Adventure

Madagascar: Escape 2 Africa (2008) มาดากัสการ์ 2

MV5BMjExMDA4NDcwMl5BMl5BanBnXkFtZTcwODAxNTQ3MQ@@._V1_

ภาคแรกนั้นไม่ได้ติดใจอะไรผมมากมายนะฮะ คือดูได้สนุกๆ แต่ก็ไม่ได้ประทับใจเป็นเรื่องเป็นราว กระผมนั้นดูจะถูกเส้นกับการ์ตูนของค่าย Pixar เสียมากกว่า ได้รสได้น้ำได้เนื้อครบถ้วนดี ครั้นจะมีภาคต่อออกมาผมก็ดูตามธรรมเนียมแหละครับ แต่ส่วนใหญ่จากประสบการณ์ หนังการ์ตูนภาคต่อมักมีอะไรดีน่าพอใจกว่าภาคแรกอยู่พอตัวหรืออย่างน้อยก็สนุกสนานไม่เสียชื่อภาคแรก เช่น Toy Story 2, Ice Age 2 เป็นต้น

และพอจะบอกได้ว่า Madagascar 2 นี่ก็เข้าข่ายหนังเหล่านั้นไปเรียบร้อย

เรื่องราวก็ต่อเนื่องจากตอนก่อนนะครับ สี่เพื่อนซี้สี่ขาอย่าง อเล็กซ์ (Ben Stiller) สิงโตเจ้าป่า, มาร์ตี้ (Chris Rock) ม้าลายจอมปากมาก, กลอเรีย (Jada Pinkett Smith) ฮิปโปสาว และ เมลแมน (David Schwimmer) ยีราฟจอมปอด หลังจากผจญภัยกันในเกาะร้างจนผ่านเภทภัยมาได้ ทั้งหมดก็ตัดสินใจร่วมเดินทางไปสู่ดินแดนใหม่กับสายการบินของเจ้าพวกเพนกวินมหาภัย (ผมล่ะชอบเจ้าพวกนี้สุดๆ เลยครับ) ก่อนเครื่องจะตก (ไอ้พวกเพนกวินขับมันก็น่าจะตกน่ะแหละ) มาตกแถวๆ แอฟริกาครับ ทำให้อเล็กซ์ได้พบเจอกับอดีตของตัวเองอีกครั้ง แล้วพวกเพื่อนๆ ทั้งหลายก็ได้เจอกับฝูงสัตว์ชนิดเดียวกับตนเอง เรื่องสนุก ก็เลยเริ่มจากตรงนั้นแหละครับ

ความสนุกยังไหลมาเทมมาได้เรื่อยๆ นะ ฮาได้ตลอด ตัวละครบ้าๆ จากตอนก่อนอย่างจูเลียน (Sacha Baron Cohen) ราชาสำเนียงพิสดารก็ยังเรียกเสียงฮาได้ดี แต่แน่นอนว่าไม่มีใครฮาได้มากเท่าพวกเพนกวินครับ บ้ายังไงยังบ้าอย่างนั้น บ้าหนักกว่าเก่าด้วยมั้งผมว่านะ เอาเป็นว่าถ้าใครชอบพวกเพนกวินจอมบ้านี่น่าจะสนุกกว่าเก่าล่ะครับ เพราะแผนการณ์แต่ละอย่างของมันในภาคนี้แสบสันต์กว่าเดินเยอะ เอาแค่แผนยึดรถจากนักท่องเที่ยวนั่นก็ฮาแตกแล้วครับ อีกทั้งพวกเพนกวินยังต้องเจอกับเหล่าลิงที่หัวหมอไม่แพ้พวกมันด้วย ฮากันไปใหญ่เลยล่ะครับ

