Comedy

The Royal Treatment (2022) เดอะ รอยัล ทรีทเมนต์

Untitled06082

The Royal Treatment เรื่องนี้กะขายความสดใสของ Laura Marano (A Cinderella Story: Christmas Wish) แบบเต็มที่ครับ ซึ่งก็ไม่แปลกครับเพราะหนังน่ะอำนวยการสร้างโดยตัว Laura เอง บวกด้วยแม่ (Ellen Marano) และพี่ของเธอ (Vanessa Marano)

หนังลงสูตรสำเร็จครับ Marano รับบทอิซซี่ ช่างเสริมสวยปากกัดตีนถีบที่ต้องหาเงินมาประคองร้านให้อยู่นานที่สุด แล้วโชคก็วิ่งชนเมื่อคนของเจ้าชายโธมัส (Mena Massoud) โทรติดต่อเธอให้ไปช่วยตัดผมให้เจ้าชายหน่อย แล้วด้วยความสดใสเกินร้อยและพูดจาตรงๆ ของเธอก็ทำให้เจ้าชายประทับใจ จนเธอได้มีโอกาสเป็นช่างเสริมสวยในงานแต่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

แต่ก็นั่นล่ะครับ พออิซซี่กับเจ้าชายได้ใกล้กันมากๆ เข้า หัวใจพวกเขาก็เริ่มจะสะกิดกัน แล้วแบบนี้งานแต่งจะยังมีไหมเนี่ย

หนังก็ดูเพลินดีครับ แต่ท่านจะชอบหรือไม่นั้นส่วนหนึ่งคงขึ้นอยู่กับความรู้สึกที่ท่านมีต่อ Marano น่ะครับ อย่างผมนี่ผมโอเคกับเธอนะ เธอเล่นเป็นอิซซี่ได้น่ารักดี ดวงตากลมโตดูสดใสจริงใจ เอเนอร์จี้ของเธอก็ดูล้นเหลือเกินร้อย ไปไหนมีแต่คนรักคนชอบและคนสนใจ จนไม่แปลกใจหากเจ้าชายจะตกหลุมรัก – แต่ในทางกลับกันหากท่านไม่โอกับท่าทางพลังล้นเหลือของเธอล่ะก็ หนังเรื่องนี้ก็อาจกลายเป็นของน่าเบื่อสำหรับท่านได้ครับ

ความเด่นส่วนใหญ่จะเทไปที่นางเอกครับ ในขณะที่พระเอกอย่าง Massoud แม้จะไม่เด่นเท่านางเอก แต่หนังก็ยังพอแบ่งโอกาสให้เขามีซีนของตัวเอง ผมชอบตอนที่เขาบอกกับอิซซี่ (หลังจากที่เธอบอกกับเขาว่าเธออยากเปลี่ยนโลก หากมีคนให้โอกาส) ว่า “เธอบอกว่าเธอคงจะเปลี่ยนโลกได้ถ้ามีคนให้โอกาส… ฉันว่าไม่มีใครให้โอกาสนั้นหรอก แต่ว่าเธอต้องคว้ามา สร้างความเปลี่ยนแปลงที่เธออยากเห็นในโลกนี้” – เหตุผลที่ชอบก็เพราะ ข้อแรก ประโยคเหล่านี้เป็นการบอกกับเราครับว่านอกจากโธมัสจะฟังสิ่งที่อิซซี่พูดแล้ว เขายังใส่ใจในคำพูดของเธอจนเก็บมาคิดต่อ จนนำมาสู่ประโยคที่ว่านี้

อีกข้อก็คือ ประโยคนี้เป็นการสื่อสารกับคนดูแบบตรงๆ ครับ ว่าถ้าคุณอยากเปลี่ยนโลกแต่มัวรอให้สักคนมาให้โอกาสล่ะก็ คุณอาจต้องรอมันทั้งชาติ (หรือหมดชาตินี้แล้วก็อาจไม่มีใครให้) ดังนั้นแล้วคุณต้องหามันเอง ต้องคว้ามันมา หรือต้องสร้างโอกาสขึ้นเท่าที่สมองและสองมือของเราพอจะทำได้ และไม่ต้องรอเล่นใหญ่ในระดับเปลี่ยนโลกก็ได้ครับ เริ่มทำจากเล็กๆ เริ่มสร้างแรงกระเพื่อมย่อมๆ ทำทีละน้อย เหมือนน้ำที่หยดลงหินไปเรื่อยๆ ถึงจุดหนึ่งหินก็ยังกร่อนได้นั่นแหละครับ

