รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

A Simple Favor (2018) เพื่อนหาย อย่าหา

Untitled04459

เป็นหนังตลกร้ายซ่อนเงื่อนที่มันส์ใช้ได้เรื่องหนึ่งเลยครับ โดยส่วนตัวผมออกจะชอบมากพอสมควรเพราะรสชาติมันถูกปาก จังหวะการเดินเรื่องมันเร็วและมีความเจ็บแสบแทรกซึมอยู่ในเนื้อหา อีกทั้ง 2 ดารานำก็เล่นได้ลื่นมากจนน่าปรบมือเลยล่ะ

เรื่องของสเตฟานนี่ (Anna Kendrick) คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่จู่ๆ ก็ได้ผูกมิตรกับเอมิลี่ (Blake Lively) สาวหรูดูเลิศเปี่ยมสไตล์และรวยมาก ทั้งคู่ดูไม่น่าจะไปกันได้เพราะมีความต่างกันหลายอย่าง แต่กระนั้นพวกเธอก็ยังไปมาหาสู่กันอยู่หลายหน

แต่แล้ววันหนึ่งเอมิลี่ก็หายตัวไปครับ สเตฟานนี่ก็เลยพยายามตามหา โดยที่เธอไม่รู้เลยครับว่านั่นน่ะคือจุดเริ่มแห่งความวุ่นวายหายนะขนานใหญ่สำหรับเธอ

หนังดูเพลินมากครับ คือจริงๆ หนังมันมีความเป็นแนวระทึกขวัญผสมลึกลับนะ แต่โทนเรื่องมันออกมาในแนวตลกร้ายเจ็บแสบ จุดแรกที่ผมชอบเลยก็คือการเดินเรื่องแบบนี้นี่แหละครับ มันออกรสมากๆ เหมือนหนังเดินเรื่องไปแล้วก็มีเครื่องปรุงเครื่องเคียงเรียงใส่มาให้เราเพลินตลอด ไม่ว่าจะ Soundtrack เจ๋งๆ ส่วนใหญ่ในเรื่องนี้จะใช้เพลงฝรั่งเศสยุค 60 ครับ ซึ่งหลายเพลงนี่เสริมความแสบทรวงให้กับหนังได้อย่างดีเลย บางเพลงก็เอามา Cover ใหม่ได้โคตรมันส์ (เช่น Laisse Tomber Les Filles ที่ใช้ตอน End Credit น่ะครับ Cover ได้เจ๋งมากๆ)

ตามด้วยพล็อตเรื่องที่หักมุมไปมา การวางมุมกล้องในแต่ละฉากที่ได้อารมณ์หลากหลาย บางมุมก็บีบ บางมุมก็กว้างเชียว หรือบางมุมก็ทำให้รู้สึกเหมือนจะมีของคมๆ มีจ่อที่คอเรา จุดนี้ขอยกนิ้วให้ John Schwartzman เลยครับ พี่ท่านกำกับภาพได้มีสไตล์มากๆ

2 ดารานำก็คือของเด็ดอีกอย่างครับ Kendrick นี่เหมาะอยู่แล้วกับบทแบบนี้ เธอดูหงิมๆ ติ๋มๆ ขี้ตื่นหน่อยๆ แต่บทจะแสบก็แสบแบบหน้าตายได้ทันควัน ส่วน Lively ก็ดูร้ายกาจประหนึ่งมีดสุดคมที่ชอบบาดชอบปาดสรรพสิ่งรอบตัวให้เป็นรอยริ้ว ไม่ว่าจะด้วยคำพูด การมอง หรือการกระทำ อันนี้บอกเลยครับว่าแค่ดู 2 คนมาเฉือนฝีมือกันก็มันส์พะยะค่ะแล้ว