ส่วนพล็อตเชิงสาระก็มีนะครับ เรื่องของอเล็กซ์กับพ่อเป็นต้น แม้แต่ละปมจะไม่ได้ซึ้งหนักหนาแต่ก็น่าพอใจ ดูแล้วมีน้ำมีเนื้อพอให้จับต้อง ได้ครบรสทั้งสาระและบันเทิง

สรุปเบื้องต้นคือผมชอบภาคนี้มากกว่าภาคแรกนะ เพราะมันฮาได้เรื่อยๆ อะไรก็ดูลงตัวมากขึ้น มีลูกเล่นสนุกๆ มากกว่าเดิม ในขณะที่ภาคแรกผมว่ามันก็ไม่ได้แปลกใหม่อะไรมาก แค่ฝูงสัตว์หลงไปยังดินแดนใหม่เท่านั้น ตอนแรกผมก็ยังคิดเลยว่าคนทำจะใช้มุกเดิมประมาณว่าให้สี่สัตว์เพื่อนซี้ตกลงในแอฟริกา แล้วก็เจอฝูงสัตว์กลุ่มใหม่แล้วเล่นมุกเดิมๆ หรือเปล่า… ดีใจครับที่คำตอบเป็นเปล่า คนที่เป็นห่วงเหมือนผมน่าจะสบายใจได้นะ

เอ แล้วถ้าคนทำไม่ได้เล่นกับประเด็นเดิมๆ แล้วเขาทำอะไร… อืมม์ ผมว่าเรื่องที่เขาเอามาเล่นบอกเล่าเป็นสาระในเรื่องก็น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว (เอาล่ะครับ คงเป็นการสปอยล์สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ชม แต่ถ้าถามผมนะครับ รู้ไม่รู้ก็เหมือนกัน เพราะคุณย่อมเดาอะไรต่างๆ ได้ตั้งแต่กลางเรื่องแล้วล่ะครับว่าหนังมันจะพาไปทางไหน)

เรื่องแรกอเล็กซ์กับพ่อครับ
จุดแรกที่โดนใจผมคือหนังผูกเรื่องให้เรารู้ว่าจริงๆ แล้วอเล็กซ์โดนจับจากป่าไปยังสวนสัตว์ในเมืองครับ แล้วพอภาคนี้ก็พอดีที่เครื่องมาตกแถวที่พ่ออเล็กซ์อยู่พอดี (ลืมความสมเหตุผลไปนะครับ มันการ์ตูนน่ะเนอะ ) ในคราวแรกพ่อแม่อเล็กซ์ก็ปลาบปลื้มดีใจล่ะครับ เพราะนอกจากอเล็กซ์จะกลับมาสู่อ้อมอกแล้ว พ่อของอเล็กซ์ยังหมายมั่นจะมอบตำแหน่งเจ้าป่าให้เขาอีกด้วย… แต่ก่อนจะได้ตำแหน่งก็ย่อมต้องมีการทดสอบ นั่นคือการใช้พละกำลังเอาชนะคู่ต่อสู้ ล่าเหยื่อให้สัมฤทธิ์ผลเพื่อแสดงพลังแห่งเจ้าป่า… รู้ๆ กันอยู่ว่าเรื่องเต้นน่ะอเล็กซ์ไม่แพ้ใคร แต่เรื่องจับใครมาเขมือบนั้นอเล็กซ์สันทัดที่ไหน

สุดท้ายอเล็กซ์ก็ทำให้พ่อผิดหวังครับ เขาไม่มีคุณสมบัติ “เจ้าป่า” สำหรับแอฟริกา เพราะจับเหยื่อไม่เป็น ไม่มีอำนาจหรืออะไร

ประเด็นนี้น่าคิดในหลายด้านนะครับ มองในแง่บ่นมนุษย์ก็ได้อีกเหมือนกัน เพราะคนเรานี่แหละเป็นผู้จับสัตว์น้อยใหญ่เข้าเมือง ทำลายระบบนิเวศน์ธรรมชาติทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา จนปัจจุบันนี้ป่าแทบไม่เป็นป่า อเล็กซ์ที่ถูกนำพามาเลยหมดเขี้ยวเล็บ ไม่ใช่สัตว์ที่สามารถอยู่ได้ตามธรรมชาติอีกต่อไป… เราทำอะไรกับอเล็กซ์หนอ

