รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Sweet Home Alabama (2002) สวีทนัก… รักเราไม่เก่าเลย

Untitled08391

Sweet Home Alabama หนังรักเบาๆ ดูสบายว่าด้วยเรื่องของเมลานีย์ (Reese Witherspoon) ที่ถูกแฟนหนุ่มอย่าง แอนดรูว์ (Patrick Dempsey) แน่นอนว่าเธอดีใจมากมายครับ แต่ก็ดันมีปัญหาตรงที่จริงๆ เธอน่ะเคยแต่งงานกับเจค (Josh Lucas) รักเก่าที่บ้านเกิดของเธอ แล้วเขาก็ยังไม่ได้เซ็นต์ใบหย่าด้วย เธอเลยต้องรีบถ่อจากนิวยอร์คไปแอละแบมาเพื่อขอให้เขาเซ็นต์ใบหย่าซะให้มันจบๆ ไป

แต่ก็ตามสูตรครับ เมื่อเธอกลับมา เมื่อเธอได้เจอครอบครัว เจอเพื่อนฝูง รวมถึงบรรยากาศเก่าๆ สมัยยังเยาว์วัย หัวใจเธอก็เริ่มมีคำถามแล้วว่าจริงๆ เธอยังมีใจให้เจคอยู่หรือเปล่ากันแน่

ตัวหนังฮิตเอาเรื่องเมื่อตอนออกฉายครับ โกยในอเมริกาไปกว่า $127 ล้าน (ถ้ารวมทั่วโลกก็ $180 ล้าน) จากทุนเพียง $30 ล้านเท่านั้น กำไรบานตะไทล่ะครับ และตัวหนังเองก็ถือว่าทำออกมาได้สนุก อาจไม่ได้สุดยอดมากมาย แต่ก็ดูเสพความบันเทิงได้ ดูเอาความฮาได้ ดูเอาความสบายใจได้แบบชิลล์ๆ

Witherspoon ทำหน้าที่ได้ดีครับ แสดงได้ลื่นทั้งในเชิงโรแมนติก เชิงคอเมดี้ หรือกระทั่งซีนดราม่าอารมณ์เธอก็เอาอยู่ ส่วนดาราสมทบน้อยใหญ่ในเรื่องก็เช่นกันครับ ช่วยกันเสริมความสนุกความเพลินให้กับหนังได้อย่างพอเหมาะ Lucas ก็ดูโอเคกับบทหนุ่มปากไวปากร้าย แต่ในใจแฝงไว้ด้วยความรู้สึกบางอย่าง ส่วน Dempsey ก็ฉลุยครับกับบทหนุ่มหล่อลูกนายกจากนิวยอร์ค แค่วางมาดนิ่งๆ ยิ้มหน่อยๆ ก็ใช้ได้แล้ว

ส่วนดารารุ่นใหญ่อย่าง Candice Bergen ในบทคุณแม่ของแอนดรูว์ รายนี้ก็ถนัดนักล่ะครับกับบทคนใหญ่คนโตที่เจ้ากี้เจ้าการ แววตาท่าทางตอนเธอพูดนี่จ้องจะบางการใครต่อใครตลอด ถือว่าลื่นไหลดี, Fred Ward กับ Mary Kay Place ในบทพ่อแม่ของเมลานีย์ สองคนนี้ก็ดูเป็นพ่อแม่บ้านๆ ที่ให้อิสระลูกในการใช้ชีวิต แต่ชณะเดียวกันก็พร้อมจะให้คำแนะนำในเวลาอันเหมาะควร

ผมชอบที่แม่ของเมลานีย์พูดไว้ว่า “ผลไม้ช้ำๆ ที่คนเมิน อาจสามารถทำเป็นแยมที่อร่อยที่สุดก็ได้” บ่งบอกถึงวิธีคิดและมองโลกของเธอได้ดีครับ และคนดูอย่างเราๆ ก็เก็บเอาไปคิดต่อยอดหลังดูหนังจบได้อีกด้วย

Untitled08392

อีกบทที่ถือว่าเด่นและน่ารักคือบ็อบบี้ เรย์เพื่อนของเมลานีย์ครับ Ethan Embry แสดงได้ดี ดูแล้วเชื่อว่านายคนนี้เป็นเพื่อนแสนดีของเมลานีย์จริงๆ

แล้วตัวหนังก็ไม่ได้เล่นเฉพาะเรื่องรักวันวานของพระ-นางเท่านั้น ยังมีเรื่องเพื่อนๆ ของเมลานีย์ที่ตอนแรก (ตอนเข้าเมืองไปใหม่ๆ) เธอใจร้ายกับพวกเขา อาจเพราะเธอห่างเหินเมืองนี้ไปตั้ง 7 ปี และติดความหรูหราของสังคมเมืองใหญ่ แต่พอเวลาผ่านไป เธอก็ค่อยๆ ฟื้นสายสัมพันธ์ ขอโทษทีละคนอย่างจริงใจและนุ่มนวล นี่เป็นอีกขุดที่ผมชอบครับ เพราะหนังทำให้เราเชื่อว่าเธอคนนี้โชคดีจริงๆ ที่มีเพื่อนๆ แบบนี้อยู่รอบกาย – และยังเป็นอีกหนึ่งแรงที่สะกิดหัวใจเมลานีย์ให้เริ่มหันเหทิศทางกลับมายังบ้านเกิดด้วย