Untitled04460

เมื่อ 2 สาวเป็นตัวนำ คนอื่นๆ ก็ออกแนวบทสมทบครับ อย่าง Henry Golding ในบท ฌอน สามีของเอมิลี่ ซึ่งบทนี้อาจจะดูจืดๆ ไม่มีอะไรเท่าไร แต่พอดูจนจบแล้วท่านจะพอเข้าใจครับว่าบทฌอนมันต้องดูแล้วจืดๆ แบบนี้แหละ เหมาะแล้ว อีกคนที่ถือว่ามีพลิกบทบาทพอสมควรก็คือ Linda Cardellini ที่หลายคนอาจจำได้จากบทภรรยาของฮอว์คอายใน Avengers: Age of Ultron มาเรื่องนี้ก็ดูเป็นอีกคนไปเลยครับ

จังหวะการเดินเรื่องถือว่าพอเหมาะครับ เดินเรื่องค่อนข้างเร็ว และการตามสืบปมกับเผยปมก็ทำได้พอเหมาะ ทั้งน่าติดตามและดูเพลินไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งถ้าจะให้ว่ากันตรงๆ แล้วมุกหักมุมในเรื่องมันอาจไม่ได้เว่อร์วังอะไรนะครับ ผมเชื่อว่าคอหนังลึกลับที่ดูหนังแนวนี้มาบ่อยๆ ก็คงเดาได้ไม่ยาก แต่ด้วยลีลาการนำเสนอที่จัดจ้านได้รสเลยทำให้ความอร่อยมันบังเกิด แม้สูตรเนื้อในจะเดิมๆ ก็เถอะ

โดยส่วนตัวนี่ผมเชื่อมือของผู้กำกับ Paul Feig นะครับ เพราะดูหนังที่แกทำแล้วส่วนมากก็สนุก ไม่ว่าจะ The Heat และ Spy หรือแม้แต่ Ghostbusters ที่หลายคนไม่ปลื้ม แต่ผมก็ยังว่าดูได้เพลินๆ ดี ส่วนเรื่องนี้นี่ผมชอบเป็นอันดับต้นๆ ของผลงานเขาเลย เพราะอะไรๆ มันเข้ากันอย่างพอเหมาะ มันทั้งตลกร้ายและลึกลับ จังหวะหนังก็แสบสันต์จี๊ดจ๊าด ซึ่งผมว่าหาได้ยากนะครับ เพราะจริงๆ หนังตลกร้ายก็มีออกมาเรื่อยๆ แต่ส่วนใหญ่จะไม่เข้าเป้า บางเรื่องเหมือนจะสนุกแต่ก็ยังไม่สนุกเต็มที่ บางเรื่องสไตล์ดีแต่เดินเรื่องไม่เวิร์ก บางเรื่องพล็อตดีแต่ลีลาไม่ถึง ทว่ากับเรื่องนี้มันครบเครื่องได้โล่ห์จริงๆ

อีกคนที่ไม่ชมไม่ได้คือคนทำดนตรีประกอบ Theodore Shapiro ครับ เพราะดนตรีก็ได้ใจ ทำให้บางห้วงอารมณ์มันอร่อยขึ้นก็เพราะดนตรีที่เปี่ยมสีสันนี่แหละ

อีกอย่างคือผมว่าหนังมันมีความเป็น Hitchcock อยู่ไม่น้อยครับ (ทุกตัวละครล้วนมีด้านมืด ไม่ได้เป็นคนดีทั้งหมด, วงวนแห่งการหลอกลวง, ภาพชีวิตสวยงามแต่จอมปลอม, อดีตที่คาดไม่ถึงของบางตัวละคร, เรื่องที่เราไม่รู้ค่อยๆ เผยออกมาทีละนิดๆ – แต่จะไม่เผยออกมาหมดในทีเดียว)

ทว่าไม่ใช่ Hitchcock แบบ Hitchcock นะครับ แต่เป็น Hitchcock ที่ผสมความเป็น Andy Warhol ลงไปด้วย…

กะว่าถ้ามีโอกาสก็คงจะเสพซ้ำครับ มันสนุกเพลินจริงๆ

สองดาวครึ่งบวกๆ ครับ

Star22

(7.5/10)