รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Nine Lives of Christmas (2014)

15673046_1443315045699292_2722428872738490507_n

ช่วงสิ้นปีคือช่วงที่ทีวีหลายๆ ช่องของอเมริกาจะทำหนังที่มีกลิ่นอายของบรรยากาศวันคริสต์มาสออกมาครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมว่าเป็นอะไรที่ดีอยู่นะครับ

หลายคนอาจมองว่าหนังแนวนี้สร้างภาพ โลกสวย หรืออาจมองว่าประเทศอเมริกาจริงๆ ก็มีด้านมืดมากมาย จนอาจดูน่าขำยามมีการทำหนังเกี่ยวกับเรื่องความรักหรือความสวยงามแบบนี้ออกมา แต่ถ้าคิดในแง่หนึ่งแล้ว ทุกประเทศทั่วโลกก็มีทั้งมุมสวยและมุมทรามด้วยกันทั้งนั้นแหละครับ

ลองมาจินตนาการเล่นๆ ว่าถ้าอเมริกาเอาแต่ทำหนังอิงความจริงที่โหดร้ายออกมาอย่างเดียว ไม่ผลิตหนังเกี่ยวกับความรัก ความหวัง หรือด้านงดงามออกมาเลย ผมว่าเครียดตายเลยนะ อีกอย่างบางครั้งคนเราก็อยากพักใจจากโลกจริงๆ ที่อาจไม่ได้สวยงามครับ

และสำหรับบางคนแล้ว หนังประเภทอบอุ่นจิตใจนี่แหละที่จะเป็นเหมือนสิ่งบันดาลใจให้เราเดินหน้าทำอะไรที่มันจรรโลงโลก ไม่ว่าจะมอบความปรารถนาดีให้กัน ให้อภัยกัน หรือดูแลกันและกัน

“โลกสวยด้วยมือเรา” ผมว่าคำนี้จริงนะครับ เพราะโลกมันก็คือโลกนั่นแหละ มันมีทั้งสวยและโทรม มันมีทั้งมืดและสว่าง ดังนั้นถ้าเราอยากให้มันมีปริมาณความสวยมากขึ้นอีกนิด เรานี่แหละครับที่จะเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ ทำให้มันเกิดขึ้นมาได้

กับเรื่องนี้ก็เป็นแนวรักโรแมนติกผสมกลิ่นอายวันคริสต์มาสครับ เรื่องของ แซคคารี่ นักดับเพลิงหนุ่ม (Brandon Routh) ที่เคยคิดว่าจะใช้ชีวิตโสดอยู่คนเดียว หรือต่อให้คบใครก็คบแค่เล่นๆ ไม่จริงจัง แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อเขาได้เจอกับมาริลี (Kimberly Sustad) สาวโก๊ะนิดๆ แต่เต็มไปด้วยความคิดอ่านที่น่าสนใจ

โดยหลักแล้วนี่คือหนังโรแมนติกครับ ส่วนบรรยากาศวันคริสต์มาสเหมือนเป็นองค๋ประกอบเสริมให้กับหนัง ซึ่งผมชอบครับ อย่างที่ผมบอกเสมอว่าผมโตมากับยุค 80 – 90 ยุคที่หนังโรแมนติกอย่าง When Harry Met Sally, Pretty Woman, While You Were Sleeping และ Sleepless in Seattle กำลังเบ่งบาน

ซึ่งผมไม่เถียงเลยครับว่ามันคือหนังโรแมนติกสำเร็จรูป ฉีกซองใส่น้ำแล้วกินได้เลย มันอาจไม่สมจริง มันอาจชวนฝัน แต่นั่นล่ะน้ำทิพย์ชะโลมใจของวัยรุ่นที่กำลังหาความรัก (ในตอนนั้น) อย่างผม เพราะดูแล้วมันสุข มันอุ่นที่ใจ เหมือนได้ใครมากอดเบาๆ

บางครั้งการคิดว่า “คงมีใครสักคนที่เกิดมาเพื่อเรา อยู่ข้างนอกนั่น” มันก็ทำให้อมยิ้มได้ไม่เลวน่ะครับ (ขอย้ำคำว่า “บางครั้ง” นะครับ บางครั้งการคิดแบบนี้มันก็สุขใจดี แต่เอาเข้าจริงแล้ว สิ่งที่ควรทำจริงๆ คือการอยู่ด้วยตัวเองให้ได้ สุขด้วยตัวเองให้ได้ และพยายามเอาเงื่อนไขความสุขของเราไปผูกไว้ที่คนอื่นให้น้อยที่สุด เพราะยังไงก็ต้องมีบางช่วงบางเวลาที่เราต้องยืนด้วยสองขาเพียงลำพัง)

เรื่องนี้ก็น่ารักดีครับ ผสมกันค่อนข้างลงตัวระหว่างโรแมนติกและอารมณ์ขัน ผมชอบ Sustad เธอแสดงได้น่ารักดี จริงๆ เธอไม่ใช่คนสวยแบบพิมพ์นิยม แต่เธอมีความเป็นผู้ใหญ่และเด็กผสมอยู่ในตัวจนเป็นเสน่ห์อย่างดี และบทสนทนาระหว่างเธอกับแซคคารี่ก็ทำให้เราเชื่อน่ะครับว่ามาริลีคนนี้มีความคิดอ่านจนทำให้แซคคารี่รู้สึกดีๆ กับเธอมากขึ้นเรื่อยๆ

ส่วน Routh ก็ถือว่าเรื่อยๆ ครับ โดยส่วนตัวเวลาเห็นเขาแล้วผมนึกถึง Keanu Reeves นะ คือ Reeves ยุคแรกๆ การแสดงจะไม่ได้ลื่นนัก แต่พอเวลาผ่านไปเขาก็ค่อยๆ เล่นดีและเหมาะกับบทมากขึ้น (หรือไม่ก็ได้บทที่เหมาะกับความเป็นเขา) เช่นเดียวกับ Routh ที่อาจจะไม่ใช่ดาราที่เล่นได้ลื่นมากมาย แต่ก็ถือว่ามีพัฒนาการแบบค่อยเป็นค่อยไป กับเรื่องนี้ก็ถือว่าเขาเล่นได้โอเคครับ เข้ากับ Sustad ได้ดี

โดยรวมแล้วเป็นหนังรักอบอุ่นที่ไม่ได้แปลกใหม่หรือซึ้งโคตรๆ แต่ทำได้ดีตามมาตรฐานครับ ดูแล้วสุขใจ อิ่มใจ สบายใจ และได้แง่คิดการใช้ชีวิตติดหัวกลับมาหลังชมเสร็จ (แง่คิดอาจเดิมๆ หลายคนอาจบอกว่ารู้แล้ว แต่เชื่อเถอะครับ บางแง่คิดถ้าไม่ย้ำบ่อยๆ เราเองก็ลืมไปเหมือนกัน แม้ว่ามันจะพื้นๆ แค่ไหนก็เถอะ)

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

Advertisements