แม้หนังจะจบประเด็นนี้ลงอย่างแฮ้ปปี้เอนดิ้ง แต่ในโลกแห่งความจริง สัตว์ไม่น้อยที่พอเจอเราปรับเปลี่ยนระบบนิเวศน์ก็เป๋กันไปหมด

แต่อย่างน้อยหนังก็ไม่ลืมที่จะเตือนเราให้นึกถึงแง่คิดที่ลืมไม่ได้ที่สุด… นั่นคือ เรื่องพ่อที่รักลูกนั่นแหละครับ

เรื่องที่สอง มาร์ตี้กับสังคมม้าลาย
ตัวมาร์ตี้นั้นเป็นคนเฮฮาแล้วก็มีบุคลิกของตัวเองชัดเจนดีนะครับ เราเห็นกันมาตั้งแต่ภาคแรก พอมาภาคนี้หนังก็เข้าใจคิดที่จะเอามาร์ตี้ไปพบกับฝูงม้าลายที่ดูยังไงก็เหมือนกันทุกตัว แยกกันไม่ออก จนไปๆ มาๆ มาร์ตี้ก็แทบจะกลืนไปกับฝูงด้วย นึกๆ ไปก็ฮาดีนะครับ

แต่ถ้านึกให้นอกจากเรื่องฮาก็มีอะไรน่าสนใจอีกตามเคย

การที่มาร์ตี้เขาสังคมม้าลายไปแล้วเกือบโดนกลืนบ้าง โดนเพื่อนมองแยกแยะไม่ออกบ้างก็ไม่ต่างจากคนเราเลยนะครับ ที่บางครั้งพอเข้าสังคมที่หมู่คณะนั้นมีทิศทางการเดินไปด้วยกันแบบชัดๆ รูปลักษณ์อุปนิสัยไปในแนวเดียวกันหมด หากเราอยู่ในสังคมหมู่นั้นนานๆ บางครั้งตัวตนเราเองนี่แหละที่จะโดนกลืนไปหมด กลายเป็นคนอื่นไปโดยปริยาย… หนังก็ทำให้คิดถึงเรื่องนี้แหละครับ ในหลายสถานการณ์คนเราก็โดนกระแสสังคมผลักดันจนกลืนไปกับเขาหมด… ถ้ากระแสมันนำไปในทางที่ดีก็ดีน่ะครับ แต่ปัญหาคือหลายกระแสมันเข้าอีหรอบน้ำเสียน้ำเน่านี่สิครับ นี่แหละที่อันตราย

ถ้ากระแสชวนให้คุณทำดี ช่วยเหลือคน แล้วก็ชักจูงคุณให้เป็นคนที่ชอบช่วยคนแบบนั้นล่ะดีครับ แต่ถ้ากระแสชวนคุณให้เลิกสนใจการทำดี เลิกทำเพื่อคนอื่นแล้วหันมาเห็นแก่ตัว อันนี้ก็อันตรายอีกเหมือนกันนะครับ

เหมือนเรื่องง่ายๆ เช่น การที่สุภาพบุรุษลุกให้ผู้หญิงนั่งบนรถโดยสารต่างๆ ผมว่าถ้าผู้ชายเราทำประจำเป็นนิสัย มันย่อมเป็นกระแสที่ผู้ชายทั้งหลายทำตามนะ อาจไม่ทั้งหมดแต่มันก็ช่วยให้สุภาพบุรุษมีน้ำใจต่อผู้หญิงมากขึ้นได้

