Comedy

Irma la Douce (1963)

Untitled07509

หนังตลกอีกเรื่องแห่งยุค 60 ครับ กำกับโดย Billy Wilder ที่พาคู่ขวัญจากเรื่อง The Apartment มาเจอกันอีกหน โดยนำเอาบทละครเวทีฝรั่งเศสมาดัดแปลงเป็นหนังจอเงิน

แอร์มา ลา ดูซ (Shirley MacLaine) คือหญิงงามเมืองแห่งฝรั่งเศสที่หนุ่มๆ ติดกันเกรียวครับ ทีนี้อยู่มาวันหนึ่งเธอก็ได้พบกับ เนสเตอร์ พาทู (Jack Lemmon) นายตำรวจคนตรงที่ชอบเธอและได้อยู่กับเธอในเวลาต่อมา แต่ปัญหาคือเนสเตอร์รักแอร์มามากจนไม่อยากให้เธอรับแขก ในขณะที่แอร์มากลับมองว่าการรับแขกของเธอจะทำให้พวกเขาทั้งคู่มีเงินใช้และอยู่ด้วยกันได้โดยไม่ลำบาก

ในที่สุดเนสเตอร์ก็ทนไม่ไหวครับ เลยร่วมมือกับมูสตาซ (Lou Jacobi) บาร์เทนเดอร์ตึกฝั่งตรงข้าม ให้ช่วยแปลงโฉมเนสเตอร์ให้กลายเป็นท่านลอร์ดผู้ลึกลับ ที่ยอมจ่ายเงินให้แอร์มามากพอที่จะไม่ต้องรับแขกคนอื่น แต่แล้วแผนนี้ก็นำมาซึ่งความวุ่นวายครั้งใหญ่จนได้

สิ่งแรกที่อยากบอกคือ หนังนำเอาเรื่องของหญิงบริการมานำเสนอในเชิงชวนหัวครับ ซึ่งสำหรับคนดูบางท่านในยุคนี้ก็อาจไม่โอเคน่ะนะครับ เพราะบางแง่มุมก็อาจจะมองได้ว่าหนังมีการกดผู้หญิงหรือมองผู้หญิงว่าไม่ฉลาด หัวไม่ไว – แม้แต่ MacLaine เองก็ยังออกมาบอกครับว่าเธอรู้สึกไม่แฮปปี้กับบทสักเท่าไร – จึงต้องบอกไว้ก่อนสำหรับท่านที่จะชมให้เตรียมรับกับอะไรแบบนี้เอาไว้ด้วยนะครับ หรือถ้ารู้สึกไม่สบายใจ จะข้ามหนังเรื่องนี้ไปก็ได้ครับ ไม่เป็นไร

สำหรับผม หนังดูได้เพลินๆ ครับ สิ่งแรกที่ชอบคือดนตรีซึ่งครื้นเครงมาก เป็นผลงานของ André Previn ผมว่าส่วนหนึ่งที่ผมดูเพลินนี่ก็เพราะดนตรีนี่แหละ จนไม่แปลกใจเลยที่หนังจะคว้าออสการ์ในสาขาดนตรีประกอบไป แล้วของดีต่อมาคือการแสดงลื่นๆ ของ Lemmon และ MacLaine ที่งัดเอาความสามารถในเชิงตลก และการแสดงมาเพิ่มเสน่ห์ให้หนังได้อย่างดี แต่ถ้าเทียบกับเรื่อง The Apartment แล้ว เรื่องนั้นจะเด็ดกว่าและครบรสกว่าครับ – เพราะเรื่องนี้ดูจะเน้นฮาเป็นหลักน่ะครับ

ตัวหนังจะว่าไปก็ออกแนวสูตรสำเร็จเหมือนกันครับ ที่ฝ่ายหนึ่งทำอะไรโดยปิดบังความจริงกับอีกฝ่ายหนึ่ง จนเกิดเรื่องวุ่นวายชวนขบขัน ซึ่งหนังก็ถือว่าดูสนุกไม่เลวครับ งานฉากต่างๆ ก็ดูสีสันสดใสใช้ได้ทีเดียว