Untitled06083

หนังน่ารักดีครับ จุดเด่นก็คือนางเอก แล้วผมก็ชอบบมสมทบอย่างวอลเตอร์ (Cameron Rhodes) พ่อบ้านที่น่ารัก รายนี้ก็มาพร้อมโมเมนต์ของตัวเองเหมือนกัน ส่วนเพื่อนๆ ของอิซซี่นั้นอาจดูล้นไปหน่อย ยอมรับเลยว่าตอนต้นๆ แอบรำคาญอยู่ ก็ยังดีครับที่ตอนท้ายพวกเธอลดดีกรีความเยอะลงมาบ้าง

ผมพยายามมองว่าหนังมีความเป็นแฟนตาซีผสมอยู่ครับ หลายอย่างดูมุ้งมิ้งฟุ้งๆ ก็พยายามมองข้ามไป แต่ที่มองข้ามไม่สำเร็จคือตอนท้ายที่คอหนังแนวนี้คงพอเดาได้น่ะนะครับ ว่าพอพระ-นางรักกัน มันก็ต้องมีอุปสรรคมาแยกพวกเขาจากกัน ก่อนที่ตอนท้ายความรักจะชนะทุกสิ่งแล้วลงเอยแบบแฮปปี้ ซึ่งก็เข้าใจน่ะครับว่าสูตรมันมาแบบนี้ แต่เผอิญว่าอุปสรรคที่หนังเปิดประเด็นไว้มันก็เรื่องใหญ่อยู่เหมือนกันนะ จนรู้สึกว่ามันไม่น่าจะแก้กันได้ง่ายๆ ซึ่งจริงๆ ผมมองว่ามันเป็นโอกาสที่ดีนะ เป็นโอกาสที่หนังจะเปิดโอกาสให้พระนางได้ร่วมแรงร่วมใจกันช่วยกันแก้ปัญหา หาทางออกให้กับตัวเอง ครอบครัว รวมถึงบ้านเมือง ซึ่งจะทำให้เรื่องเข้มข้นขึ้น ดูมีอะไรมากขึ้น และยังเป็นการทำให้พระนางดูเด่นขึ้นอีกด้วย – ความรักที่มีการฝ่าฟันอุปสรรคน่ะ นำมาสู่ความประทับใจได้เสมอ

แต่เหมือนหนังจะข้ามปมพวกนั้นไปหมดเลยครับ แล้วก็ตัดมาตอนที่พระนางลงเอยกันเลย จุดนี้คิดว่าง่ายไปนิดครับ – แต่ก็นั่นแหละครับ หนังเลือกจะลงแบบนี้ก็ต้องรับสภาพกันไป – แต่ก็เสียดายแหละครับ เพราะหนังมีโอกาสจะดีกว่าที่เป็นได้แท้ๆ

ครั้นดูชื่อผู้กำกับก็แอบเอียงคอนิดหน่อยครับ เพราะสำหรับผมแล้วถือว่าเป็นคนคุ้นเคย เขาคือ Rick Jacobson ที่เคยทำหนังบู๊ให้ Don ‘The Dragon’ Wilson อย่าง Bloodfist VI: Ground Zero และ Bloodfist VIII: Trained to Kill หรือไม่ก็หนังสยองไปเลยอย่าง The Unborn II แล้วก็โดดไปกำกับซีรี่ส์อยู่อย่างพวก Baywatch หรือ Xena: Warrior Princess อะไรประมาณนั้น แต่ถ้าเป็นแนวโรแมนติกนี่ถ้าไม่ผิดเหมือนจะเคยทำแค่เรื่องเดียวคือ Reasons of the Heart แล้วก็มาเรื่องนี้ครับ – ดังนั้นในมุมมองผม ก็พอเข้าใจอยู่ครับที่หนังจะออกมาประมาณนี้

สรุปจบว่านี่เป็นหนังรอมคอมที่ดูได้เพลินๆ ครับ นางเอกน่ารักสดใสน้ำใจล้นเหลือ และของชอบอีกอย่างคือดนตรีของ John R. Graham ครับ ผมว่าจริงๆ สกอร์ของเขาดีนะ แต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ยินในหนังสักเท่าไร ผมมาได้ยินเต็มๆ นี่ปาเข้าไปตอน End Credits เลย ซึ่งก็นับว่าเพราะอยู่ครับ

เอาเป็นว่าดูเอาความสบายใจเป็นหลักครับ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)