แต่ดูไปดูมา เหมือนว่ากระแสจะทวนเป็นตรงข้ามเสียแล้ว แหม เสียดายจัง

หลายกระแสมากครับที่ไม่น่าจะไปตามแต่ก็ดันตามกันไป เช่น กระแสการนินทา กระแสสนใจแต่เรื่องในมุ้ง กระแสปาปารัซซี่ กระแสความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ฯลฯ…

ก็ได้แต่หวังว่ากระแสต่างๆ ในโลกจะปรับไปสู่ทิศทางที่ดีนะครับ ไม่ต้องเริ่มที่ไหนไกลหรอกครับ เรานี่แหละที่จะเป็นคนเริ่มต้น ถ้าทุกคนคิดเริ่มเหมือนกันหมด เดี๋ยวกระแสดีๆ มันก็เกิดขึ้นเอง

… การ์ตูนก็จริงนะครับ Madagascar เนี่ย แต่ถ้าจะต่อยอดให้มันงอกเงยก็ย่อมทำได้… ให้คุณค่าดีด้วย

เรื่องที่สาม กลอเรียกับเมลแมน
ปาฏิหาริย์รักต่างพันธุ์ขนานแท้ครับ คิดดูยีราฟกับฮิปโปรักกัน แล้วทำได้ซึ้งพอดูด้วย ส่วนประเด็นที่น่าพูดถึงของคู่นี้ก็ไม่ใช่เรื่องอะไรหรอกครับนอกจากการ “รัก” ให้เป็น

ตอนแรกนั้นกลอเรียมองหาฮิปโปหนุ่มหน้าตาดีล่ำๆ บึ้กๆ ก็ไปเจอนายฮัลโหล โมโต เอ้ย นายโมโต โมโต เข้า พี่แกก็ล้ำบึ้กเข้าสเป๊ก แต่นิสัยหาได้เป็นสุภาพบุรุษไม่ หวังแต่จะทำอะไรไม่ดีไม่งามเสียมากกว่า ส่วนนายเมลแมนนี่นอกจากจะคนละสปีชี่ส์กับกลอเรียแล้ว ยังดูหงิมๆ อ่อนแออีกต่างหาก… ในเบื้องต้นก็พอจะเดาได้ล่ะครับว่ากลอเรียจะเลือกใคร

เรื่องนี้เลยมองได้สองประเด็นด้วยกัน อย่างแรก หนุ่มๆ สาวๆ ทั้งหลายครับ รัก… มันมีอะไรมากกว่าเรื่องทางกาย หน้าตา หรือเงินทอง มันต้องมองให้ลึกถึงจิตใจ… นี่ก็เรื่องเดิมๆ นะครับ ได้ยินกันมานาน (แต่ก็มีคนตกหลุมรักคนเฉพาะหน้าตาอยู่ประจำ) ก็ต้องมองกันให้ดีๆ นะครับ

ส่วนอีกเรื่องคือ หนุ่มๆ ครับ ถ้าคุณรักใครนะ และคุณรู้ตัวว่าเราเองมีดีไม่เยอะ ร่างกายอ่อนแอ ความรู้ก็ไม่มากมาย เงินทองก็ขัดสน จนสาวเจ้าเกิดไม่สนใจ ผมขอเลยนะครับ อย่าน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตา แต่จงเอาเวลาน้อยใจไปสร้างสิ่งที่คุณขาดไป ถ้าคุณไม่แข็งแรง ลงพุงอ้วนก็ออกกำลังสิครับ ดีต่อสุขภาพออก หรือถ้าคุณความรู้ไม่เยอะ ก็เรียนต่อเลย ทั้งคอร์สพิเศษหรือไม่ก็เข้าห้องสมุดไปเปิดตำราหาความรู้ ทำเลยครับ เพื่อเพิ่มคุณภาพให้ตนเอง หรือถ้าคุณไม่ได้มีเงินทองมาก จะรอช้าทำไมครับ รู้จักทำมาหากิน เริ่มตั้งแต่วันนี้ครับ จงหาประสบการณ์และหาความรู้ทางการลงทุน อย่ามองว่าตัวเองเด็กไป คุณรู้จักคุณอิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ เจ้าของสาหร่าย “เถ้าแก่น้อย” ไหมล่ะครับ คุณรู้ไหมครับว่าเขาประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุ 21 ปีเท่านั้น