Untitled07510

แต่ระหว่างดูผมก็คิดเหมือนกันครับว่า จริงๆ หนังสามารถเลือกที่จะเดินไปในทางซึ้งกินใจได้ โดยเฉพาะกับประเด็นที่ว่าเนสเตอร์รักแอร์มามากจนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธอเลิกเป็นหญิงบริการ ถึงขั้นว่าตัวเองต้องทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำก็ยอม ซึ่งจุดนี้หนังสามารถพาเราไปสู่ความซึ้งได้สบายๆ ครับ แต่หนังก็เลือกที่จะเดินไปบนเส้นทางสายขำแทน

และในเรื่องเรายังจะได้เจอกับดาราที่สมัยนั้นยังละอ่อนโผล่มาแสดงกันคนละนิดละหน่อย ก็มี Bill Bixby (แห่งซีรี่ส์ The Incredible Hulk) มาเป็นกะลาสีที่ถามหาแอร์มาตอนกลางเรื่อง และ James Caan (The Godfather) มาเป็นทหารที่ถือวิทยุฟังระหว่างกำลังจะขึ้นห้อง ตอนเห็นหน้าพวกเขาก็แอบเซอร์ไพรส์เหมือนกันครับ

นอกจากนี้เสียงของผู้บรรยายตอนต้นเรื่องนั้น คนมาให้เสียงก็คือ Louis Jourdan แห่ง Gigi ครับ

จริงๆ แล้วนะครับ แรกเริ่มเดิมที Wilder อยากได้ Elizabeth Taylor มาแสดงนำ แต่เนื่องจากช่วงนั้น Taylor กำลังมีข่าวกับ Richard Burton ซึ่ง Wilder ไม่อยากพาตัวเองและหนังเข้าไปยุ่งกับเรื่องทำนองนี้ เขาเลยหันไปหา Marilyn Monroe ที่เคยได้ร่วมงานกันใน Some Like It Hot และ Wilder ก็ประทับใจในตัวเธออย่างมาก แต่เนื่องจากเธอเสียชีวิตไปก่อน Wilder เลยทาบทาม MacLaine มาแสดง และ MacLaine เองก็ยินดีเซ็นต์สัญญาร่วมแสดงโดยที่ยังไม่ได้อ่านบทครับ เพราะเธอเชื่อมือ Wilder และ Lemmon

แต่ก็อย่างที่บอกน่ะครับ พอเธอได้อ่านบทจริงๆ เธอก็รู้สึกไม่โอเคเท่าไร แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเธอเซ็นต์สัญญาไปแล้ว และเธอจึงเลือกที่จะทำตามหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุด และปีนั้นเธอก็ได้เข้าชิงออสการ์จากบทนี้ครับ

ตัวหนังจัดว่าประสบความสำเร็จอย่างดีครับ ทำเงินไปราว $25 ล้าน (จากทุนราว $5 ล้าน) ทำเงินมากเป็นอันดับ 5 ประจำปีนั้น และยังไปทำเงินต่อนอกอเมริกาอีกหลายสิบล้านด้วย

สำหรับผมหนังถือว่าดูได้เพลินๆ ครับ งานสร้างดี มีสีสัน ดนตรีดี นักแสดงเล่นกันได้ดี Lemmon ได้โชว์เยอะหน่อย อีกคนที่เด่นก็ Jacobi – โดยเฉพาะประโยคเด่นอย่าง “That’s Another Story” – ในขณะที่ MacLaine ก็น่ารักครับ แต่บทเธอถือว่าน้อยกว่า Lemmon อยู่พอตัว โดยรวมถือเป็นหนังสายบันเทิงยุค 60 ที่ไม่เลว เพียงแต่อาจต้องพยายามมองข้ามบางอย่างไปบ้าง โดยเฉพาะบางประเด็นในหนังที่ทำให้ตัวละครของ MacLaine ดูจะเด่นน้อยลง หรือดูจะไม่ฉลาดสักเท่าไร ซึ่งถ้ามองในแง่ว่านี่เป็นหนังยุค 60 ก็พอเข้าใจถึงมุมมองทำนองนี้ (ที่มีต่อผู้หญิงน่ะครับ) – จนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าหนังเทน้ำหนักความเด่นมาที่ฝ่ายหญิงมากกว่านี้ ให้สมดุลพอกันทั้งพระ-นาง หนังอาจกลมกล่อมกว่านี้ก็ได้

และถ้าว่าตามความรู้สึกแล้ว หนังออกจะยาวไปนิดครับ (ราวๆ 2 ชั่วโมงกับ 20 กว่านาทีครับ)

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)