นี่คืองานกำกับชิ้นที่ 3 ของเฮียเฉินหลงต่อจากไอ้หนุ่มหมัดฮา (The Fearless Hyena) และไอ้มังกรหมัดสิงโต (The Young Master) ครับ
เรื่องของอาหลง (เฉินหลง, Jackie Chan) กับหวังฉิน (เจี่ยงหรงฟะ/Mars) ที่เป็นเพื่อนซี้กันมานาน แต่ก็มีอันต้องผิดใจกันเมื่อพวกเขาแอบชอบผู้หยิงคนเดียวกัน นั่นก็คือ อาลี่ (เซียะหลี, Shirley Yim) และในเวลาต่อมาพวกเขาก็ต้องร่วมมือกันสู้กับพวกลักลอบขายวัตถุโบราณอันเป็นสมบัติล้ำค่าของชาติจีน
ร่วมด้วย เทียนเฟิง (Tien Feng) ในบทพ่อของอาหลง, จางชง (Paul Chang Chung) ในบทพ่อของอาฉิน, ไท่เป่า (Tai Bo) ในบทอาเปา คนรับใช้บ้านอาหลง, เฝิงเค่ออัน (Fung Hark On) เป็นเพชฌฆาตหน้าหยก คู่แข่งในการแข่งเตะลูกขนไก่, Hwang In shik เป็นอาหลี่ หัวหน้าพวกลักลอบค้าของเถื่อน และ เฉินฮุ่ยหมิ่น (Michael Wai-Man Chan) เป็นไห่เฉิง รองหัวหน้าของพวกลักลอบที่ไม่เห็นด้วยกับการเอาสมบัติชาติไปขาย
ครึ่งแรกหนังจะเน้นไปทางมุกตลกครับ ไม่ว่าจะการกัดกันระหว่างอาหลงกับอาฉิน หรือกลวิธีโกงสารพัดของอาหลงเพื่อหลอกพ่อว่าเขานั้นตั้งใจเรียน ส่วนเรื่องสู้กับพวกค้าของเถื่อนก็จะมาเน้นเอาตอนหลัง โดยระหว่างนั้นก็จะมีฉากแข่งลูกขนไก่แทรกลงมา
ส่วนตัวมองว่าหนังดูได้เรื่อยๆ ครับ ยังไม่เด็ดเท่างานกำกับ 2 เรื่องก่อน จริงๆ ฉากโชว์สตันท์สารพัดที่เฮียเขาใส่ลงมานั้นถือว่าดูทุ่มเทและลงทุนไม่น้อย ไม่ว่าจะฉากพีระมิดมนุษย์ที่รุมกันไปชิงลูกรักบี้ หรือฉากแข่งเตะลูกขนไก่ ไล่ไปถึงฉากฟัดระหว่างเฮียเฉินกับพวกลักลอบ เพียงแต่อะไรทั้งหมดนี้ดูจะยังกวนไม่ค่อยเข้ากันนัก เหมือนแต่ละส่วนถูกแยกออกจากกัน ไม่ได้กลมกล่อมกลมกลืนไปด้วยกัน ระหว่างดูเลยแอบมีความโดดทางอารมณ์เป็นพักๆ
จริงๆ แล้วตอนแรกหนังเรื่องนี้จะต้องเป็นภาคต่อของไอ้มังกรหมัดสิงโต โดยมีการตั้งชื่อไว้แล้วว่า Young Master in Love แต่สุดท้ายก็มีการเปลี่ยนใจทำเป็นเรื่องใหม่ไปแทน
ในฮ่องกงหนังทำเงินไม่มากดังที่ทีมงานคาดหวัง (ทำเงินไปประมาณ 17 ล้านเหรียญฮ่องกง) แต่ประสบความสำเร็จอย่างมากในญี่ปุ่น (ทำเงินไปราวพันล้านเยน) – ว่ากันว่าผู้หญิงญี่ปุ่นจำนวนมากคลั่งไคล้เฮียเขา แต่พอดีช่วงนั้นมีข่าวว่าเฮียเฉินมีแฟนแล้ว เลยทำให้สาวญี่ปุ่นที่คลั่งไคล้เขาบางคนถึงกับฆ่าตัวตายเลยก็มี
และถ้าถามว่าตอนนั้นเฮียเฉินมีข่าวว่าเป็นแฟนกับใคร? คำตอบก็คือ เฮียเขาคบหาอยู่กับเติ้งลี่จวิน (Teresa Teng) ราชีนีเพลงจีนระดับตำนานครับ
เฉินหลงได้พบกับเติ้งลี่จวินครั้งแรกช่วงที่เขาไปถ่ายทำ ไอ้มังกรถล่มปฐพี (Battle Creek Brawl) ที่อเมริกา ตอนนั้นเฮียเขาไปเที่ยวดิสนี่ย์แลนด์แล้วก็ได้เจอกับเติ้งลี่จวินโดยบังเอิญ จึงมีการพูดคุยทักทายก่อนจะแลกเบอร์โทรกัน พวกเขานัดพบกันบ่อยครั้ง แล้วก็เริ่มสานสัมพันธ์ต่อกันเรื่อยมา