อายุ ประสบการณ์อาจมีผลต่อเรื่องการทำการค้า แต่เชื่อเถอะครับว่าความพยายามและตั้งใจจริงมีผลมากกว่า…

ดังนั้นถ้าคุณอยากเป็นหนุ่มที่ดีพร้อม… เรื่องหน้าตาน่ะมันเป็นมาแต่เกิดครับ อย่าไปสนใจ แค่บุคลิก นิสัยและฐานะมันเปลี่ยนกันได้ และอย่าลืมนะครับ อย่าให้เงินกลืนคุณ คุณต้องเป็นคนดีเสมอต้นเสมอปลาย

ดูเมลแมนสิครับ เขารักกลอเรียเสมอต้นและเสมอปลาย ตอนแอบรักก็ยังรัก ตอนบอกรักไปแล้วก็ยังรัก ตอนกลอเรียไม่สนใจเดินไปกับโมโตเขาก็ยังรัก… มันต้องรักให้ได้ตลอดแบบนี้ถึงจะได้ใจผู้หญิงสักคนนะครับ… อ้อ และที่สำคัญคือ คุณต้องไม่ทำร้ายตนเองนะครับ อย่าคิดสั้น ในเมลแมนที่พี่แกคิดไม่ยาวนั่นก็ออกจะน่าเห็นใจแต่ก็ต้องบอกว่าอย่าครับ ไม่ต้องไปทำขนาดเมลแมนก็ได้ เราเอาเวลาไปคิดสั้นนั่นในการวางแผนอนาคตดีกว่า

ยังไงก็ตามความรักของกลอเรียและเมลแมนก็จัดว่าดีครับ ชวนซึ้งพอควรและเรียกเสียงเฮได้

… ฝากไว้นิดนะครับ หนังเรื่องปาฏิหาริย์รักต่างพันธุ์ที่กำลังจะฉายเนี่ย ถ้ารักต่างพันธุ์ได้ไม่เด็ดเท่า Madagascar ล่ะ อายยีราฟเลยนะครับเนี่ย

เรื่องราวใน Madagascar ภาคนี้สามารถมองย้อนกลับมาสู่สังคมเราได้ในหลายประเด็นทีเดียวครับ อยู่ที่ว่าเราจะหยิบจับและสนใจมันมากน้อยแค่ไหนนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งที่ไม่เลวคือเรื่องของคุณป้ามหาภัยน่ะครับ คือในเรื่องเนี่ยมันจะมีอีกหนึ่งตัวละครนั่นคือ คุณป้าคนหนึ่งครับ แก่ชราแต่พลังเยอะมาก ไล่กระทืบพวกอเล็กซ์ตั้งหลายหน ตอนแรกผมก็ดูตัวละครนี้แบบแปลกๆ ครับ ไม่รู้ทีมงานจะพาบทบาทไปทางไหน บางช่วงก็ดูเหมือนจะมาฮา แต่พอถึงฉากที่ทุกคนติดอยู่ในป่าแล้วก็พากันตื่นกลัว ทำอะไรไม่ถูก จนคุณป้าคนนี้นั่งลงและดึงทุกคนให้มีสติ ว่าเราเป็นชาวนิวยอร์ก เราต้องอยู่ได้ทุกที่ ไม่ต้องกลัวอะไร… คุณป้าคนนี้เลยกลายเป็น ผู้นำกลุ่มไป

