รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

What Dreams May Come (1998) วอท ดรีมส์ เมย์ คัม พลังรักข้ามขอบฟ้า ตามรักถึงสวรรค์

1362243521

เชื่อว่าคนรุ่นผม (อายุราว 30 ขึ้น) น่าจะคุ้นชื่อ Robin Wliiams ดี สมัยนั้นถ้าหนังเรื่องไหนที่พี่คนนี้เล่น ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่ามีดี สนุก และอาจมีความประทับใจพ่วงมาด้วย

กับเรื่องนี้ก็เชื่อว่าน่าจะอยู่ในอ้อมอกอ้อมใจใครหลายคน เพราะเนื้อหาว่าด้วยความรักแท้ที่แม้แต่สวรรค์และนรกก็มิอาจขวางได้

ตัวเอกมีนามว่า คริส นีลเซ่น (Williams) ที่ได้พบรักแท้กับ แอนนี่ (Annabella Sciorra) ศิลปินสาวผู้น่ารักและอ่อนไหว ทั้งสองรักใคร่เป็นอย่างดีเสมอมา จนมีลูกด้วยกัน 2 คน

แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อลูกทั้ง 2 ต้องจากโลกนี้ไปด้วยอุบัติเหตุ…

หลายปีต่อมาเมื่อความเศร้าเริ่มจาง คริสและแอนนี่เริ่มมีชีวิตกลับมาสู่สภาวะปกติ แต่ก็ไม่มีใครนึกว่าคริสกลับประสบอุบัติเหตุจากโลกนี้ไปอีกคน

หลังจากตายแล้วคริสก็ได้ขึ้นสวรรค์ครับ ได้อยู่ในดินแดนอันสวยงาม แต่เขาก็ยังห่วงใยภรรยาที่รัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอตัดสินใจทำบางสิ่งลงไป… และนั่นคือจุดเริ่มแห่งบทพิสูจน์รักแท้ระหว่างคริสและแอนนี่

สิ่งที่เด่นเตะตามากในหนังเรื่องนี้คือเทคนิคพิเศษที่ตระการตา สร้างสรรค์ และมีพลังจินตนาการแทรกอยู่เยอะทีเดียว ไม่ว่าจะฉากดินแดนภาพวาดสีน้ำมัน หรือภาพสวรรค์กับนรกในแบบต่างๆ จนไม่แปลกใจที่หนังจะได้รับออสการ์ในสาขานี้ไป (Best Visual Effects) และที่ไม่ชมไม่ได้คือเพลงของหนังที่ชื่อ Beside You ที่ซึ้งตรึงจิตทั้งเนื้อหาและทำนอง

เนื้อหาก็สร้างความประทับใจได้ไม่เลวครับ เพราะโครงเรื่องหลักว่าด้วยความรักที่ไร้ขีดจำกัดระหว่างคริสและแอนนี่ที่รักกันมากมาย จนแทบจะอยู่ไม่ได้หากไม่มีอีกฝ่ายคอยเคียงคู่ ก่อนที่เรื่องเหล่านั้นจะผูกกลายเป็นปมไปสู่การผจญภัยตามหาคนรักแม้จะบุกสวรรค์ฝ่านรกก็ยอม เนื้อเรื่องทำนองนี้มันชวนซึ้งใจในตัวอยู่แล้วล่ะครับ

MV5BYzEyZmQwMmItNzBjMi00MjBjLWJhMWItYjZiMWIzZTc2NzY1XkEyXkFqcGdeQXVyMjUyNDk2ODc@._V1_

กระนั้นก็ต้องยอมรับว่าดีกรีความลึกซึ้งอาจยังไม่มาก เพราะหนังฝรั่งสมัยก่อนมักมีข้อจำกัดทำนองนี้ครับ จะยังไม่สามารถทำหนังให้ซึ้งจี๊ดได้ ไม่ได้หมายความว่าหนังไม่ซึ้งนะครับ มันซึ้ง เพียงแต่ยังไม่มาก ยังซึ้งได้อีกน่ะครับว่างั้นเถอะ

อีกสิ่งที่ผมรู้สึกคือหนังมีรายละเอียดให้เล่าเยอะ ไม่ว่าจะเรื่องลูกทั้งสอง เรื่องของแอนนี่ หรือกฎนรกสวรรค์ ทำให้หนังมีเวลาเล่าเพื่อปูพื้นปูอารมณ์ได้น้อย จะวางซีนขยี้อารมณ์ก็ทำได้น้อยเหมือนกัน

