รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Dirty Grandpa (2016) เอ๊า!!! จริงป๊ะปู่

Dirty_Grandpa_teaser_poster

เป็นหนังอีกเรื่องที่จริงๆ ดูน่าสนใจนะครับ เอา Robert De Niro มาเจอกับ Zac Efron เล่นเป็นปู่หลานกัน โดยพล็อตนี่ก็ออกแนว Road Movie นิดๆ ที่เอื้อให้เกิดเรื่องราวแบบปู่สอนเรื่องราวชีวิตให้กับหลานได้เลยล่ะ

เรื่องเริ่มเมื่อคุณย่าของเจสัน (Efron) เสียชีวิตไป ทำให้เขาได้เจอกับปู่ (De Niro) ที่ห่างเหินกันไปนานครับ และปู่ก็ได้ขอให้เจสันขับรถพาปู่ไปส่งหน่อย ซึ่งส่งที่ว่าก็ไม่ใช่แค่ส่งใกล้ๆ ล่ะครับ ไปๆ มาๆ ต้องไปถึงฟลอริด้าโน่นแน่ะ ซึ่งการผจญภัยบ้าๆ ก็เริ่มต้นจากตรงนี้ล่ะครับ

หนังชวนให้นึกถึง Road Trip น่ะครับ การขับรถไปเพื่อทำอะไรสักอย่างของคนกลุ่มหนึ่ง ตามด้วยเรื่องบ้าๆ ห่ามๆ อีกเพียบ ซึ่งก็อย่างที่บอกครับว่าพล็อตแบบนี้ หนังสามารถทำให้ตัวเองเป็นทั้งหนังบันเทิงขายฮาและหนังแฝงสาระได้ แต่ก็น่าเสียดายที่หนังไปไม่ถึงจุดนั้น

หนังเน้นที่มุกฮาๆ ห่ามๆ หื่นๆ ตลอดเรื่องครับ โอเค หากใครชอบหนังแนวนี้ก็จัดได้เลยครับ เพราะหนังอุดมด้วยอะไรแบบนี้เยอะมากมายจริงๆ ไหนจะฉากเมา ฉาก Efron เดินโทงๆ คือมีกระทั่งฉาก De Niro ช่วยตัวเองน่ะครับ มันเยอะมากมายจริงๆ สำหรับอะไรแบบนี้

สำหรับบางท่าน หากผมเล่าอะไรเหล่านี้แล้วรู้สึกว่าหนังน่าจะโดนล่ะก็ ก็สามารถหามาดูได้เลยครับ นี่ก็อาจเป็นหนังที่โดนใจสำหรับท่านได้แบบไม่ยากเย็น ไม่ต้องอ่านอะไรต่อแล้วครับ ^_^

ส่วนผมนั้น ออกแนวรู้สึกเสียดายครับ อย่างที่บอกว่าหนังสามารถเอาประเด็นดีๆ มาเล่าแทรกได้เยอะมาก เอาแค่เรื่องปู่สอนเรื่องการใช้ชีวิตให้หลานนี่ก็เอามาเล่นได้ตลอดเรื่องแล้ว แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าตลอดเรื่องปู่หาเรื่องให้หลานซวยได้ตลอดแทน

มันก็รู้สึกขัดๆ น่ะครับ เพราะจริงๆ บทคุณปู่ของ De Niro นั้นเหมือนจะเป็นคนที่ผ่านอะไรมาเยอะ แล้วพอเขาเล่าว่าได้ยินคำสั่งเสียของเมียตัวเองว่า “จงกลับไปใช้ชีวิตซะ” ใจเราก็นึกไปถึงการ์ตูนเรื่อง Up นะ อารมณ์มันน่าจะประมาณนั้น น่าจะพาหลานชายไปสอนให้เข้าถึงความจริงของชีวิตมากขึ้น

ซึ่งจริงๆ โดยเนื้อเรื่องก็มีประเด็นที่ว่าอยู่บ้างครับ ประมาณว่าเจสันเองกำลังจะแต่งงานกับเมเรดิธ (Julianne Hough) สาวชั้นสูงหัวสูงที่แทบไม่เห็นหัวเจสันเลย เอาแต่คิดถึงเรื่องตัวเองเป็นหลัก ซึ่งเราก็พอเดาได้ไม่ยากล่ะครับว่าเดี๋ยวพอผ่านทริปนี้ไปแล้ว เจสันก็จะรู้ว่าควรเลือกแต่งกับเธออีกหรือไม่

แต่การเดินเรื่องระหว่างทางมันไม่ได้มีอะไรที่จะทำให้เจสันฉุกคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ขนาดนั้นน่ะครับ เพราะตลอดเรื่องมันมีแต่เรื่องใต้สะดือ, ปู่ชวนไปเมา ชวนเล่นยา จนเจสันติดคุก แล้วก็เดือดร้อนอีกตั้งหลายหน

จนถ้ามองจริงๆ แล้ว เจสันน่าจะคิดรีบไปให้ห่างจากปู่มากกว่าจะไปคิดเรื่องอื่นน่ะครับ เพราะอยู่แล้วซวยตลอด คือไม่ต้องคิดเลยว่าจะใช้ชีวิตต่อยังไง ไม่ต้องคิดเลยว่าจะแต่งกับเมเรดิธดีไหม จริงๆ พี่แกควรคิดหนีไปจากปู่ก่อน เพราะนั่นน่าจะดีต่อสุขภาพ จิต ชีวิต และอนาคตของพี่แกมากที่สุด (555)

แต่ก็อย่างที่บอกครับ หนังลงเอยแบบเจสันได้แง่คิดแล้วก็เปลี่ยนชีวิต แต่ด้วยความที่ช่วงกลางเรื่องมันมีแต่เมา ซวย เมา ติดคุก มันไม่ได้มีโมเมนต์ดีๆ สักเท่าไร คือมันก็พอมีฉากปู่คุยกับหลานน่ะครับ แต่มันไม่ได้เยอะพอที่จะทำให้เราเชื่อว่าสุดท้ายแล้วเจสันจะเปลี่ยนชีวิตขนาดนั้น

แล้วตอนท้ายๆ นี่หนังไม่ได้แค่กำหนดให้เจสันตัดสินใจเปลี่ยนชีวิตนะครับ แต่ยังให้อีกหนึ่งตัวละครจู่ๆ ก็เข้าใจการตัดสินใจของเจสันขึ้นมาซะงั้น คือบทสรุปจริงๆ มันไม่เลวนะ มันสรุปแบบ “เหตุการณ์การผจญภัยของปู่กับหลาน ทำให้เกิดการตกผลึกในชีวิต” แต่ปัญหาคือเหตุการณ์การผจญภัยเหล่านั้น มันไม่ทำให้เราเชื่อน่ะครับว่ามันจะเกิดผลได้แบบนั้น

เอาเป็นว่าหนังดูเอาฮาก็พอได้ครับ แต่หากคาดหวังอะไรมากไปกว่านั้นก็ควรปรับความคาดหวังลงครับ ^_^

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

Advertisements