ผมเลยนึกว่าป้าเขาน่าจะมีอะไรดีๆ มีสาระ แต่ไปๆ มาๆ คุณป้าแกเริ่มบ้าครับ ตอนท้ายออกโรงตีกับสัตว์ชนิดอื่นในป่าเฉยเลย ออกแนวรุกรานน่ะครับว่าง่ายๆ จนผมก็งงเหมือนกันว่าหนังจะสื่ออะไร… จนกระทั่งผมนึกย้อนถึงคำว่า “ผู้นำ”

อ้อ ใช่ ป้าเขาเป็นผู้นำนี่เน้อะ… นำคนที่หลงป่าให้ยืนหยัด จนคนทั้งหมดยกให้ป้าเป็นหัวหน้า… แล้วป้าทำอะไรครับ… ป้าแกออกโรงล่าล้างแค้นสัตว์ป่าสารพัดชนิด เพราะคุณป้าเคยโดนเจ้าพวกเพนกวินเล่นงานมาก่อน… แล้วผมก็คิดได้นะ

ตอนแรกป้าเขาเป็นผู้นำครับ ด้วยการเป็นคนที่ดูจะมีสติที่สุด แต่แล้วป้าเขาก็ใช้พลังอำนาจแห่งผู้นำที่ได้มา ในเชิงทำลาย… ผมว่าหนังอาจแอบกัดผู้นำผู้สูงอายุบางเจ้าอยู่นิดๆ ก็ได้แฮะ…

คนเป็นผู้นำนั้น… การจะได้เป็นผู้นำย่อมต้องมีทักษะ ความสามารถ มีพลังในการรวมใจคน ซึ่งผู้ที่นำคนอื่นได้นับว่าเก่งล่ะครับ แต่การเป็น “ผู้นำ” ก็เหมือนการมี “อำนาจ” อื่นๆ ที่หากใช้มันในทางสร้างสรรค์ก็จะเกิดประโยชน์ แต่หากใช้มันในทางทำลายแล้ว มันก็จะก่อให้เกิดความเสียดายได้

ดังนั้น ถ้าผู้นำคนไหนจะสร้างความเสียหาย เราในฐานะผู้ตามก็ต้องมองอย่างพิจารณา ดูว่าเขาทำถูกหรือผิดอย่างไร (สำคัญคือต้องมองอย่างเป็นกลางนะครับ อย่าให้อคติความชอบไม่ชอบมาครอบงำ) หากผู้นำของเรามองพลาดบ้าง เราก็ลองเสนอคุยกันอย่างฉันท์มิตร (ไม่ควรใช้ความรุนแรงเด็ดขาดทีเดียว) เพื่อหาทางออกทีดีที่สุด

ยุคสมัยเปลี่ยนไปครับ ผู้นำเพียวๆ ไม่สามารถนำความสุขสมบูรณ์เจริญมาสู่ผู้ตามได้ แต่ผู้นำและผู้ตามต้องร่วมมือกันนั่นถึงจะนำอะไรดีๆ ให้มาสู่เราได้ ต้องสามัคคีและมีสติครับว่าง่ายๆ เถอะ…

ได้โปรดนะครับ อย่าตีความไปทางการเมืองเชียวล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าผมเชียร์ใครอีก ผมเพียงอยากให้เรามีสติครับ

แม้หนังจะสนุก ดูเพลิน ชวนให้คิดหลายๆ อย่าง แต่ผมก็นึกนะครับว่าเรื่องราวควรจบแค่ภาคนี้พอแล้วล่ะครับ อย่าไปยืดเยื้อกว่านี้เลย เพราะมันก็สรุปได้ดีอยู่แล้ว เดี๋ยวยืดไปกว่านี้มันจะเสียรังวัดซะเปล่าๆ

สรุปว่าเด็กดูสนุกครับ ผู้ใหญ่ก็ดูไปเก็บไปคิดได้ตามเคย ส่วนคนรักเพนกวินก็ยังฮาแตกได้ตามปกติครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

โฆษณา