Adventure

Viy (2014) สงครามล้างคำสาปอสูร

Untitled06632

ยอมรับว่าดู Viy แล้วรู้สึกสับสนเล็กๆ ครับ บางจุดก็เข้าท่าดูเพลินดี แต่บางช่วงก็แปร่งๆ เหมือนยังกวนส่วนผสมไม่เข้าที่นัก พอดูจบก็มานั่งคิดอยู่พักหนึ่งว่าตกลงเราสนุกกับหนังไหมเนี่ย?

พล็อตหลักๆ นั้นว่าด้วยตัวเอกที่ชื่อโจนาธาน กรีน (Jason Flemyng) คนทำแผนที่จากอังกฤษที่เดินทางผ่านไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีปีศาจกำลังอาละวาด มันทำให้หญิงสาวคนหนึ่งตาย และสาวอีกคนก็กลายเป็นบ้า ทีนี้ชาวเมืองเลยแตกตื่นเป็นการใหญ่ครับ แล้วก็ดูเหมือนจะมีแต่โจนาธานนี่แหละที่จะพยายามค้นหาความจริง ว่าตกลงมันกำลังเกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านนี้กันแน่

หนังชวนให้นึกถึง Van Helsing บวกกับ Sherlock Holmes โดยมีกลิ่นของ Pirates of the Caribbean แล้วพ่วงด้วย The Evil Dead ครับ เรียกว่าหนังตำซั่วก็คงได้ แต่ก็พอรู้น่ะนะครับว่าอะไรหลายๆ อย่างที่คนทำใส่ลงไปในหนังนั้นก็เพื่อตอบโจทย์ความบันเทิงเป็นหลัก คือกะให้คนดูสนุกเพลิดเพลินละลานตา แต่ก็อย่างที่บอกครับว่าการผสมผสานอาจยังไม่ลงตัวนัก เลยมีบางส่วนขาดบางส่วนเกินไปบ้าง

แต่ถ้าถามว่าดูได้ไหม ดูสนุกไหม? ผมว่าก็โอเคนะครับ คือระหว่างทางมันอาจมีส่วนที่ปะแล่มๆ บ้าง แต่พอดูจนจบมองที่ภาพรวมหนังมันก็พอจะบันเทิงอยู่ แต่ก็แน่นอนว่าถ้าหนังปรุงส่วนต่างๆ ให้เข้ากันได้มากกว่านี้หนังคงจะสนุกมากขึ้นเยอะทีเดียว

สิ่งหนึ่งที่รู้สึกคือหนังพยายามจะขายฉาก CG และ Effect ต่างๆ ครับ ว่าตามจริงแล้วพล็อตหลักของเรื่องมันจะคล้ายๆ Sherlock Holmes คือว่าด้วยตัวละครหลักที่มีความเป็นนักวิทยาศาสตร์ ไปพบเจอกับคดีประหลาดที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ ระหว่างทางก็จะมีปมให้สืบ มีเรื่องให้ฉงน แล้วพอถึงตอนจบก็จะมีการขมวดปม สรุปเรื่องราวเฉลยทุกอย่างให้กระจ่างชัด – ซึ่งถ้ามาในทางนี้ ฉากประเภทแฟนตาซี พิสดาร เหนือธรรมชาติก็มักจะมาเป็นส่วนสมทบ เป็นเหมือน Side Story ที่เล่าเพื่อประกอบความเข้าใจ เป็นเหมือนชูรสให้หนังดูน่าค้นหาและน่าสนใจ

แต่กับเรื่องนี้นี่หนังแทบจะเป็นแฟนตาซีเลยน่ะครับ หนังใช้เวลากับฉากประเภทปีศาจอาละวาดออกฤทธิ์ค่อนข้างเยอะ ซึ่งก็เข้าใจน่ะครับว่าคงอยากขาย CG แต่พอฉากแบบนี้มีเยอะ มันก็เลยพลอยทำให้ทิศทางของเรื่องมันเป๋ๆ ไป ความกลมกล่อมมันลดลง เพราะจริงๆ ควรเน้นที่ตัวเอกกับการสืบปมไขคดีมากกว่า แต่พอเน้นเรื่องอภินิหารแบบนี้หนังมันเลยดูแฟนตาซีมากน่ะครับ จนอดคิดไม่ได้ว่าทำให้มันเป็นแฟนตาซีไปเลยอาจจะเข้าทางกว่า

