ในปลายรัชสมัยฮ่องเต้คังซี (จิงเหมี่ยว, Ching Miao) ในวังได้มีการแก่งแย่งตำแหน่งรัชทายาทระหว่างองค์ชายสี่ อิ้นเจิน (หลิวหย่ง, Tony Liu) และองค์ชายสิบสี่ อิ้นถี (ม่อเส้าชง, Mok Siu Chung) โดยต่างฝ่ายต่างก็รวบรวมผู้มีฝีมือมาช่วยเหลือฝ่ายตน ทว่าในเวล่ต่อมาองค์ชายสี่ก็ได้สืบทอดตำแหน่งกลายมาเป็นฮ่องเต้หย่งเจิ้น
ครั้นพอได้ขึ้นครองราชย์ ฮ่องเต้หย่งเจิ้นกลับผิดคำพูดกับผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ หนึ่งในนั้นก็คือ หลี่ซื่อเหนียง (หลิวเซียะหัว, Leanne Liu) อันนำมาสู่การชำระบัญชีแค้นในท้ายที่สุด
สมทบด้วย ไป่เปียว (Jason Piao Pai) เป็นเหนียนเกิงเหยา, หวังหลงเหว่ย (Wang Lung Wei) เป็นหลงเคอตัว, กวนฟง (Kwan Fung) เป็นจางถิงอี้, ฉีเส้าเฉียน (Norman Chu) เป็นเจิงจิ้ง องครักษ์ขององค์ชายสิบสี่, หยางฉีอิง (Yang Chih Ching) เป็นหวังกงกง, กุ๊ฟง (Ku Feng) เป็นหลี่หลิวเหลียง อาของหลี่ซื่อเหนียง
หยังชิงชิง (Yeung Ching Ching) เป็นหมิงจู หนึ่งในมือกระบี่สาวข้างกายเจิงจิ้ง, หยวนเต๋อ (Yuen Tak) เป็นไป๋ไท่กวน, ซุนเจี้ยน (Sun Chien) เป็นกันฟ่งฉือ และหนังกำกับโดย หลูจิ้นกู (Lu Chun Ku) ที่โดดมาร่วมจอด้วย ในบทนินจาที่โผล่มาตอนหลัง
เรื่องนี้ผมประทับตรา “หนังแนะนำ” ให้ตั้งแต่ 15 นาทีแรกเลยครับ เพราะความมันส์มาแบบต่อเนื่อง คิวบู๊นี่จัดหนักมาก มาทั้งเพลงหมัด เพลงกระบี่ วิชาตัวเบา มีทั้งแบบลอบสังหารและการสู้แบบซึ่งหน้า แล้วแต่ละฉากนี่ลีลาการสู้กระชับฉับไว ลื่นไหลพลิ้วไหวแบบสุดๆ จนอยากจะบอกว่าแค่ดูตอนแรกนี่ก็คุ้มแล้วล่ะ
ส่วนเนื้อเรื่องก็เข้มข้นตามสูตรครับ เรื่องการชิงบัลลังก์ระหว่าง 2 องค์ชายนี่ทำเป็นหนังและละครมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งด้วยความที่เรื่องนี้เป็นหนังก็เลยเล่าแบบเนื้อๆ ดังนั้นการหักเหลี่ยมเฉือนคมเราเลยอาจไม่ได้เห็นมากนัก แต่กระนั้นเรื่องก็ยังสนุกและน่าติดตามอยู่ดี
อีกสิ่งที่ชอบคือการสอดแทรกประเด็นชวนคิดลงมา ไม่ว่าจะการขึ้นสู่อำนาจของฮ่องเต้หย่งเจิ้น (ตามท้องเรื่อง) ที่เน้นใช้เล่ห์เหลี่ยมเทคนิค ใครดีใครได้ ใครไวกว่าหรือมือยาวกว่าก็คว้าได้ไป ตามด้วยมีการใช้ประโยชน์จากผู้คน ครั้นพอเสร็จงานสมความตั้งใจก็พร้อมจะหักหลังหรือไม่ก็กำจัดคนผู้นั้นซะ (เพราะรู้มากเกินไป)
หรืออย่างตอนแรกที่หย่งเจิ้นให้คำสัญญากับไว้หลี่หลิวเหลียง ครั้นพองานสำเร็จหลี่หลิวเหลียงก็มาทวงถามถึงคำสัญญานั้น ซึ่งหย่งเจิ้นก็ไม่ปฏิเสธในทันที แต่ใช้วิธี “หาข้ออ้างมาอ้างนั่นอ้างนี่” แล้วก็ถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ
อะไรเหล่านี้คือสิ่งที่มีมาก่อนยุคนั้น มีในยุคนั้น กระทั่งเลยมาถึงปัจจุบันมันก็ยังมีอยู่ โดยเฉพาะในวงการที่คนไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่าอำนาจ
อีกถ้อยคำที่ชอบคือคำจากปากของเจิงจิ้งที่กล่าวกับองค์ชายสิบสี่ว่า “ถ้าท่านรับชะตาไม่ได้ ก็ถอนตัวเถอะ”
ถือเป็นหนังที่ดูเพลินมากครับ เนื้อเรื่องก็สนุก คิวบู๊ก็สะใจ ส่วนดารานี่ไม่ต้องห่วงเลยครับ แต่ละคนนี่ล้วนระดับมืออาชีพทั้งสิ้น ในแง่การแสดงก็ถึง ในแง่คิวบู๊ก็พลิ้วได้ใจ จนพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่านี่คือหนึ่งในหนังของ Shaw Brothers ที่ทุกท่านไม่ควรพลาด
สองดาวกับสามส่วนสี่ดวงครับ
(7.5/10)












