Horror

Jeepers Creepers Reborn (2022) โฉบกระชาก กลับมาเกิด

ภาค 4 ของหนังชุดนี้ที่ถือว่าเป็นการรีบูทด้วยครับ เนื้อเรื่องหลักๆ ว่าด้วนคู่รักเชส (Imran Adams) กับเลน (Sydney Craven) ที่เดินทางไปเที่ยวงานเฮอร์เรอร์ฮาวด์ แถบๆ นอกเมืองหลุยส์เซียน่า แต่กลายเป็นว่าพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับปีศาจในตำนานอย่างเดอะ ครีพเพอร์สเข้าให้

คือ… ผมจะว่ายังไงดี… เริ่มจากตรงนี้แล้วกันครับ อย่างแรกเลยคือ Victor Salva ผู้กำกับหนังชุดนี้ 3 ภาคแรกไม่ได้กลับมาทำครับ ซึ่งถ้าใครดูภาค 3 มาก่อนก็จะทราบว่าหนังได้ทิ้งเชื้อเอาไว้ว่าจะมีภาค 4 และ Salva ได้เขียนบทพร้อมเตรียมนักแสดงนำไว้แล้ว ซึ่งก็คือ Gina Philips ตัวเอกจากภาคแรกที่จะกลับมามีบทบาทในภาค 4 นี้ แต่กลายเป็นว่าผู้สร้างไม่เอาด้วยครับ แล้วก็ตัดสินใจให้ Timo Vuorensola ที่เคยกำกับ Iron Sky มากุมบังเหียนแทน

และที่บอกว่าภาคนี้เป็นรีบูทก็เพราะหนังมีการบรรยายไว้ว่าหนัง 3 ภาคแรกนั้นเป็นเพียง “หนัง” ครับ ประมาณว่าเหตุการณ์ในภาคนี้คือเรื่องจริงที่จริงแท้ ส่วน 3 ภาคแรกนี่ตัวละครในเรื่องได้พูดถึงมันให้ฐานะ “หนัง” ที่ถูกสร้างขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจจากตำนานเท่านั้น เรียกว่าเป็นการตัดสายใยระหว่าง 3 ภาคก่อนกับภาค 4 นี้ออกจากกันไปเลย

โอเค ทีนี้มาเข้าเรื่องหนังนะครับ ก็บอกเลยว่าผมเฉยกับหนังมากมาย เพราะหนังไม่สยองเลยครับ มันไม่น่ากลัว ไม่ได้ตื่นเต้นระทึกอะไรเลย คือดูแล้วนิ่งมาก โดยหนังนี่ใช้เวลาไปเป็นชั่วโมงน่ะครับ กับเรื่องของเชสและเลนและงานเฮอร์เรอร์ฮาวด์ พาเราไปดูงาน ดูเชสกับเลนเที่ยวกัน กว่าจะเข้าเรื่องสยองจริงๆ จังๆ ก็ปาไปครึ่งชั่วโมงท้าย ซึ่งก็กลายเป็นว่าฉากที่ควรสยองมันก็ไม่สยองอีก

ง่ายๆ เลยครับอย่างฉากการฆ่า คือมันมีการฆ่าเกิดขึ้น แต่เราจะไม่ได้เห็นการฆ่าแบบเต็มๆ ประมาณว่าหนังถ่ายแบบหลบมุมกล้องน่ะครับ ซึ่งตอนฉากการฆ่าแรกๆ ก็คิดไปว่าสงสัยคงยังไม่อยากโชว์ความแหวะมั้ง แล้วค่อยไปโชว์เต็มๆ ในตอนหลัง แต่พอได้ดูจนจบก็ตระหนักว่า ผมว่าที่หนังไม่ฉายฉากการฆ่าแบบเต็มๆ น่าจะเพื่อประหยัดงบครับ เพราะฉากการฆ่านี่มันต้องลงทุนเหมือนกันนะ ต้องมีเลือด มีอวัยวะกระจุย มีเมคอัพอีก สุดท้ายเลยเล่นง่ายให้คนดูเห็นแว้บๆ แค่ว่าตัวละครนั้นๆ โดนเล่น แล้วก็พยายามหลบกล้อง

แล้วกลายเป็นว่าเรื่องนี้ CG หนักมากครับ และไม่ใช่ CG แค่ตัวครีพเพอร์สหรืออะไรนะ แต่มันคือ CG ฉากครับ อย่างฉากคฤหาสน์ร้างตอนท้ายนี่บางช็อตมันดูออกเลยว่า CG นี่หว่า ยิ่งตอนตัวละครปีนหลังคาขึ้นไปนี่ใช่เลย แล้วที่อึ้งหนักคือขนาดฉากตอนจบที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ กลายเป็นว่าภาพถนนหลังรถตำรวจนั้นก็เป็น CG ครับ หรือท้องฟ้าก็ยังเป็น CG มันเลยทำให้หนังเรื่องนี้ดูปลอมหนักขึ้นไปอีก

ตอนแรกผมก็มีคำถามนะ ว่าทำไมคนบ่นภาคนี้กันเยอะจัง แต่พอดูจบก็เข้าใจล่ะครับ เพราะมันดันเป็นหนังสยองที่ไม่สยอง ไม่ตื่นเต้น อารมณ์ลุ้นก็ไม่ขึ้น สู้ 3 ภาคแรกไม่ได้เลย แล้วพื้นที่ในหนังยังหนักไปทางฉากทั่วไป – อย่างฉากเที่ยวงานที่ดูนานดีแท้ – ส่วนพื้นที่สยองกลับน้อย ความสยองก็ไม่เน้น แล้วหนังยังหนัก CG จนดูปลอมอีก แบบนี้เลยจบครับ จบกัน

แต่เท่าที่ทราบ หนังก็ไม่น่าจะเจ๊งนะครับ เพราะลงทุนไป $2 ล้าน แล้วก็ได้คืนมาราว $6 ล้านจากทั่วโลก ไหนจะรายได้ตอนลงสตรีมอีก ผมว่าไม่ขาดทุนหรอก

ถ้าถามว่าหนังพอจะมีอะไรดีบ้างไหม สำหรับผมน่ะนะครับ ผมว่าเหตุการณ์ตอนต้นเรื่อง (ที่ Dee Wallace มารับเชิญ) กับฉากภายในคฤหาสน์ตอนท้ายนั่น งานสร้างงานพรอพถือว่าใช้ได้อยู่… แค่นี้แหละครับ

ครึ่งดาวเถอะครับ

(3/10)