ตัวหนังเลยกระท่อนกระแท่นบ้างในบางจังหวะครับ บางช่วงก็เรื่อยๆ เอื่อยๆ ซึ่งก็ส่งผลให้หนังสนุกน้อยลงไปในบางช่วงเหมือนกัน แต่ยังดีน่ะครับที่ตอนท้ายสรุปได้ค่อนข้างดี เลยรู้สึกโอเคกับหนังขึ้นมาหน่อย

Untitled06633

แต่สิ่งที่ผมยกนิ้วให้เลยคืองานภาพครับ ฉากต่างๆ ในหนังออกแบบมาได้อย่างมีเสน่ห์ ดูลึกลับ สวยงาม และไม่น่าไว้ใจไปพร้อมๆ กัน อันนี้ต้องชมทั้งผู้กำกับภาพ ฝ่ายฉาก และฝ่ายโปรดักชั่นต่างๆ ที่เนรมิตแต่ละฉากในหนังให้ออกมาสวยได้ขนาดนี้ – สำหรับผมแล้ว แม้การเล่าเรื่องจะยังไม่เด็ดแบบเต็มๆ แต่ก็ได้พลังของงานภาพนี่แหละครับ มาช่วยดึงความสนใจให้อยากดูหนังต่อไปจนจบได้

สิ่งหนึ่งที่ชอบคือหนังสะท้อนความจริงของมนุษย์ได้อย่างน่าสนใจครับ หนังถ่ายทอดภาพของหมู่ชนที่เต็มไปด้วยความกลัว ความไม่รู้ จนในที่สุดก็ถูกครอบงำอย่างงมงาย – แม้ในหนังจะเป็นฉากในยุคศตวรรษที่ 18 แต่ใครเล่าจะบอกว่า ณ เวลานี้ ณ ปัจจุบันนี้ ไม่มีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นอยู่…

จริงๆ เรื่องแบบนี้มันก็เหมือนสูตรสำเร็จนะครับ คือมันจะต้องมีใครสักคนที่ตั้งใจใช้ความงมงายเป็นเครื่องมือที่ทำให้ตนได้ซึ่งอำนาจ คอยกดหัวคนให้ก้มลง แล้วตนเองก็ตักตวงสารพัดประโยชน์จากสถานการณ์นั้น เรื่องทำนองนี้จะต้องมีคนอยู่ 2 กลุ่มเสมอ กลุ่มแรกคือกลุ่มคนที่ถูกหลอก ถูกลวงให้งมงาย ส่วนอีกกลุ่มก็จะสร้างสถานการณ์ ทำตนเองให้ดูเป็นผู้วิเศษและมีอำนาจ มาครอบงำคนกลุ่มแรก และคนกลุ่มหลังจะทำทุกวิถีทางเพื่อสกัดกั้นใครก็ตามที่จะมาเปิดเผยเปิดโปงโฉมหน้าที่แท้ของพวกเขา

อย่างน้อยดูหนังเรื่องนี้ ก็ขอให้ได้สาระนี้กลับไปนะครับ อย่าตกเป็นเหยื่อ อย่าหลงงมงาย จงใช้สติตรวจสอบสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ

สรุปว่าถ้าท่านเป็นคอหนังแนวผจญภัยหรือแนวสืบคดีไขปริศนา หนังเรื่องนี้ก็ถือว่ามีสิ่งที่ท่านต้องการอยู่ครับ แม้มันอาจไม่ได้ดีเลิศหรือสนุกยอดเยี่ยม กลมกล่อมแบบสุดๆ ก็เถอะ แต่ถ้าดูเอาเพลิน ดูเพื่อตอบโจทย์ความบันเทิง ผมว่าหนังเรื่องนี้ก็ให้ได้อยู่ครับ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)