เรื่องของผองเพื่อนคนทำหนังที่อยากสานฝันให้เป็นจริง นั่นคือการได้รีเมค Anaconda หนังโปรดของพวกเขา แต่การถ่ายหนังต้องกลายเป็นการหนีตายเมื่องูอนาคอนดาของจริงโผล่มาเข้าฉากกะเขาด้วย
ปกตินี่ผมดูหนังแนวสัตว์โลกน่ารักแบบเอาฮาครับ คือหนังมันจะฮาไหมไม่รู้ล่ะ แต่ผมดูให้มันเป็นหนังฮาได้เสมอ 5555 แล้วก็กลายเป็นว่าหนังเรื่องนี้ตอบโจทย์ผมครบเลยครับ คือมีทั้งสัตว์โลกน่ารักไล่เขมือบคน แล้วตัวหนังก็ทำออกมาในโทนฮาเป็นหลักด้วย ก็เลยดูเพื่อเสพความบันเทิงแบบเต็มที่
คือในหนังเนี่ยมันก็ยังมีอนาคอนดากินคนอยู่นั่นแหละครับ แต่โทนมันไม่ได้สยอง ส่วนแกนเรื่องหลักก็ว่าด้วยเพื่อน 4 คน (Jack Black, Paul Rudd, Steve Zahn, Thandiwe Newton) ที่แต่ละคนก็ใช้ชีวิตในแต่ละวันผ่านไปแบบเซ็งๆ เพราะอะไรๆ ก็ไม่เป็นไปอย่างใจ พวกเขาเลยกลับมาร่วมกันทำงานเพื่อปลุกพลังในตัวขึ้นมาอีกหน ซึ่งจริงๆ ธีมมันก็เข้าท่าล่ะครับ เพียงแต่ว่าหนังมันไม่ได้เน้นประเด็นนี้แบบเต็มตัว คือมาเป็นโครง มาเป็นธีม แต่ตอนเดินเรื่องก็เน้นฮาเป็นสรณะ มากกว่าจะมาเจาะลึกลงความรู้สึกของแต่ละคน ที่ถ้าจะบอกว่ากำลังเผชิญกับวิกฤตวัยกลางคน (Mid-Life Crisis) ก็คงไม่ผิดอะไร
ก็แอบคิดน่ะนะครับว่าถ้าหนังฮาด้วย แล้วลงลึกเรื่องวิกฤตวัยกลางคนของพวกเขาด้วย หนังก็น่าจะมีอะไรเข้าท่าอีกเยอะทีเดียว
แต่ก็นั่นล่ะครับ คือกะแล้วล่ะว่าคงเน้นฮา และอย่างน้อยหนังก็ฮาแบบดูได้เรื่อยๆ ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณ 4 ดารานำที่แต่ละคนก็มืออาชีพแล้วน่ะนะครับ พวกมุกโบ๊ะบ๊ะตึ้งโปะทั้งหลายนี่สบายอยู่แล้ว ในขณะที่เรื่องงูกินคนก็ถือเป็นส่วนประกอบเสริม มาช่วยชูรสเพิ่มวาระความตื่นเต้นให้ได้บ้าง – แต่ก็สารภาพล่ะครับว่าดูแล้วผมก็ไม่ตื่นเต้นหรอก เพราะคิดว่ายังไงๆ พวกตัวเอกก็ไม่น่าจะตายอยู่แล้วล่ะ ดังนั้นเวลาพวกเขาโดนล่ามันเลยรู้สึกเหมือนจะลุ้น แต่พอถึงจุดหนึ่งก็เลิกลุ้นเมื่อตระหนักถึงประเด็นนี้ได้
ถ้าถามว่าหนังสนุกไหม ก็คงต้องขึ้นกับว่าท่านคาดหวังอะไรน่ะครับ ถ้าคดาหวังความสนุกเอาฮาตามสไตล์หนังที่มี Jack Black หรือ Paul Rudd แสดงนำ ผมว่าก็ได้ตามนั้นนะ มันก็เฮฮาได้เพลินดี แต่ถ้าคาดหวังความระทึกตื่นเต้นแบบ Anaconda ต้นฉบับล่ะก็ เรื่องนี้คงไม่ตอบโจทย์ครับ ถ้าอยากได้แบบนั้นย้อนไปเอา Anaconda 2 ภาคแรกมาดูอีกรอบน่าจะตรงความต้องการมากกว่า
