายจะมารุกรานอธิปไตยชาวจีน ไม่ว่าจะพวกตะวันตกที่ดูถูกว่าวัฒนธรรมชาวจีนช่างล้าหลัง ตัวก็เล็กจนพากันขนานนามว่าชาวจีนคือขี้โรคเอเซีย
แล้วเราก็มาถึงภาพยนตร์กังฟูที่ได้รับการยกย่องว่าเด็ดที่สุดของ บรูซ ลี แล้วล่ะนะครับ หลังจากเขาสร้างชื่อเสียงด้วยหนังฮิตติดต่อกันถึง 3 เรื่อง แล้วยังเป็นการประกาศศักดาพลังแห่งกังฟูให้ชาวโลกได้รู้จักด้วยลีลาอันน่าตื่นตาบนแผ่นฟิล์ม ในที่สุด ฮอลลีวู้ดก็เป็นฝ่ายหันหน้ามาหาเขาครับ
ผลงานลำดับถัดมาที่ บรูซ ลี ลงมือกำกับและเขียนบทด้วยตัวเองครับ หลังจากความสำเร็จของหนังสองเรื่องแรก คราวนี้เฮียบรูซของเราเลยมีอำนาจในการตัดสินใจมากขึ้นครับ ในการเขียนบท เลือกโลเกชั่น ซึ่งเฮียบรูซและทีมงานก็เดินทางเสาะแสวงหาสถานที่ใหม่ๆ ที่จะเอามาใช้เป็นลานประลองฉากแอ็กชันในหนังเรื่องถัดไป
หลังจาก The Big Boss หรือ ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง ประสบความสำเร็จโด่งดังชนิดข้ามน้ำข้ามทะเล ทำให้ Raymond Chow แห่ง Golden Harvest ไม่รอช้าครับ จัดการร่วมทีมกับ บรูซ ลี และผู้กำกับ หลอเหว่ย จากหนังเรื่องที่แล้วในมาช่วยกันสร้างตำนานบทต่อไปแห่งหนังกังฟูเรื่องนี้
ข้ามฟากมาเล่าตำนานหนังแอ็กชันเอเซียกันบ้างล่ะนะครับ กับยอดนักบู๊กังฟูในตำนาน หลี่ เสี่ยวหลง หรือ บรูซ ลี นั่นเอง และนี่คือผลงานหนังกังฟูที่ทำให้คอหนังทั้งโลกจับตามองเขาครับ
นี่คือชอลิ้วเฮียงฉบับปี 2001 ครับ โดยเริ่มเรื่องที่สมัยพี่ชอยังหนุ่มๆ ครับ เขาได้พบกับลี้คิมฮวงและได้รับถ่ายทอดวิชามีดบินเสียวหลี่มาจากลี้คิมฮวงด้วย (เอาเข้าไป)
ช่วงนี้ยอมรับว่าแทบไม่มีเวลาดูหนังจีนชุดเลยครับ ขนาดหนังปกติสองชั่วโมงจบยังไม่ใคร่จะได้ดูกับเขาเลย