
8 ดาบทรมาน 6 ดาบสังหาร – 14 Blades เล่าเรื่องของแม่ทัพชิงหลง (เจิ้นจื่อตัน, Donnie Yen) หัวหน้าหน่วยองค์รักษ์จินหยีเว่ยที่มีหน้าที่กำจัดใครก็ตามที่มีแววแข็งข้อกับทางการ และล่าสุดชิงหลงก็ได้รับคำสั่งให้ไปจับกุมเสนาเฉิ่นเหย่น (หลิวสงเหยิน, Damian Lau) แต่กลายเป็นว่าขันทีเจี่ยจิงจุง (Kar-Ying Law) คิดการใหญ่ วางแผนหมายจะกำจัดชิงหลงและพรรคพวกเพื่อที่ตนจะได้ครอบครองอำนาจของหน่วยจินหยีเว่ยแทน
ดีที่ชิงหลงไหวตัวทันเลยหลบเร้นออกมา และเดินทางไปยังสำนักคุ้มภัยยุติธรรมเพื่อว่าจ้างให้คุ้มกันเขาออกจากเมืองหลวง ซึ่งก็แน่นอนว่าขันทีโฉดย่อมไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ อย่างแน่นอน การไล่ล่าจึงเริ่มต้น
สิ่งที่จัดว่าช่วยหนังเรื่องนี้เอาไว้มี 2 อย่างใหญ่ๆ ครับ อย่างแรกคือเหล่าดาราที่แต่ละคนล้วนมีดีกรี มีฝีมือ สามารถดึงดูดความสนใจผู้ชมได้ ตั้งแต่เจิ้นจื่อตัน, จ้าวเหว่ย (Wei Zhao) ในบทเสี่ยวหัว ลูกสาวหัวหน้าสำนักคุ้มภัย รายนี้ก็แสดงแนวถนัด เป็นสาวน้อยที่ฉลาดมีไหวพริบ พร้อมด้วยความน่ารักและดวงตากลมโต, อู๋หม่า (Wu Ma) ในบทหัวหน้าสำนักคุ้มภัยยุติธรรม รายนี้จะว่าไปบทไม่เยอะ แต่ขึ้นจอทีไรขโมยซีนทุกที โดยเฉพาะยามที่เขาแสดงอารมณ์หรือแสดงท่าทีขอความเห็นใจจากผู้อื่น ดูแล้วอดเห็นใจไม่ได้ครับ แค่แววตาก็กินขาดแล้ว
Chun Wu รับบทเป็นอินทรีเวหา ตุลาการทะเลทราย ที่มีบทบาทในช่วงหลัง รายนี้ก็ดูองอาจเก่งกล้า ดูแมนสมบท พร้อมใบหน้าแนวพี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ (ที่แม้แต่ทีมพากย์ยังเอาไปแซว), Kate Tsui ในบททัวทัว มือสังหารหญิงที่ฝีมือจัดจ้านร้ายกาจ รายนี้ในแง่ฝีมืออาจยังไม่เด่น แต่สีหน้าเวลาออกลีลาบู๊ถือว่าไม่เลว และยังมีหงจินเป่า (Sammo Kam-Bo Hung) โผล่มารับเชิญในบทองค์ชายชิง ที่ดูเหมือนจะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องราววุ่นวายที่เกิดขึ้น
ของดีถัดมาคือคิวบู๊ที่อาจไม่ถึงกับเจ๋งสุดๆ แต่ก็มันส์ใช้ได้ – แต่ถ้าจะไม่ชอบอะไรในคิวบู๊ก็คงเป็นตอนที่แม่นางทัวทัวสลัดเสื้อน่ะครับ ช่วงนี้ดูเป็น CG ชัดเจนเกิน ไม่เนียนเกิน ความตื่นเต้นเร้าใจเลยพลอยลดปริมาณไปด้วย
ส่วนเนื้อเรื่องนั้นจริงๆ นับว่าโอเค แต่การเล่าเรื่องและทิ้งปมต่างๆ ยังไม่กลมกล่อมนัก บางช่วงบางตอนก็ชวนสับสนว่าใครเป็นใคร ต้องการอะไร และมีแผนอย่างไร ซึ่งก็ส่งผลต่อความน่าติดตามของหนังเหมือนกันครับ

หนังกำกับโดย Daniel Lee เจ้าของผลงานอย่างสามก๊ก ขุนศึกเลือดมังกร (Three Kingdoms: Resurrection Of The Dragon) และฌ้อปาอ๋อง ศึกแผ่นดินไม่สิ้นแค้น (White Vengeance) ซึ่งจะว่าไปแล้วหนังเรื่องนี้มีอะไรหลายอย่างเวิร์กกว่า 2 เรื่องนั้น ไม่ว่าจะเรื่องพลังดาราหรือคิวบู๊ แต่มาเสียกระบวนไปนิดตรงการเล่าเรื่องน่ะครับที่ยังไม่ชวนติดตามแบบเต็มๆ บางช่วงก็เล่าเร็วไปจนไม่ก่อให้เกิดอารมณ์ร่วม
แต่มีอย่างหนึ่งที่ผมชอบนะ ตอนที่เสี่ยวหัวเล่าในตอนท้าย ว่าพ่อของนางนั้นบอกให้นางช่วยรักษาโลกนี้เอาไว้ แต่ไม่ใช่รักษาด้วยความหวังว่าโลกวันข้างหน้าจะดีขึ้น หรือหากตนเองประสบความทุกข์แล้วจะไปหวังให้โลกในวันหน้ามาเยียวยาตนเอง พวกนี้ไม่ต้องหวัง
เช่นนั้นแล้วพ่อฝากฝังนางให้รักษาโลกไปใย?
พ่อของเสี่ยวหัวให้รักษาโลกไว้ เพื่อให้เราได้อยู่ต่อ อยู่เพื่อรำลึกถึงวันคืนดีๆ ที่เคยมีเมื่อวันวาน
บางคนอยู่ในโลกต่อเพราะวันข้างหน้ายังมีความหวังให้เราเดินไปหา
แต่สำหรับบางคนแล้ว ที่อยู่ต่อก็เพราะชีวิตที่ผ่านมามันน่าจดจำ – วันนี้วันหน้าจะเป็นอย่างไรไม่อาจรู้ รู้แต่วันวานมันคุ้มค่าที่จะบอกตนเองให้หายใจต่อไป
โดยรวมถือเป็นหนังแอ็คชั่นวิทยายุทธที่ดูได้ครับ มันส์พอประมาณ และฝีมือของเหล่าดาราก็ทำให้คุ้มค่าแก่การดูสักครั้ง – ยกเว้นถ้าไม่ชอบแนวนี้ก็ผ่านไปได้ครับ
สองดาวกว่าครับ

(6.5/10)
หมวดหมู่:Action, Chinese/Hong Kong/Taiwan Movies, History, Martial Arts, Movie Reviews, Thriller, Wuxia










