Horror

Beneath (2006) หลอนซ่อนเร้น

คริสตี้ (Nora Zehetner) ต้องสูญเสียพี่สาวไปในอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยที่วันนั้นเธอเป็นคนขับ มันจึงทำให้เธอรู้สึกผิดเสมอมา แล้วเธอก็ยังโดนอดีตตามหลอกหลอนเพราะเธอยังคงฝันร้ายและเห็นภาพน่ากลัวๆ อยู่ในหัวทุกวี่วัน เธอเลยย้ายตัวเองออกจากเมืองเอดจ์มอนต์ แล้วไปเรียนที่อื่นแทน

แล้ววันหนึ่งเธอก็ตัดสินใจกลับไปยังเมืองเอดจ์มอนต์เพื่อเคารพศพของโจเซฟ (Don S. Davis) ผู้ดูแลทรัพย์สินของครอบครัวที่เพิ่งเสียชีวิต แล้วไปๆ มาๆ เธอก็มีภาพนิมิตในหัว ซึ่งในที่สุดภาพเหล่านั้นก็จะกลายเป็นจริงทุกครั้งไป และที่สำคัญคือเธอเริ่มพบเงื่อนงำครับ เงื่อนงำที่บอกว่าพี่ของเธออาจไม่ได้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุไฟคลอกอย่างที่เธอคิด… และเธออาจจะยังไม่ตายด้วยซ้ำ ในตอนที่โดนฝังน่ะ

เป็นหนังที่มีทั้งจุดเข้าท่าและจุดกลางๆ ผสมปนเปกันไปครับ เริ่มจากที่ผมว่าเข้าท่าก่อน ผมยกให้เรื่องบทเลยครับ ถ้ามองที่ตัวบทผมว่าน่าสนใจ หนังมาในแนวลึกลับซ่อนเงื่อนผสมความสยองแบบเหนือธรรมชาติ ซึ่งผมว่าโครงเรื่องเวิร์กเลยนะ ไหนจะบทสรุปตอนท้ายที่มีจุดพลิกผันอีก คือมันอาจไม่ใช่อะไรที่สดใหม่แต่ก็ถือว่ามันตอบโจทย์บันเทิงสำหรับคอหนังแนวนี้ได้ไม่เลวเลยล่ะ

ครับ บทเข้าท่า แต่องค์ประกอบอื่นๆ อยู่ในระดับกลางๆ ไม่ว่าจะการแสดงที่จริงๆ ก็ไม่แย่ แต่ขณะเดียวกันก็ยังไม่เด่น และการเดินเรื่องที่แม้จะระทึกและดูลึกลับในระดับหนึ่งก็เถอะ แต่มันยังดีได้อีก สนุกได้อีก ชวนติดตามได้อีก และระทึกได้อีกครับ ซึ่งหนังก็กำกับโดย Dagen Merrill ที่ทำหนังเรื่องยาวเป็นครั้งแรก โดยบทเนี่ยเขาก็เขียนร่วมกับ Kevin Burke ซึ่งบทน่ะไม่เลวครับ แต่การเล่าเรื่องมันยังไม่ถึงขั้นเด็ด คือจริงๆ มันก็ดูได้เพลินๆ น่ะครับ แต่ดูไปก็รู้สึกได้ว่ามันยังดีได้อีก

แล้วพอมาลองพิจารณาดู ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าบทส่วนที่ผมว่าเวิร์กนั้นน่ะ คิดโดย Burke หรือ Merrill กันแน่ เพราะในเวลาต่อมา Merrill ก็ทำหนังอีกไม่กี่เรื่องก่อนจะค่อยๆ เงียบหายไป ในขณะที่ Burke นั้นพอถัดจากเรื่องนี้เขาก็ไปเจริญก้าวหน้าในฐานะคนเขียนบทให้กับแอนิเมชั่นอย่าง Avengers Assemble, Octonauts: Above & Beyond (ที่เคยมาฉายทาง ThaiPBS น่ะครับ) แล้วก็สารพัด Ninjago

องค์ประกอบอีกอย่างที่ผมว่าดีคืองานฉากครับ พวกโครงสร้างบ้านหรืออะไรต่างๆ ถือว่าทำได้ไม่เลว ซึ่งก็เป็นฝีมือของ Tink จาก House of the Dead และ Alone in the Dark… ใช่ครับ ที่พี่ Uwe Boll กำกับนั่นแหละ ซึ่งก็ต้องยอมรับนะว่าแม้หนังเหล่านั้นจะไม่ใช่หนังดี แต่งานออกแบบฉากมันก็ไม่ได้ไก่กาซะทีเดียว – รวมถึงงานกำกับศิลป์ที่ผมว่าก็ใช้ได้ ซึ่งก็เป็นฝีมือของ Rick Willoughby ที่เคยผ่านงานอย่าง Deep Rising และ Get Carter (เวอร์ชั่นพี่สไล) มาก่อน โดยเฉพาะช่วงท้ายๆ นี่หลายซีนถือว่าจัดฉากจัดองค์ประกอบได้ดีเลยล่ะ

ก็ถือเป็นหนังแนวลึกลับตามปมปริศนาที่ใช้ได้นะครับ ยังไม่ถึงขั้นเจ๋ง แต่ถ้าท่านชอบแนวนี้และลดความคาดหวังสักหน่อย ผมว่ามันน่าจะตอบโจทย์ความเพลินให้ท่านได้บ้าง อีกอย่างหนังยาวแค่ 80 นาทีนิดๆ เท่านั้นเองครับ

สองดาวพอได้ครับ

(6/10)