รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Regression (2015) รีเกรสชั่น สัมผัส… ผวา

12973060_1207434095954056_7871933768918533806_o

Alejandro Amenábar ผู้กำกับที่หลายคนจดจำได้ดีจากหนังระทึกขวัญชั้นยอดอย่าง Tesis, Abre los ojos (Open Your Eyes) และ The Others กลับมาอีกหนในหนังแนวระทึก+สยอง+ลึกลับ ซึ่งจริงๆ น่าจะเป็นอะไรที่พี่แกถนัดน่ะนะครับ

และงานนี้พี่แกเขียนบทเองด้วยครับ กับเรื่องราวการสืบสวนของบรูซ เคนเนอร์ (Ethan Hawke) ที่รับหน้าที่สืบคดีล่วงละเมิดทางเพศของสาวน้อยคนหนึ่ง (Emma Watson) แต่ไปๆ มาๆ ทำท่าว่าคดีนี้จะมีเรื่องเหนือธรรมชาติ มีลัทธิซาตานอยู่เบื้องหลัง

ในแง่ของการสร้างความระทึกขวัญ ถือว่า Amenábar ยังทำได้เป็นพักๆ ครับ บางฉากก็ระทึกและหลอนไม่เลว ช่วงต้นๆ หนังก็ทิ้งปมได้น่าสนใจครับ แต่ในแง่ความน่าติดตามแล้วถือว่ายังไม่มาก

ว่าง่ายๆ คือมีฉากชวนระทึกดีๆ อยู่บ้าง แต่หากว่ากันโดยรวมๆ แล้ว บทยังไม่ดึงดูดให้ติดตามพอ และการเดินเรื่องที่น่าสนใจช่วงต้นก็มาออกแนวเนือยในตอนท้าย และหากใครเป็นคอหนังแนวนี้ล่ะก็ น่าจะพอเดาบทสรุปได้ไม่ยาก

ครับ ถ้าว่ากันถึงตัวหนังแล้ว ถือว่าออกมาเรื่อยๆ ไม่ได้เลวร้ายหนักหนา แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นเป็นพิเศษ จริงๆ ผมมองว่าบทสรุปที่พอเดาได้นั้นไม่เชิงเป็นปัญหาหรอกครับ เพราะจริงๆ อย่าง The Others น่ะก็มาพร้อมบทสรุปที่หนังดังๆ เคยเล่นกันมาแล้ว แต่ด้วยจังหวะการนำเสนอ และการหลอกล่อที่ได้ผล ทำให้เราพร้อมโอบรับบทสรุปหักมุม (แบบที่พอเดาได้) อันนั้นไว้อย่างเต็มใจ

แต่กับเรื่องนี้ พลังความระทึกไม่มากเท่าคราวก่อนครับ ดีเป็นบางฉาก แต่ถ้าว่ากันรวมๆ ก็มีฉากเนือยมากกว่าฉากที่ดี

ในแง่นักแสดง จริงๆ ไม่มีปัญหานะ Hawke ไปได้ดีกับบทแนวนี้ครับ พอมาสังเกตดีๆ พบว่าระยะหลังแกเล่นบทประมาณนี้ในหนังสยองหรือไม่ก็ลึกลับอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะ The Purge, Sinister และ Predestination ซึ่งพี่แกก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ

เช่นเดียวกับ Watson ที่ขยันสรรหาบทมาพิสูจน์ฝีมือตนเอง ซึ่งเธอก็เล่นได้ดีนั่นแหละครับ แต่บทยังไม่ส่งเท่าไร เพราะจริงๆ แล้วด้วยอะไรหลายๆ อย่างทำให้บท แองเจล่า เกรย์ คนนี้มีอะไรให้เล่นเยอะ ยิ่งช่วงท้ายนี่เธอสามารถขโมยความเด่นได้เลยล่ะ เพียงแต่ผลลัพธ์ที่ออกมานั้น บทเธอยังไม่ได้รับการขับเน้นแบบเต็มที่สักเท่าไร อันนี้ก็แอบเสียดายเหมือนกันครับ เพราะถ้าบทเปิดโอกาสกว่านี้ เธอก็คงได้ทำอะไรมากกว่านี้

สรุปคร่าวๆ ว่าหนังระทึกลึกลับเรื่องนี้ยังไม่ลงตัวเท่าที่ควรครับ ดูได้เรื่อย แต่ไม่น่าจดจำเท่าผลงานเรื่องก่อนๆ ของ Amenábar จังหวะต่างๆ ยังไม่มีพลังเท่าไร

(ถัดจากนี้อาจจะมีสปอยล์นะครับ ไม่อยากทราบก็ข้ามๆ ไปครับ)

แม้หนังจะไม่ลงตัวเท่าไร แต่ผมชอบสารที่หนังสื่อนะครับ มันเล่นกับเรื่องความเชื่อได้ดี มันตั้งคำถามเกี่ยวกับ “ความเชื่อบนความกลัว” ของคนเราได้อย่างน่าสนใจ เพราะต้องยอมรับครับว่าหลายครั้งโลกเราปั่นป่วนด้วยความกลัว และหลายคนก็ตักตวงผลประโยชน์โดยเอาความกลัวนี่แหละมาเป็นเครื่องมือชั้นดี

ความเชื่อบนความกลัวสามารถเป็นหมอกควันที่อำพรางความจริงได้อย่างดี โดยเฉพาะประเทศที่ประชาชนมีความเชื่อฝังหัวกันมากๆ (อย่างบ้านเราก็เข้าข่ายนะ จะว่าไป) ซึ่งความเชื่อเป็นเรื่องส่วนบุคคลก็จริงครับ แต่มันก็เหมือนเรื่องส่วนบุคคลทุกเรื่องนั่นแหละ นั่นคือมันสามารถส่งผลถึงชีวิตอื่นๆ รอบตัวบุคคลคนนั้นได้

ความหายนะ ความวุ่นวาย ความโกลาหล และความเสียหายมากมาย เกิดขึ้นจากความเชื่อส่วนบุคคลที่ส่งผลกระทบไปยังสังคมนั่นเอง

ก็เหมือนบุหรี่น่ะครับ เราสูบ เราอัดควัน แต่ถ้ามีใครอยู่ใกล้ก็อาจจะตายเพราะมันได้ไม่น้อยไปกว่าเรา

บุหรี่ก็เป็นเรื่องส่วนบุคคลครับ อยากสูบก็สูบ มันเรื่องของฉัน แต่สำหรับความจริงทางธรรมชาติแล้ว มันไม่มีคำว่าส่วนบุคคลหรอกครับ มันขึ้นกับกฎง่ายๆ ว่า “เหตุเป็นอย่างไร ผลก็เป็นอย่างนั้น”

ดังนั้นต่อให้เราบัญญัติคำว่า “เรื่องส่วนบุคคล” ให้ศักดิ์สิทธิ์แค่ไหน แต่ธรรมชาติไม่แคร์หรอกครับ มันจะจัดสรรผลลัพธ์กระจายไปถึงคนอื่นๆ ได้ตามหลักเหตุและผลเสมอ

พอคิดถึงตรงนี้ก็ได้แต่ทำใจครับ เพราะชีวิตเราทุกวันนี้ มีหลายเรื่องเลยล่ะที่เราต้องมารับผล อันเนื่องมาจากการกระทำ การตัดสินใจ การเลือก และความเชื่อ “ส่วนบุคคล” ของคนอื่นๆ

สังคมมันเลยเหมือนกวนกาละแมอยู่ทุกวันนี้นั่นปะไร ^_^

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

Advertisements