รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Let Sleeping Corpses Lie (1974) ศพกินคน

1362852213

หนังสยองจากฟากอิตาลีครับผม และเนื้อเรื่องก็ว่าด้วยซอมบี้กินคนที่กำลังนิยมในยุคนั้น อ้า อันนี้หลายคนอาจคิดว่าหนังซอมบี้อีกแล้ว มันก็น่าจะงั้นๆ แหละ แต่ผมก็อยากจะบอกว่ากับซอมบี้เรื่องนี้ทำออกมาเข้าท่าอยู่นะครับ

หนังเปิดเรื่องแนะนำให้รู้จักกับพระเอกชื่อ จอร์จ (Ray Lovelock) เจ้าของร้านขายของเก่าที่ตัดสินใจเดินทางไปยังบ้านหลังใหม่ด้วยรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ แต่ระหว่างทางรถของเขาก็โดนชนเข้าให้ โดยเอ็ดน่า (Cristina Galbo) หญิงสาวที่กำลังรีบเพื่อไปหาน้องสาว และเพื่อเป็นการขอโทษที่ทำให้มอเตอร์ไซค์เสียหาย เอ็ดน่าเลยยินดีให้จอร์จติดรถไปด้วย

พอเดินทางไปสักพักพวกเขาก็เริ่มหลงครับ เลยต้องแวะถามทางชายกลุ่มหนึ่งที่เหมือนจะกำลังทดลองปล่อยคลื่นสัญญาณอะไรสักอย่างอยู่ และที่นั่นเอ็ดน่าก็โดนทำร้ายโดยชายท่าทางน่ากลัว มีเลือดไหลตามใบหน้า… แต่จอร์จก็ไม่เชื่อเรื่องที่เธอเล่าครับ

แล้วพวกเขาก็รีบขับรถพาเธอไปหาน้องสาว ซึ่งปรากฏว่า แคธี่ (Jeannine Mestre) น้องสาวของเธอก็โดนตำรวจตั้งข้อหาว่าฆาตกรรมสามีของเธอเอง (แต่จริงๆ แล้วสามีเธอโดนซอมบี้ฆ่าครับ) ทำให้จอร์จและเอ็ดน่าต้องสืบหาความจริงเพื่อแก้ต่างให้กับแคธี่ และแน่นอนว่าในเวลาต่อมาพวกเขาก็ต้องหาทางเอาตัวรอดจากเมืองเล็กๆ แห่งนี้… ที่ซึ่งซอมบี้กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีใครรู้ตัว

หนังสนุกนะครับ แม้เราจะรู้แต่เริ่มว่าเป็นหนังซอมบี้แต่จังหวะการเผยปม เผยจำนวนซอมบี้นั้นมีผลต่อความน่าติดตามของหนังมาก ตอนแรกยังแค่น้อยๆ แล้วหนังก็เหยาะปมสไตล์แนวสืบสวนดึงให้คนรู้สึกว่ามันมีอะไรน่าติดตาม เช่นการเกิดคำถามว่า “ถ้าแคธี่ไม่ได้ทำ แล้วใครกันล่ะที่ทำ?”

แล้วหนังก็ค่อยๆ เผยปม เผมซอมบี้ให้พระเอกนางเอกเห็น แต่แทนที่เรื่องราวจะเข้าสู่สไตล์หนังซอมบี้ทันที (นั่นคือ “วิ่งหนีพี่บี้เป็นสรณะ”) แต่เรื่องกลับพลิกครับ เกิดมีปมโผล่ขึ้นมาจนทำให้ใครๆ สงสัยว่าพระเอกนางเอกคือฆาตกรโหดที่ลงมือต่างหาก ไม่ใช่ซอมบี้หรอก

อะไรพวกนี้ทำให้เกิดอารมณ์ลุ้นได้ตลอดครับ ทำให้หนังลึกลับมากกว่าจะดูต๊อง ช่วงท้ายก็ตื่นเต้นกันไปว่าจอร์จจะช่วยเอ็ดน่าได้ไหม อีกทั้งใครๆ จะเชื่อเขาไหมว่าซอมบี้กำลังมาที่เมืองแห่งนี้แล้ว

เป็นหนังซอมบี้ที่รสชาติแปลกดีครับ เพราะปกติเรามักเห็นหนังซอมบี้ประเภทซอมบี้ยกโขยงมา แล้วคนก็หนีกันไปตั้งหลักหรือไม่ก็สู้ตายในฐานที่มั่น แต่กับเรื่องนี้หนังได้พลิกเป็นแนวสืบสวนไป แล้วปมที่หนังทิ้งก็ไม่ได้ทำให้เกิดความรำคาญประเภทว่า “อะไรกันเนี่ยคนพวกนี้ ซอมบี้จะมาแล้วยังไม่เชื่ออีก” เพราะหลักฐานแวดล้อมมันไม่ทำให้คนคิดถึงซอมบี้จริงๆ น่ะครับ

แล้วคิดดูว่าถ้าในโลกแห่งความจริง ถ้ามีซอมบี้โผล่มาแบบค่อยๆ มา ค่อยๆ ฆ่า โดยที่เราไม่รู้ แต่พอดีว่ามีคนซวยไปยืนอยู่ตรงนั้นแล้วเห็นเหตุการณ์ แล้วบอกคุณว่าเป็นฝีมือซอมบี้ คุณจะเชื่อได้ง่ายๆ งั้นเหรอ?

ผมถึงบอกว่านี่ป็นหนังซอมบี้ที่เข้าท่าน่ะครับ น่าติดตามสไตล์หนังสืบสวน และที่สำคัญคือบรรยากาศบ้านเมืองชนบทในเรื่องนั้นก็สวยงามดีจริงๆ มีป่าเขาลำเนาไพร ลำน้ำสวยใสน่าเดินเล่น สภาพบ้านเมืองก็ดูน่าเที่ยวจะตาย ไม่แปลกใจล่ะครับถ้าใครๆ (ที่ไม่เห็นซอมบี้) จะไม่เชื่อว่าเมืองนี้กำลังมีซอมบี้จริงๆ ซึ่งหนังก็ตระเวนไปถ่ายตามอังกฤษน่ะครับ เลยได้อะไรสวยๆ เพียบไปหมด เป็นธรรมชาติดีจริงๆ

เป็นหนังสยองแนวซอมบี้ที่ผสมพล็อตเรื่องสไตล์หนังลึกลับเข้าไป พร้อมกับแทรกภาพสวยๆ ของท้องทุ่งชนบทลงไป และทั้งหมดนี่ก็ลงตัวอย่างน่าประหลาดครับ ก็ขอชม Jorge Grau ที่คุมหนังและกำกับหนังเรื่องนี้ได้อย่างน่าสนใจจริงๆ

สองดาวครึ่งได้ครับ

Star22

(7/10)

Advertisements