Action (Series)

Young Sherlock Season 1 (2026) กำเนิดนักสืบ เชอร์ล็อก โฮล์มส์ ปี 1

ตอนรู้ว่า Guy Ritchie มาอำนวยการสร้างก็แอบคาดหวังครับ ครั้นพอดูตัวอยู่ก็ปรับความคาดหวังลดระดับลงมาหน่อย และพอดูจบก็พบว่าซีรี่ส์สนุกพอเพลิน ดูเอามันส์ใช้ได้อยู่

ซีรี่ส์เอาเรื่องของเชอร์ล็อก โฮล์มส์มาเล่าใหม่ในเวอร์ชันวัยรุ่นครับ เป็นเรื่องของเชอร์ล็อกตอนยังหนุ่ม (Hero Fiennes Tiffin) ที่มีโอกาสได้เจอกับหนุ่มฉลาดอีกคนนามเจมส์ มอริอาตี้ (Dónal Finn) แล้วทั้งคู่ก็จับมือกันไขคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในรั่วของอ็อกซ์ฟอร์ด

ถือเป็นซีรี่ส์สืบสวนผสมแอ็คชั่นและลีลายวนๆ กวนสมองตามสไตล์ Ritchie ที่ไม่เลวครับ คือถ้าให้พูดตรงๆ คือมันยังไม่โดนใจขั้นสุด ไม่เหมือนตอนดู Reacher ที่ดูแล้วติดหนึบจนต้องดูให้จบครบทุกตอน ในขณะที่ YS นี่มันก็ดูสนุกอยู่ แต่ไม่ถึงขั้นหนึบ อย่างผมนี่ก็ดูไปหยุดไปอยู่ 3 วันกว่าจะดูจบ คือมันก็สนุกเพลินนั่นแหละครับ แต่ยังไม่ถึงกับเด็ด ไม่ถึงกับว้าว

หลังจากวิเคราะห์ตัวเองก็ตระหนักว่าคงเพราะผมดูโฮล์มส์มาสารพัดเวอร์ชั่นน่ะครับ เจอทั้งดีทั้งเด็ด ทั้งที่กลางๆ หรือที่ดูแล้วไม่ไหวจะเคลียร์ก็มี ซึ่งถ้าให้ไล่เรียงแล้ว ถ้าพูดถึง โฮล์มส์ที่ใกล้เคียงนิยายมากๆ ก็ต้องยกให้ฉบับของ Jeremy Brett หรือถ้าจะเอาฉบับที่ผสานความบันเทิงกับความเป็นโฮล์มส์เข้ากันได้แบบพอเหมาะ ผมก็ยกให้ฉบับ Basil Rathbone กับฉบับ Robert Downey, Jr. ที่ถือว่าชอบไม่น้อยหน้ากัน ส่วนฉบับที่แอ็ดวานซ์ที่ผสมทั้งความเก่าความใหม่ ความขลังเข้ม และความเป็นตัวของตัวเอง (ของคนทำ) เข้าด้วยกันได้แบบถึงๆ ก็ยกให้ฉบับพี่ Benedict ไปเลย

ส่วนฉบับนี้ผมถือให้เป็นรองฉบับที่ผมเอ่ยถึงไปทั้งหมดครับ คือไม่ใช่ไม่ดีนะครับ มันก็อยู่ในข่ายดีนั่นแหละ จุดที่เข้าท่าเลยคือการเล่าเรื่องที่ต่อเนื่องลื่นไหลดี ดาราก็เล่นกันได้ยอดมาก โดยเฉพาะ Natascha McElhone นี่ผมคารวะเลยครับ เธอสวมวิญญาณคนเป็นแม่เชอร์ล็อคได้อย่างน่าปรบมือจริงๆ ส่วนคนอื่นๆ ก็จัดว่าเจ๋ง มีคาแรคเตอร์ที่น่าจดจำ และมีผลทำให้ซีรี่ส์ดูเพลิน

งานดนตรีผมก็ชอบครับ ไม่ว่าจะดนตรีในเรื่องหรือเพลงเปิดไตเติ้ลก็เท่ห์เร้าใจ และได้ความพังก์แบบผู้ดีอังกฤษ หรือจะงานฉากงานโลเคชั่นต่างๆ ก็ถือว่าถึงฟอร์ม ดูลงทุนและดูสมจริงจนทำให้ซีรี่ส์ดูขลังและมีความเป็นอังกฤษในยุคนั้นอย่างยิ่ง

แต่ถ้าถามว่ามันยังขาดอะไร ถ้าให้ว่าตามที่คิดก็คงเป็นความเข้มข้นและความหนักแน่นบางประการน่ะครับ คือบทมันดูเหมือนจะเน้นลูกเล่นในการเล่าเรื่อง เน้นการหักมุมและพลิกผันแบบตั้งใจให้คนดูเหวอและเดาไม่ถูก (แต่ผมเชื่อว่าใครที่ดูหนังแนวสืบสวนมาบ่อยก็น่าจะพอเดาได้ว่าโค้งไหนจะเลี้ยวไปทางไหน) แต่บางจังหวะมันดูลอยน่ะครับ ประมาณว่าถ้ามาย้อนคิดก็แอบเอ๊ะอยู่ในใจเหมือนกัน หรือบางอย่างบางช่วงบทจะง่ายก็ง่าย เหมือนพออันไหนคิดท่ายากไม่ออกก็เลยหาทางออกมันท่าพื้นๆ เลยแล้วกัน

ความรู้สึกหลังดูของผมมันเลยไม่อิ่มเท่าสารพัดโฮล์มส์ที่ผมยกตัวอย่างไป ที่ดูแล้วมันค่อนข้างครบ ค่อนข้างหนักและแน่น หรืออันไหนไม่แน่นก็พอจะมีอย่างอื่นมาโปะให้ความรู้สึกเราพอจะมองผ่านมันไปได้ แต่กับซีรี่ส์นี้นี่มันเหมือนในบางจังหวะก็จงใจใช้ความหวือหวาหรือเทคนิคมาพรางตาความไม่แน่นบางประการแบบที่ผมพูดไป แต่ประเด็นคือบางอันมันพรางไม่มิดน่ะครับ มันเลยยังแอบรู้สึกและแอบกังขาอยู่ในใจ

ก็ได้แต่หวังว่าจุดที่ผมแอบรู้สึกถึงความโหวงนั้นจะได้รับการเติมเต็มในปีต่อไปน่ะนะครับ คาดว่าคงมีนั่นแหละ และเรื่องก็เปิดทางเปิดช่องไว้ซะขนาดนี้

โดยรวมแล้วถ้าท่านเป็นแฟนโฮล์มส์ก็จัดไปครับ เพราะผมว่ามันก็สนุกนั่นแหละ ทำได้ดีนั่นแหละ เพียงแต่มันยังแน่นได้อีก ยังสุดได้อีกเท่านั้นเอง

สองดาวครึ่งกว่าๆ ครับ

(7.5/10)