Action

Ip Man 3 (2015) ยิปมัน 3

12801159_1182171825146950_1925401957627810308_n

ถ้าว่ากันในฐานะหนังภาคต่อแล้ว Ip Man 3 ถือว่าดูได้เรื่อยๆ สนุกไม่เลว แม้จะไม่กลมกล่อมเท่าภาคแรก แต่ก็พอฟัดพอเหวี่ยงกับภาค 2 (อาจจะมีจุดเด่นต่างกันไปคนละจุด แต่อย่างน้อยพอคิดคะแนนรวมๆ ก็ถือว่าพอๆ กัน

หรือถ้ามองภาคนี้ในแง่เป็นภาคแลนดิ้งสรุปเรื่องราวชีวิตของยิปมันแล้ว ก็ถือว่าหนังทำหน้าที่ในการจบไตรภาคได้ไม่เลวอีกเหมือนกันครับ

ภาคนี้ยิปมัน (Donnie Yen) มีชื่อเสียงและเป็นที่นับถือของผู้คน แต่แล้วก็มีนายฝรั่ง (Mike Tyson) คิดจะซื้อที่ดินของโรงเรียนแห่งหนึ่งแบบไม่เกี่ยงวิธี (ว่าง่ายๆ คือจ้างอันธพาลไปก่อกวนก็เอา) ทำให้อาจารย์ยิปต้องยื่นมือเข้าขวาง

และจากเรื่องที่โรงเรียนนี้ก็ทำให้เขาได้พบกับ จางทีชี่ (จางจิ้น) ชายอีกคนที่เป็นมวยหย่งชุน ซึ่งจะกลายมาเป็นตัวละครที่มีบทบาทในช่วงครึ่งหลัง

นอกจากนี้ก็ยังมีประเด็นอย่างเรื่องของภรรยาของอาจารย์ยิป (สง ไต้หลิน) ที่ได้เห็นหน้าสามีน้อยกว่าชาวบ้านๆ ซะอีก ซึ่งปมนี้ก็มีผลมากมายในตอนท้ายเช่นกัน

ครับ การดูภาคนี้ก็รู้สึกเหมือนดู Iron Man 2 น่ะครับ คือเครื่องเยอะ เรื่องเยอะ ซับพล็อตเยอะ แม้จะมีโครงเรื่องหลักก็เถอะ แต่การที่มีซับพล็อตเยอะ เลยทำให้หลายๆ ประเด็นที่เปิดขึ้นมาไม่ค่อยได้รับการสานต่อ

อย่างเรื่องศิษย์ชั่วอันธพาลที่คิดล้างครู ที่สุดท้ายชะตากรรมของพี่แกก็คลุมเครือ (ทั้งๆ ที่ควรจะโดนจัดให้หนัก) หรือเรื่องศิษย์ของอาจารย์ยิปที่พยายามปลูกต้นรักกับคุณครูสาว เรื่องนี้ก็หายไปเลยเหมือนกันเมื่อหนังเดินเข้าสู่ครึ่งหลัง

แต่ถ้าว่ากันถึงพล็อตหลักแล้วก็ให้อารมณ์เหมือนหนังจีน (รวมถึงหนังไทย) สมัยก่อนน่ะครับ คือเรื่องมันจะไม่ได้มีแค่ประเด็นเดียวโดดๆ (ประเภทว่า ปราบผู้ร้ายคนเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ) แต่มันจะเดินเรื่องแบบ “เรื่องหนึ่งคือชนวนเหตุที่นำไปสู่อีกเรื่องหนึ่ง” เช่น เรื่องที่โรงเรียนนำไปสู่เรื่องของทีชี่และภรรยาของอาจารย์ยิป เหล่านี้เป็นต้น

ถ้าว่ากันถึงการเดินเรื่อง ก็ถือว่าไม่เลวครับ เพียงแต่มันอาจจะไม่ได้ปะติดปะต่อเนียนเป็นเนื้อเดียวแบบ 2 ภาคแรก (ว่าง่ายๆ คือยังไม่เนียนหรือไม่ลงตัวนัก) เลยทำให้ความกลมกล่อมของภาคนี้ไม่เยอะเท่าที่ควร

แต่ถ้าถามว่าดูสนุกไหม ผมก็ว่ายังสนุกอยู่ครับ แอ็กชันก็ยังโอเค (แต่ลึกๆ แล้วชอบแอ็กชันภาค 1 – 2 มากกว่า มันหนักหน่วงและได้ใจกว่า) ฉากไฮไลท์คงหนีไม่พ้นฉากยิปมันซัดกับนายฝรั่ง ต่อด้วยหย่งชุนปะทะหย่งชุน ซึ่งก็ถือว่าไม่เสียแรงที่รอดู

สำหรับประเด็นหลักของเรื่อง ก็คือสิ่งที่หนังพยายามสอดแทรกอยู่ตลอดครับ นั่นคือการรู้จักปล่อยวาง (ประดุจลูกโป่งที่ลอยไปแล้ว ก็อย่ายึดติด แต่ไปหาลูกใหม่หรือไปทำอย่างอื่นดีกว่า)

และอีกประเด็นคือการรู้จักมองให้ชัดว่าอะไรคือสิ่งที่มีค่าต่อชีวิตอย่างแท้จริง มันคือชื่อเสียง? เงินทอง? ความนิยม? ครอบครัว? คุณธรรม? ฯลฯ ซึ่งมันคงแล้วแต่คนจะนิยามและค้นหากัน

ผู้ที่ค้นจนเจอ ย่อมพบวาระแห่งความสุขได้ หรือต่อให้มันยังไม่ใช่สุขแท้ แต่ก็อาจเป็นสัญญาณที่ดีที่จะนำเราไปสู่ความสุขอันแท้จริง

และผู้ที่ค้นจนพบสุขจริงๆ ที่เราต้องการ ก็จะเห็นถึงความรุงรังในชีวิต และอาจหัวเราะใส่ความรุงรังที่ว่านั้นอย่างขบขัน (หัวเราะตนเองและความรุงรังคละๆ กัน)

สรุปว่าหนังจบไตรภาคยิปมันได้ไม่เลวครับ แม้จะไม่ดีมากมาย แต่ก็สมศักดิ์ศรีในระดับหนึ่ง ^_^

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

Advertisements