หนังสร้างจากเหตุการณ์จริงของเพื่อน 4 คนที่ไปล่องเรือเพื่อตกปลา แต่กลับต้องเจอพายุพัดกระหน่ำจนเรือคว่ำ 4 ชีวิตจึงตกอยู่ในอันตรายขั้นสุดที่กลางทะเลนั้น
เอาตรงๆ เลยนะครับ ผมว่าหนังออกมาในระดับกลางๆ คือดาราน่ะดีครับ งานสร้างก็ถือว่าดีแล้วล่ะสำหรับหนังทุนสร้างเพียง $18 ล้านแบบนี้ แต่เวย์ที่หนังเลือกนั้นคือการนำเอาเรื่องจริงจากผู้รอดชีวิตมาบอกเล่า ซึ่งพอดูไปจนจบก็ทำให้เราเห็นภาพรวมได้ชัดอยู่ ว่า 4 ชีวิตที่ต้องลอยคอกลางทะเลนั้นต้องเผชิญกับอะไรบ้าง และบอกเลยว่ามันคือประสบการณ์ที่ผู้รอดชีวิตจะไม่มีวันลืมเป็นอันขาด เพราะมันน่ากลัว และหดหู่พอดู
แต่พอคนทำเลือกไปเวย์นั้น เลือกที่จะเล่าโดยอิงจากปากคำของผู้รอดชีวิตเป็นหลัก แล้วก็ไม่ได้ปรุงเสริมเติมอะไรลงไป บทมันเลยค่อนข้างเรื่อยน่ะครับ มันไม่มีจุดตื่นเต้นหรือจุดลุ้นมากนัก ซึ่งผมเองก็สารภาพครับว่าระหว่างดูก็มีการแอบหลักเป็นระยะๆ เหมือนกัน เพราะเรื่องราวมันดูไม่คืบไปไหน เหตุการณ์มันอาจจะคอขาดบาดตายแต่มันไม่ชวนให้ติดตามแบบตลอดรอดฝั่ง
หนังแบ่งเล่าเรื่องเป็น 2 ส่วนไปพร้อมๆ กัน ส่วนแรกคือเรื่องของ 4 คนที่ลอยคออยู่กลางทะเล และอีกส่วนก็คือพาร์ตบนบกที่ญาติพี่น้องของ 4 ผู้ประสบภัยต่างก็รอคอยการกลับมาของพวกเขาอย่างใจจดใจจ่อ แล้วก็บวกด้วยเรื่องของทีมกู้ภัยที่พยายามจะค้นหาพวกเขาให้เจอโดยเร็วที่สุด แต่ก็อย่างที่บอกน่ะครับ ส่วนของผู้ประสบภัยก็อยู่ในข่ายไปเรื่อยๆ ดูแล้วไม่พีคและไม่อินแบบเต็มๆ ในขณะที่ส่วนของพาร์ตบนบก อันนี้ยอมรับว่าดาราแสดงกันได้ดี โดยเฉพาะ Josh Duhamel หัวหน้าทีมกู้ภัย กับ JoBeth Williams ในบทแม่ของนิค แต่ในแง่สถานการณ์ก็พอๆ กันครับ คือมันยังไม่สุด ยังไม่ชวนติดตามจนถึงขนาด
จุดนี้ผมมองที่บทครับ มองไปที่บทจริงๆ เพราะหนังกำกับโดย Joe Carnahan ซึ่งถ้าจะบอกว่าพี่คนนี้ไม่เก่งผมก็ไม่เชื่อนะ เพราะแต่ละเรื่องที่พี่เขาทำ อย่าง Smokin’ Aces, The A-Team, The Grey, Boss Level, Copshop ผมว่ามันมันส์ใช้ได้อยู่นะ แต่กับเรื่องนี้นี่เหมือนพี่เขาทำอะไรไม่ได้มากน่ะครับ อาจจะเพราะอยากเล่าเรื่องให้ใกล้ความจริงที่สุด เลยไม่อยากใส่อะไรที่หวือหวาลงไป ซึ่งถ้ามองแง่ดีก็คือหนังเน้นความสมจริง แต่ถ้ามองในอีกแง่ก็คือ หนังมันชืดไปหน่อยครับ อย่างน้อยไปปรุงเพิ่มตรงการถ่ายทำก็ได้ ให้พายุหรือคลื่นลมมันดูน่ากลัวขึ้นอีกสักนิด หรือถ่ายมุมใต้น้ำให้รู้สึกผวาขึ้นอีกสักหน่อย ก็น่าจะดี
เกร็ดในการสร้างหนังเรื่องนี้ก็คือ ตอนแรกจำได้ Miles Teller มาแสดงนำ และกำกับโดย Rupert Wainwright (Stigmata และ The Fog ฉบับรีเมค) แต่รายแรกต้องโบกมืออำลาไปเพราะคิวถ่ายทำเกิดดีเลย์อันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด ส่วนรายหลังก็ตบเท้าออกจากกองไปเพราะความคิดในการสร้างหนังบางมุมเกิดไม่ตรงกับผู้สร้าง และ ณ จุดหนึ่งก็มีชื่อของ Dwayne Johnson โผล่มาด้วยครับ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้มาแสดง
ก็ขอว่าตามที่คิดครับ คือหนังมันก็ไม่แย่หรอก แค่ไม่ออกรสมากนัก จนพอจะบอกได้ว่าหากอยากดูหนังกลางทะเลฝ่าพายุแบบระทึกๆ ผมแนะนำ The Perfect Storm เลยครับ หรือถ้าอยากดูหนังกู้ภัยกลางพายุแบบระห่ำเดือด ผมก็แนะนำ The Finest Hours เรื่องนี้ดีเด็ดมากมาย และที่สำคัญคือทั้ง 2 เรื่องที่ผมเอ่ยไปนั้น ก็สร้างจากเรื่องจริงเหมือนกัน
สองดาวครับ
(6/10)
หมวดหมู่:Disaster Movies, Drama, Movie Reviews, Thriller