ตอนดูรอบล่าสุดก็รู้สึกครับ ว่ามีประเด็นเยอะ แต่มีเวลาเล่าน้อย ความซึ้งในหลายฉากก็เลยเข้าอีหรอบ “ซึ้งได้อีก” แต่ก็ปฏฺิเสธไม่ได้นะครับว่าหลายฉากมันบีบคั้นอารมณ์ได้ถึงขีดดีเหมือนกัน อย่างตอนคริสดลใจให้แอนนี่เขียน “ประโยคนั้น” ลงในไดอารี่ ด้วยความหวังให้เธอรู้สึกดี แต่ผลที่ได้กลับทำเอาคนเซ็นซิทีฟน้ำตาร่วงได้เลยทีเดียว

และยังดีครับที่หนังได้ดาราอย่าง Williams มาแสดงนำ พี่ท่านเลยคุมหนังได้ในหลายช่วง แล้วก็ได้ดาราดีๆ อย่าง Cuba Gooding Jr. และ Max von Sydow มาคอยเสริม อีกทั้ง Sciorra ก็แสดงได้ดีมากๆ ในบทแอนนี่ เวลาเศร้าแต่ละทีนี่ทำเอาคนดูสงสารไปด้วยเลย ซึ่งชีวิตเธอก็น่าเห็นใจจริงๆ นั่นแหละครับ เกิดมาต้องเจอความสูญเสียซ้ำซ้อนได้ถึงขนาดนี้

ผมชอบหลายประเด็นที่หนังกล่าวถึงนะครับ มีลึกบ้างไม่ลึกบ้าง ซึ่งนอกจากประเด็นนรกสวรรค์และความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายแล้ว ประเด็นที่ผมว่าน่าสนใจและนำไปขบคิดก็มีอย่างเช่น

การใช้อดีตที่ผิดพลาดสอนเรา ช่วยให้เราเรียนรู้ชีวิต ช่วยให้เรารู้จักวิธีลุกขึ้นยืนหลังจากล้ม

ไม่ควรใช้อดีตไปในทางทำลายพลังใจตนเอง อย่ามัวโทษตัวเองให้กับสิ่งที่ไม่อาจย้อนไปแก้ไขได้ เพราะการย้ำคิดย้ำเครียดเช่นนั้น นอกจากจะแก้อดีตไม่ได้แล้วยังอาจส่งผลทำลายกระทบมาถึงปัจจุบันด้วย (ประมาณว่าแทนที่จะเอาเวลาปัจจุบันไปสร้างอนาคตที่ดี มุ่งไปหาชีวิตที่ดี เรากลับหมกมุ่นซ้ำเติมตัวเอง จนชีวิตไปไม่ถึงไหน เจ็บซ้ำเพราะเรื่องเก่า หมองเศร้าเพราะเรื่องเดิม)

What-Dreams-May-Come-229

การขับรถควรระวังและมีสติให้มาก… อย่าเพิ่งขำนะครับ มันคือข้อคิดที่เราทุกคนรู้แต่คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่ค่อยทำ มีแต่ขับรถเร็วขึ้น สนใจรถคันอื่นและคนเดินถนนน้อยลง สนกฎจราจรน้อยลง เมาก็ขับ จะหลับก็ฝืน ซึ่งการไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้คือสาเหตุที่ทำให้ลูกทั้งสองของแอนนี่ อีกทั้งตัวคริสก็ต้องมาตายไป… รวมถึงคนอื่นๆ ในโลกแห่งความจริงอีกมากมาย…

ไหนจะสอดแทรกเกร็ดชีวิตดีๆ สำหรับครอบครัว ไม่ว่าจะเรื่องที่คริสและแอนนี่ไม่ค่อยมีเวลาให้ลูก จนเมื่อสายไปจึงสำนึกว่าหากย้อนเวลาได้ พวกเขาจะพยายามใส่ใจและใกล้ชิดลูกให้มากกว่านี้… อย่าเห็นค่าลูกหลาน พ่อแม่ หรือคนรักของเราช้าเกินไปนะครับ อย่าให้สายเกินไป แต่โปรดรักและให้เวลาเขาทันทีที่ทำได้

หรือการที่คริสคาดหวังในตัวลูกมากในตอนแรกๆ จนลูกรู้สึกกดดันและอดระบายกับพ่อไม่ได้ ณ ขณะนั้นคริสจะบ่นลูกก็ได้ แต่คริสเลือกที่จะให้กำลังใจและยืนยันว่ายังเชื่อมั่นในตัวลูก ขอเพียงลูกทำอย่างเต็มที่ ผลจะออกมาเป็นเช่นไรคริสก็พร้อมยอมรับ เพราะถือว่าลูกทำดีที่สุดแล้ว

บางครั้งการเลี้ยงลูกให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มั่นใจและยืนได้ด้วยสองขาของตนเองนั้น เราอาจไม่ต้องระบุสั่งการให้เขาทำอะไร แต่อาจแนะนำให้เขารู้ว่าเขาควรทำสิ่งใด ให้เขาลองผิดลองถูกแล้วสอนเขาเพื่อให้เขาเข้าใจในแต่ละผลลัพธ์… เพียงเท่านี้ลูกของเราก็จะได้มรดกล้ำค่าในตนเองติดตัวไป