ส่วนผมก็โอเคครับ หนังฮาดี เพลินดี แต่ใจก็ยังไม่ถึงขั้นชอบ อาจเพราะแม้พื้นฐานของหนังมันจะฮาแบบไว้ใจได้ก็ตาม แต่มันก็ไม่มีอะไรเกินคาดหมาย ไม่มีเซอร์ไพรส์หรือไม่มีลูกเล่นที่ทำให้หนังมันมีอะไรมากกว่าที่เราเห็นในตัวอย่าง ดังนั้นสำหรับผมนี่ ไม่ผิดหวังครับ เพราะก็กะแล้วว่าคงประมาณนี้ แค่ว่ามันก็ไม่ได้ว้าว ไม่ได้รู้สึกโดนหรือชอบเป็นพิเศษอะไร
ในแง่รายได้หนังถือว่าทำเงินอยู่บ้างครับ ทำไป $131 ล้านจากทั่วโลก ส่วนทุนสร้างก็ $45 ล้าน ก็กำไรนิดๆ หน่อยๆ
เกร็ดหนังที่อยากนำมาเล่าก็คือ ผู้กำกับ Tom Gormican ที่ทำหนังเรื่องนี้เขามีไอเดียที่จะทำ Anaconda ฉบับนี้มาตั้งแต่ตอนถ่ายทำ The Unbearable Weight of Massive Talent แล้วครับ แล้วเขาก็เคยทาบทามให้ Nicolas Cage และ Pedro Pascal 2 นักแสดงนำในเรื่องนั้นมาแสดงนำในเรื่องนี้ด้วย ซึ่ง Pascal น่ะสนใจครับ แต่พอดีเขาติดคิวถ่ายทำหนังเรื่องอื่นอยู่ ส่วน Cage มองว่ามันมาทางเดียวกับหนัง Massive Talent มากเกินไป เลยบอกปัดไปก่อน
ทีนี้พอเขาเริ่มทาบทาม Rudd ให้มาแสดงได้ Cage ก็กลับมาสนใจที่จะร่วมแสดงด้วย แต่มีข้อแม้ว่า Cage อยากเล่นแบบที่มันดาร์คๆ แบบเดียวกับที่ Jon Voight แสดงไว้ใน Anaconda ภาคต้นฉบับ ซึ่ง Gormican ก็พยายามจะปรับบท แต่ทาง Sony ไม่เห็นด้วยกับไอเดียนี้ครับ แล้ว Jack Black ก็เข้ามาร่วมแสดงแทน
และว่ากันว่า Gormican มีไอเดียจะเชิญ Jon Voight และ Owen Wilson มาร่วมจอด้วยครับ แต่สุดท้ายไอเดียก็พับไป
สรุปว่าหนังดูได้เพลินๆ ครับ มันเบาสมองและคลายเครียดอยู่ในที ตอบโจทย์ความบันเทิงได้อยู่ เพียงแต่ตัวหนังโดยรวมก็ไม่ได้พิเศษอะไรมาก – ใจก็แอบคิดน่ะครับว่าถ้า Gormican แกสามารถทำหนังเรื่องนี้ให้เป็นแบบ “เอา Anaconda มาเจอกับ The Big Chill” ได้จริงๆ ล่ะก็ หนังน่าจะน่าสนใจมากขึ้นอีกเยอะเลย
สองดาวหน่อยๆ ครับ
(6/10)
หมวดหมู่:Action, Adventure, Comedy, Monster Horror, Monster Movies, Movie Reviews












