ยอดมือสังหาร (Jennifer Lopez) ต้องกลับมาลงสนามอีกครั้งเพื่อปกป้องชีวิตลูกสาว (Lucy Paez) จากเงื้อมมือของศัตรูจากอดีต
ช่วงต้นๆ ผมว่าใช้ได้เลยครับ เดินเรื่องเร็วแล้วก็มีอะไรให้ติดตามอยู่เรื่อยๆ ตั้งแต่ตอนต้นที่เกริ่นเรื่อง ไล่มาถึงตอนที่ตัวเอกต้องหาทางปกป้องลูก ครึ่งแรกนี่หนังถือว่ากระชับ เล่าเรื่องไว แล้วก็มีแอ็คชั่นมาสลับฉากเป็นพักๆ โดยรวมของครึ่งแรกจัดว่าเพลินกว่าที่คิดอยู่เหมือนกัน
แต่พอเรื่องเข้าโซนครึ่งหลัง เมื่อตัวเอกกับลูกสาวต้องมาอยู่ด้วยกัน ช่วงนี้หนังค่อนข้างสโลว์ครับ ซึ่งการที่มันจะตามสูตรผมก็พอเข้าใจได้นะ ว่าเมื่อแม่กับลูกสาวที่ห่างกันนานๆ มาอยู่ด้วยกันมันก็ย่อมมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่พอดูไปยอมรับว่าแอบรำคาญเหมือนกัน เพราะทั้งคู่ไม่ค่อยสื่อสารกัน เลยทำให้ภาพของความผูกพันมันไม่ค่อยปรากฏ ซึ่งหนังก็อาจจะพยายามสื่อให้เห็นน่ะนะครับ ว่าถ้าแม่ลูกไม่ยอมสื่อสารกันดีๆ ไม่เปิดใจคุยกันดีๆ เรื่องมันก็อาจจะลงเอยด้วยความหงุดหงิดอัดอั้นจากทั้งสองฝ่ายได้ นี่ก็ถือเป็นแง่คิดที่เอามาทบทวนในการใช้ชีวิตจริงได้อยู่เหมือนกัน
แต่พอดีนี่เป็นหนังน่ะครับ ภาพที่เห็นและเรื่องราวที่เห็นมันก็คือสิ่งที่เราดู แล้วก็ต้องยอมรับว่าช่วงที่ว่านี่หนังเดินไปช้าๆ เล่าเรื่องไม่ค่อยเพลินเท่าไหร่ แล้วยิ่งเรื่องที่เล่าออกแนวชวนอึดอัดแบบนี้อารมณ์มันเลยแหม่งๆ คือถ้าหนังเลือกเวย์ที่แม่ลูกต่างก็กดดันจนระเบิดความรู้สึกกันออกมา แล้วก็สามารถจูนกันได้ในที่สุดมันก็คงโอเคน่ะนะครับ แต่นี่คือเหมือนอัดอั้นยังไงก็อัดอั้นต่อไป ในทางความสัมพันธ์ก็ไม่คืบ ในทางเรื่องราวมันก็ไม่ก้าวไปข้างหน้า ช่วงครึ่งหลังที่ว่ามันเลยดูไม่เพลินเท่าไหร่
แล้วพอถึงช่วงท้ายเราก็เดาได้ล่ะครับว่าหนังจะต้องพาแม่ลูกไปเผชิญหน้ากับตัวร้ายแน่นอน – ซึ่งเหตุผลที่ตัวร้ายตามมาเจอนี่ก็เพราะแม่ลูกคู่นี้พลาด เพราะไม่สื่อสารกันดีๆ ก่อนนั่นแหละ ในแง่หนึ่งก็พอเข้าใจนะว่าบทคงมาแบบนี้เพื่อให้ตัวร้ายตามตัวเจอ แต่มันก็อดหงุดหงิดไม่ได้น่ะครับ ว่าแม่ลูกคู่นี้นี่จะอะไรขนาดนั้น ถึงขั้นลูกเอาปืนมาเล็งแม่เลยนะ ซึ่งคนเป็นลูกน่ะพอเข้าใจที่จะอารมณ์ร้อนและไม่เข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง เพราะยังเด็กอยู่ แต่แม่นี่อย่างน้อยก็น่าจะมีสัญชาตญาณนักฆ่าปิ๊งแว้บขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวบ้าง ไม่ใช่พลาดเรื่อยๆ จนเปิดช่องโหว่แบบนี้
อีกอย่างคือตอนไคลแม็กซ์นั้นความมันส์นี่ค่อนข้างน้อยครับ เอาจริงๆ คือยังลุ้นสู้ครึ่งแรกไม่ได้ ตัวร้ายบอสใหญ่ก็ไม่ได้เก่งอะไรเลย (จนทำให้คิดว่าพี่มาถึงจุดที่มีอำนาจแบบนี้ได้ไงเนี่ย) สารภาพว่ามีแอบหลับไปเหมือนกัน
แต่ผมชอบตอนจบครับ เดี๋ยวขอสปอยล์หน่อยแล้วกัน
============ สปอยลครับ ===========
หนังลงเอยด้วยการที่ตัวเอกพาลูกไปส่งให้กับครอบครัวที่รับเลี้ยงโซอี้มาตั้งแต่ต้น จริงๆ ตอนจบแบบนี้มันสามารถทำให้ซึ้งได้ ทำให้รู้สึกเหมือน “หนังจบอารมณ์ไม่จบ” ประมาณว่า แม้แม่ลูกจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ใจก็ผูกพันกันตลอดไปแม้ตัวจะห่าง คือถ้าหนังปูพื้นเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเขาดีๆ ในตอนครึ่งหลังล่ะก็ อารมณ์ที่ว่าต้องมาครับ และถ้าทำดีๆ มันจะตราตรึง มันจะทำให้ 2 ตัวละครนี้มีชีวิตขึ้นมาในใจของเรา
============ หมดสปอยล์ครับ =============
หนังกำกับโดย Niki Caro เจ้าของผลงานที่ผมชอบมากๆ อย่าง McFarland, USA แล้วก็หนังดีๆ อย่าง Whale Rider และ North Country ในขณะที่เรื่องนี้นี่ออกมาธรรมดาครับ ส่วนตัวผมมองว่าพอๆ กับ Mulan นะ คือมีความน่าสนใจ แต่หนังยังไปไม่ถึงจุดที่เข้าท่า
แต่ของดีในหนังผมยกให้งานภาพครับ ภาพสวยสะดุดตา โดยเฉพาะช็อตภาพกว้างแบบเห็นทิวทัศน์โดยรอบ ซึ่งก็เป็นฝีมือของ Ben Seresin แห่ง Unstoppable, Pain & Gain, World War Z, Godzilla vs. Kong, Godzilla x Kong: The New Empire และรวมถึง The Mummy ฉบับ Tom Cruise ด้วยครับ
สรุปว่าหนังดูได้ แต่ไม่มีอะไรประทับใจครับ
สองดาวครับ
(6/10)
หมวดหมู่:Action, Movie Reviews, Thriller












