เซียวไป้ไจ่ (หลี่ลี่หัว, Li Li Hua) เป็นภรรยาของเก้อเสี่ยวต๊ะ (จูมู่, Chu Mu) คนขายเต้าหู้ แต่ความงามของนางไปต้องตาหลิวซื่อเหอ (หยางฉิง, Yang Chun) ลูกชายผู้พิพากษาหลิวซีทง (หยางฉีอิง, Yang Chih Ching)
หลิวซื่อเหอจึงวางยาไป้ไจ๋เพื่อล่วงเกินนาง ทีนี้เก้อเสี่ยวต๊ะก็เกิดสงสัยว่าเมียจะมีชู้ แต่ด้วยความเข้าใจผิดทำให้เขาคิดว่าชู้คือนายอำเภอคนใหม่ หยางไหน่หู (กวนเซิน, Kwan Shan) ที่ไป้ไจ่แอบชอบมานาน และเมื่อเสี่ยวต๊ะโดนวางยา ผู้พิพากษาหลิวเลยจัดแจงวางแผนใส่ความไหน่หูเพื่อให้ลูกชายตนพ้นผิด
สมทบด้วย เกาเป่าชู่ (Kao Pao Shu) ในบทหลิวฮูหยิน, หลี่เซียงชุน (Li Hsiang Chun) เป็นหยางฮูหยิน, โอวหยางชาเฟย (Ouyang Sha Fei) เป็นพี่ของไหน่หู, เจียงกวงเฉา (Chiang Kuang Chao) เป็นเฉียนเป่าเชิง เจ้าของร้านยาอ้ายเหยินถัง, กู้เหวินจง (Ku Wen Chung) เป็นใต้เท้าเซี่ย, จิงเหมี่ยว (Ching Miao) เป็นใต้เท้าไคว่ลู่เซิน, หลีหยุ่นจง (Li Yun Zhong) เป็นวังไปเซิง กุนซือของผู้พิพากษาหลิว และผู้กำกับหนังเรื่องนี้ก็มี 2 คนครับ ได้แก่ หลี่ฮั่นเซียง (Li Han Hsiang) และ เหอเมิ่งหัว (Ho Meng Hua)
ก็เป็นหนังสะท้อนเรื่องความมักมากของลูกคนรวยที่พร้อมจะทำผิดเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ ครั้นเรื่องแดงก็ให้พ่อให้แม่ที่มีอำนาจมาช่วยปกปิด ส่วนฝ่ายหญิงที่ตกเป็นเหยื่อ ในทางหนึ่งก็ต้องประสบกับความลำบากทางจิตใจที่ต้องกลายมาเป็นหญิงหลายชาย และอีกทางก็เกิดความสับสนว่าจะตัดสินใจอย่างไร เมื่อโดนคนมีอำนาจอิทธิพลมาบีบเค้นบังคับให้เล่าเรื่องเท็จ
สำหรับผมแล้ว ดูหนังเรื่องนี้ก็เหมือนเป็นการตอกย้ำสิ่งที่ผมมักพูดถึงอยู่บ่อยๆ น่ะครับ ว่าสิ่งผิดจะนำไปสู่สิ่งผิดและทำให้เกิดสิ่งผิดต่อกันเป็นทอดๆ ไป เรื่องวุ่นวายทั้งหลายในเรื่องมันก็เกิดจากคนทำในสิ่งที่ไม่สมควรจนส่งผลต่อไปเป็นทอดๆ ของแบบนี้ถ้าคนไม่ทำผิดซะมันก็จะไม่เกิดเรื่อง
แต่หากคนมันมีเจตนาจะทำผิดและคิดจะปกปิด ก็ต้องมีใครสักคนหาทางเปิดโปงและตรวจสอบความจริง อย่างในเรื่องนี่กว่าจะมีคนทำสิ่งที่ถูกก็ปาไปท้ายเรื่อง ส่วนระหว่างทางที่เรื่องมันลุกลามก็เพราะมีคนกินสินบนและพร้อมจะทำผิดต่อๆ กันไป อันนี้ก็สะท้อนภาพขององค์กรหรือหน่วยงาน – ไม่ว่าจะราชการหรือเอกชนก็ตาม – ที่หากมีคนเลือกจะทำผิดตามน้ำกันแบบนี้ ก็ย่อมเกิดผลเสียหายตามมาเสมอ
และอีกประเด็นที่ควรพิจารณาก็คือการตัดสินใจของเซียวไป้ไจ่ที่ให้การเท็จจนหยางไหน่หูลำบากแล้วลำบากอีก แม้นางจะทำไม่ต่างจากเหล่าขุนนางที่รับสินบน แต่บริบทแวดล้อมต่างกัน เพราะนางไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ แต่นางทำเพื่อชีวิตรอด ซึ่งถ้ามองจากสายตาคนปัจจุบัน ผู้หญิงหลายท่านก็อาจคิดว่าถ้าเป็นเรา เราก็จะยืนหยัดในสิ่งที่ถูก และพร้อมชนกับคนผิด แต่สิ่งหนึ่งที่พึงระลึกคือสภาพสังคมในอดีตของจีนนั้นกดขี่เพศหญิง ส่วนเพศชายก็เป็นใหญ่และสามารถสั่งลมสั่งฟ้าได้ เรียกว่าอำนาจของผู้ชายมีเยอะจนล้น ส่วนผู้หญิงนอกจากจะมีปากมีเสียงน้อยกว่าแล้ว ก็ยังถูกสังคมแวดล้อม รวมถึงจารีตประเพณีหล่อหลอมความคิด จนไม่แปลกหากผู้หญิงจำนวนหนึ่งจะยอมจำนนต่อรูปแบบดังกล่าวของสังคม
ไม่ได้จะบอกว่านางเอกไม่ผิดครับ เพียงแค่พิจารณาให้รอบด้าน เพราะจะว่าไปแล้วทั้งวรรณกรรมและภาพยนตร์แนวนี้ ก็เป็นเสมือนหนึ่งสิ่งบันทึกรูปแบบสังคม ณ ยุคนั้นสมัยนั้นได้เหมือนกัน และบการจะรู้จักรากเหง้าของมนุษยชาติให้ถ่องแท้ ก็ต้องมองย้อนไปถึงบริบทอันหลากหลายในสังคมมนุษย์ยุคต่างๆ ด้วย
ในแง่ของหนัง ก็ถือว่าดูได้เรื่อยๆ ครับ เพลงก็ถือว่าไพเราะไม่น้อย เมื่อมาบวกกับสาระชวนคิดก็เลยถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าลองอยู่
สองดาวกว่าๆ ครับ
(6.5/10)
หมวดหมู่:Chinese/Hong Kong/Taiwan Movies, Drama, Movie Reviews, Musical