รู้ไหมครับว่าแรกเริ่มเดิมที คนที่จะมาแสดงเป็นเมลานีย์นั้นคือ Charlize Theron แต่เนื่องจากช่วงนั้นมีการสไตรค์ของนักแสดง ทำให้การถ่ายทำเดินต่อไม่ได้ Theron เลยไปแสดงหนังระทึกขวัญเรื่อง Trapped แทน แล้วนั่นก็เปิดโอกาสให้ Witherspoon ได้เข้ามาแคสบท ซึ่งก็พอดีว่าตอนที่เธอแคสบทนี้หนัง Legally Blonde กำลังกระหน่ำทำเงินพอดี เธอเลยได้บทนี้มาครองในที่สุดครับ

และสำหรับบทหนังเรื่องนี้ บทดั้งเดิมเป็นของ Douglas J. Eboch ครับ ซึ่งผู้อำนวยการสร้าง Stokely Chaffin อ่านแล้วเกิดถูกใจแล้วก็นำมาพัฒนาต่อยอด เพราะเธอนั้นเดิมทีเป็นสาวแอละแบมาครับ แล้วจากนั้นเธอก็ออกจากแอละบามาไปทำงานที่อื่น พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อตนเอง (Stokley เป็นชื่อกลางของเธอครับ ในขณะที่ชื่อเดิมเธอคือ Caroline) จะเห็นได้ว่าองค์ประกอบหลายอย่างนี่คล้ายกับเมลานีย์ นางเอกของเรื่องอย่างมากทีเดียว

Chaffin เลยให้ C. Jay Cox มาช่วยเกลาบทให้ตรงกับความต้องการของเธอ แล้วเธอยังแนะนำให้ Cox ลองไปเที่ยวที่แอละบามาสักครั้งก่อนดำเนินการเกลาบทด้วยครับ (เพื่อจะได้เห็นภาพความเป็นแอละบามาชัดขึ้น)

นอกจากนี้จริงๆ แล้วในบทหนังเดิมจะมีตัวละครที่ชื่อ เอริน แวนเดอร์บิลท์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยคนสนิทของเมลานีย์ คนที่มารับบทนี้ก็คือ Katherine Towne ครับ มีการถ่ายทำตัวละครนี้ลงไปในหนังแล้วด้วย แต่พอฉายรอบทดลองแล้วบทนี้กลับทำให้คนดูรู้สึกสับสน เนื่องจากเอรินจะต้องลงเอยกับแอนดรูว์ในตอนท้าย ทำให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแอนดรูว์ในหนังนั้น มันบั่นทอนความน่ารักและความเป็นสุภาพบุรุษผู้มีรักมั่นคงของแอนดรูว์ไป

สุดท้ายบทเอรินเลยโดยหั่นออกหมดครับ แต่เราก็จะยังได้เห็นเธอตอนฉากระหว่าง End Credits ที่เห็นภาพในหนังสือพิมพ์ว่าแอนดรูว์พบรักกับสาวคนใหม่ สาวในรูปนั้นก็คือเอรินนั่นแหละครับ

Untitled08393

เกร็ดอีกนิดหนึ่งที่อยากบอกไว้คือ Sweet Home Alabama เป็นหนังเรื่องแรกที่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายทำในมหานครนิวยอร์คหลังจากเหตุการณ์ 9/11 และยังเป็นหนึ่งในหนังไม่กี่เรื่องที่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายทำในห้าง Tiffany’s โดยหนังเรื่องล่าสุดที่ถ่ายทำที่นี่ก็คือ Breakfast at Tiffany’s หนังปี 1961 โน่นแน่ะครับ

นอกจากนี้คนที่มารับบทเมลานีย์ในวัยเด็กก็คือ Dakota Fanning ครับ และในเรื่องจะมีบทที่เธอจููบกับหนุ่มน้อย ซึ่งจูบนั้นก็จูบแรกในชีวิตจริงของเธอด้วย

อีกหนึ่งของดีที่ช่วยให้หนังลื่นไหลก็หนีไม่พ้นสารพัด Soundtrack ที่ใส่ลงมาครับ ซึ่งนี่ก็เป็นสูตรสำเร็จของหนังรักยุคนั้นอยู่แล้ว ขายหนังพร้อมขายเพลงคู่กันไป ซึ่งเพลงเอกของหนังอย่าง Mine All Mine ของ SHeDAISY ก็ไพเราะน่ารักตามสไตล์ และที่ลืมไม่ได้ก็คงเป็นเพลง Sweet Home Alabama ที่คลาสสิคอมตะไปแล้ว

หนังกำกับโดย Andy Tennant ที่แจ้งเกิดจากหนังรัก+ตีความซินเดอเรลล่าใหม่อย่าง Ever After ก็มาดังอีกรอบจากเรื่องนี้ครับ แล้วถัดจากเรื่องนี้ก็ไปดังอีกหนจาก Hitch ซึ่งสำหรับเรื่องนี้แล้วถือว่าหนังลื่นไหลพอเหมาะอยู่ครับ อาจไม่ถึงกับเด่นเป็นพิเศษ แต่ก็ดูเอาเพลินได้อย่างสบายใจ

สองดาวครึ่งสวยๆ ครับ

Star22

(7/10)