อีกหนึ่งเรื่องราวการผจญภัยของ จี้กง (เหย่ฟง, Yeh Feng) ที่หนนี้ต้องมาประมือปะทะอิทธิฤทธิ์กับหลีต้งปิง (หัวเหลิน, Hua Lun) หนึ่งในแปดเซียน ตามด้วยเรื่องวุ่นๆ อีกมากหลายบนโลกมนุษย์
ไม่ว่าจะบ้านเมืองที่เอาเรื่องการทำบุญบังหน้าเพื่อที่คนบางกลุ่มจะได้เอาเงินบริจาคเหล่านั้นมาส่งตรงเข้ากระเป๋าตัวเองแทน, เรื่องของนักพนันที่เล่นจนหมดตัว จนถึงขั้นต้องเสียเมียไป เมื่อนั้นถึงจะตระหนักได้ว่าอะไรกันแน่ที่สำคัญจริงๆ ต่อชีวิตของเขา, เรื่องของเศรษฐีขี้หลีที่ต้องเลือกระหว่างจะเอาเงินหรือเอาชีวิตตนเองให้รอด ไหนจะมีเรื่องของปีศาจจิ้งจอก และคนกะล่อนที่หลอกได้แม้กระทั่งจี้กงอีก เรียกว่างานนี้จี้กงเจออะไรเยอะอยู่เหมือนกันครับ
ร่วมด้วย เซี่ยผิง (Teresa Ha, Ha Ping) ในบทปากู แม่เล้าหอเฟิงเยี่ย, หลินฮุยหวง (Lam Fai Wong) เป็นอาเอ้อ ผีพนันที่ไม่หมดตัวก็ไม่รู้สำนึก, เฉาหยินหยิน (Susan Yam Yam Shaw) เป็นอาหลัน ภรรยาผู้อาภัพของอาเอ้อ, หวังชิงเหอ (Wong Ching Ho) มารับเชิญเป็นแขกร่วมโต๊ะอาหารตอนจี้กงเอาคืนหลีต้งปิง, เจียนเซิน (Chan Shen) เป็นเศรษฐีซุนเจี่ยซู่ที่คิดล่วงเกินเมียชาวบ้าน และหนังกำกับโดย หวังเฟิง (Wong Fung) ครับ
เรื่องนี้ดูแล้วรู้สึกก้ำกึ่งครับ ว่ากันถึงจุดที่ผมไม่ค่อยโอก่อน นั่นคือหนังดูจะเน้นเรื่องการดวลอิทธิฤทธิ์ระหว่างจี้กงและหลีต้งปิงมากไปหน่อย ซึ่งในแง่หนึ่งก็พอเข้าใจว่าหนังอาจกระเซ้าเย้าแหย่เทพ (ซึ่งอาจแทนค่าได้ว่าหมายถึง “ผู้มีอำนาจเหนือกว่าคนอื่น เช่น รวยกว่า มีอำนาจอิทธิพลกว่า กว้างขวางกว่า ฯลฯ”) ว่าการกระทำของพวกเขานั้น หากทำดีก็ดีต่อโลก แต่หากทำไม่ดีก็ส่งผลสะเทือนถึงชีวิตชาวบ้านชาวช่องได้
หรือไม่ก็สะท้อนว่าเทพนั้นบางครั้งก็ยังไม่หลุดพ้น ยังติดการใช้อารมณ์อยู่บ้าง หรืออาจจะมองได้ว่า แม้จะมีฤทธิ์ แต่หากจิตปราศจากธรรม นั่นก็ยังมิใช่ปลายทางอันเกษม
ครับ ก็พอเข้าใจนั่นแหละ แต่ก็ยอมรับว่าระหว่างดูนี่อารมณ์มันเหมือนดูเด็กทะเลาะกันน่ะครับ ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน แล้วก็กลั่นแกล้งกันไปมา คือถ้าทำชั่วครั้งชั่วคราวก็ว่าไป แต่นี่พวกพี่แกล้งกันเกินครึ่งเรื่องเลย และบางครั้งยังแกล้งกันจนเสียงานด้วย สำหรับผมมันเลยอาจไม่ใช่ทางน่ะครับ ไม่ใช่แนวที่ผมอินสักเท่าไหร่ – คือพอดีๆ ยังพอสนุก แต่นี่เยอะเกิน
แต่ก็ยังดีครับที่ช่วงอื่นๆ ก็ยังมีการสอดแทรกสาระลงมา ไม่ว่าจะเรื่อง “การหลอกให้คนบริจาค” แล้วก็มีคนเอาเงินเหล่านั้นไปแบ่งกันเอง เรื่องแบบนี้ร้อยปีก่อนก็มี มาตอนนี้ก็ใช่จะไม่มีครับ ก็เป็นการเตือนสติให้เราควรทำบุญอย่างเหมาะสม และทำบุญให้ได้ผลจริง – ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงให้ได้แต้มบุญจริงอะไรแบบนั้นนะครับ แต่หมายถึงทำแล้วมีคนได้ประโยชน์จริง และคนเหล่านั้นก็ควรค่าแก่การช่วยเหลือจริง
หรือเรื่องการพนันที่ทำให้คนหลงผิด กว่าจะรู้ตัวว่าตนเสียอะไรไปบ้างก็สายเกินไปแล้ว นี่ก็เหมือนกันครับ คนที่ตกหลุมในเรื่องแบบนี้ก็ยังมีอยู่ บางคนไหวตัวทันก็รอดไป แต่บางคนนี่คือหมดสิ้นทุกสิ่ง และอาจไม่มีโอกาสที่สองแบบตัวละครในหนัง – นี่ยิ่งทำให้ต้องคิดเลยนะครับ ว่าท่านจะปล่อยให้ตัวเองติดหล่มอยู่แบบนั้นอีกนานแค่ไหน
อีกหนึ่งสาระก็คือ จงระวังคนที่จะมาหลอกท่านโดยการทำตัวให้น่าสงสาร น่าเห็นใจ อันนี้เราก็ต้องแยกแยะให้ดีครับ เพราะคนที่ลำบากและน่าเห็นใจจริงๆ มันก็มีแหละ แต่คนที่ตั้งใจเอาความรู้สึกสงสารของคนมาทำเงินให้ตนเอง นี่ก็มีเหมือนกัน อันนี้เราต้องกลั่นกรองให้ดีๆ – จริงๆ สารพัดเรื่องในโลกนี้เราก็ต้องกลั่นกรองตรองดูให้ดีทั้งนั้นแหละ เพราะคนบนโลกนี้แสนจะซับซ้อนยิ่งนัก
โดยรวมแล้วก็ถือว่าดูได้เพลินๆ ครับ แต่ผมยังออกจะชอบ “ยอดเถรจอมอาคม” มากกว่าหน่อย
สองดาวหน่อยๆ ครับ
(6/10)
หมวดหมู่:Chinese/Hong Kong/Taiwan Movies, Comedy, Fantasy, Movie Reviews