และตอนแรกหนังเรื่องนี้ไปถ่ายทำกันที่เกาหลีใต้ แต่ด้วยอุปสรรคเรื่องอากาศทำให้เฉินหลงตัดสินใจย้ายกองมาถ่ายทำกันที่ไต้หวัน ซึ่งเหตุผลหนึ่งก็เพื่อที่เฮียเขาจะได้มาอยู่ใกล้เติ้งลี่จวินนั่นเอง
แต่น่าเสียดายครับที่ความรักของทั้งคู่ในที่สุดก็ต้องจบลง เพราะความต่างในหลายๆ เรื่อง และเฉินหลงเองก็ยังเคยเขียนเล่าไว้ในหนังสือ I am Jackie Chan ยอมรับว่าตอนนั้นเขาเป็นแฟนที่แย่มาก เขาหยาบคาย เย่อหยิ่ง และไม่ถนอมน้ำใจเธอ จนในที่สุดเติ้งลี่จวินก็เป็นฝ่ายเดินจากไป – โดยก่อนที่เธอกับเขาจะเลิกร้างกันนั้น เธอได้ส่งเทปคาสเซ็ทตลับหนึ่งฝากไว้ให้เขาที่โรงแรม โดยเพลงในเทปนั้นก็คือ หนี่เจิ่นเมอซัว (你怎么说) ลองไปหาฟังกันดูครับ ถ้าจะให้ดีหาคลิปที่เขาแปลเพลงนี้เลยก็ได้ แล้วท่านจะทราบถึงเนื้อหาที่สื่อถึงความเจ็บปวดสาหัสในความรักครั้งนี้ของเธอ โดยเฉพาะท่อนที่ว่า “เอาความรักของฉันคืนมา”
หลังจากเลิกรากันไป ก็มีอยู่ครั้งหนึ่งในงานประกาศรางวัลที่เฮียเฉินมาเป็นผู้มอบรางวัลให้เธอโดยที่เธอไม่รู้มาก่อน ครั้นพอเธอเจอเขาเธอก็หันหลังเดินหนี จนเฮียเฉินต้องวิ่งตามและขอร้องให้เธอรับรางวัลนี้ไป ซึ่งในที่สุดเธอก็ยอมรับ แต่เธอก็ปฏิเสธที่จะจับมือเชคแฮนด์กับเขา แล้วถัดจากคราวนั้นเธอกับเขาก็ได้เจอกันอีกที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ครั้งนี้พวกเขาได้แต่พยักหน้า ยิ้มให้กัน ก่อนจะแยกย้ายกันไป
และสิ่งที่น่าจะทำให้เฉินหลงรู้สึกเสียใจที่สุดก็คงเป็นตอนต้นเดือนพฤษภาคม ปี 1995 ที่เติ้งลี่จวินได้โทรหาเฉินหลง แต่ผู้รับสายในตอนนั้นคือผู้ช่วยของเฮียเขา เธอจึงได้ฝากข้อความไว้ให้เขาโทรกลับ ซึ่งผู้ช่วยก็ได้บอกกับเฮียเฉิน แต่ตอนนั้นเฮียก็ยุ่งมากจนลืมโทรหาเธอ – แล้วในวันที่ 8 พฤษภาคม (หลังจากนั้นไม่กี่วัน) เติ้งลี่จวินก็เสียชีวิตในบ้านเรา (ที่โรงแรมในเชียงใหม่) ด้วยอาการหอบหืดกำเริบ
กล่าวกันว่าหลังจากเหตุการณ์นั้น ทำให้เฮียเฉินจะรีบโทรกลับทันที หากมีใครก็ตามที่โทรมาหาเขาแล้วเขาไม่ได้รับสาย
ย้อนกลับมาเรื่องหนังนะครับ สรุปก็คือหนังถือว่าดูได้เรื่อยๆ มีฉากโชว์สตันท์ โชว์ลีลาของเฮียเฉินอยู่พอสมควร เพียงแต่การเล่าเรื่องและผูกเรื่องอาจยังไม่กลมกล่อม แต่สำหรับผมแล้ว ผมมองว่านี่เป็นงานที่ช่วยขัดเกลาให้ฝีมือของเฮียเขาเข้าฝักขึ้นครับ ดังจะเห็นได้จากงานกำกับชิ้นต่อๆ มาของเขาที่เข้าขั้นเด็ด ไม่ว่าจะเอไกหว่า, วิ่งสู้ฟัด, ใหญ่สั่งมาเกิด เป็นต้น
สองดาวหน่อยๆ ครับ
(6/10)
หมวดหมู่:Action, Chinese/Hong Kong/Taiwan Movies, Comedy, Kung Fu, Martial Arts, Movie Reviews, Sport