หรือเรื่องคริสกับแอนนี่ที่ต่างฝ่ายต่างเติมเต็มให้กัน วันใดแอนนี่มีปัญหาคริสก็จะพร้อมช่วย ทำให้ภรรยาเบาใจได้สักหน่อยก็ยังดี

เคล็ดชีวิตคู่บทสำคัญในหนังเรื่องนี้คือการเปิดใจเข้าใจคนรัก และเข้าให้ถึงคำว่า “ร่วมทุกข์กับคนรัก”

เรามักได้ยินคำว่า “ร่วมทุกข์ร่วมสุข” และคนส่วนมากจะทำได้อย่างดีตรงการร่วมสุข แต่พอถึงบทร่วมทุกข์กลับดูเหมือนจะยังไม่เข้าใจความหมายอันสำคัญ เพราะกุญแจสำคัญของการมีชีวิตคู่ที่ดีนั้นอยู่ที่การร่วมทุกข์มากกว่าการร่วมสุข

ร่วมสุขเราเพลิดเพลิน สนุกสนาน เก็บความสุขนั้นเป็นความทรงจำและถนอมมันให้นานที่สุด แต่กับการร่วมทุกข์นั้นมีผลโดยตรงต่อจิตใจ เพราะหากคนรักของเราเป็นทุกข์แล้ว ความทุกข์นั้นก็จะแผ่มาถึงตัวเรา เพราะมันคือธรรมดาของชีวิตคู่

หนึ่งชีวิตคู่เกิดขึ้นได้โดยครึ่งหนึ่งมาจากเขาและครึ่งหนึ่งมาจากเรา ถ้าลองว่าครึ่งของคนรักเป็นสีดำหม่นหมอง ต่อให้ครึ่งเราขาวโอโม่ ยังไงชีวิตคู่ที่ออกมา ไม่โกโก้ก็โอวัลตินอยู่ดี

MSDWHDR EC002

ถ้าอยากให้ชีวิตคู่ของเราดำน้อยลงหม่นน้อยลง เราก็ต้องหาวิธีเติมสีขาวลงไปในความรู้สึกของคนรัก

เมื่อเขาทุกข์ เราช่วยเขาได้หลายระดับครับ เราจะค่อยๆ คุยให้เขาระบายความในใจ ให้เขาปรับทุกข์มันออกมา แล้วเราก็ค่อยๆ ทำความเข้าใจเขา ลองมองจากมุมของเขา เข้าใจผ่านอารมณ์และธรรมชาติของเขา พยายามมองว่าอะไรคือปมปัญหาในใจ มันมาจากไหน มันมาจากทัศนคติ มันมาจากความเชื่อ มันมาจากความเข้าใจผิด ฯลฯ ค่อยๆ เรียนรู้กันและกัน และประคองกันและกันให้พ้นจากบ่วงปมปัญหาเหล่านั้น

หากคนรักรู้สึกเหมือนตกอยู่ในนรก เราลองลงนรกไปด้วยซักตั้ง ไปมองดูนรกที่คนรักต้องทนทุกข์ทนอยู่ พิจารณามันให้เข้าใจชัดเจน แล้วค่อยจูงมือกับคนรัก หาทางพาเขากลับขึ้นมาบนโลก

นรกในหนังที่เราเห็นก็คือภาพแทนนรกของจริงที่อาจเกิดขึ้นในใจของคนรักเรานั่นแหละครับ

ที่ผมกล่าวไปนั้นคือแง่มุมเล็กๆ จากเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ แน่นอนครับว่าในวิถีแห่งรักแล้ว ยังมีเรื่องอีกมากมาย การแก้ปมมันอาจไม่ง่ายเช่นที่ผมเขียน มันอาจต้องใช้เวลาและความพยายามมากกว่าอย่างมากมาย… มาเรียนรู้และเติบโตด้วยรักกันดูนะครับ

ไหนๆ เราเกิดมาแล้ว การจะลองใช้ชีวิตเรียนรู้เรื่องอมตะเช่นความรัก มันก็คงไม่ใช่สิ่งเสียเปล่าจนเกินไปนัก

ยิ่งถ้าเราได้เรียนรู้ไปด้วยกันกับอีกหนึ่งชีวิตที่มีหัวใจเต้นไปพร้อมเรา… มันจะงดงามเพียงไร

What Dreams May Come สร้างจากนิยายชื่อเดียวกันนี้ ที่ประพันธ์โดย Richard Matheson เจ้าของผลงานแนวสยองระทึกอย่าง I Am Legend, A Stir of Echoes และ Hell House ว่ากันว่าตอนเขาเขียนนิยายเล่มนี้ออกมา แฟนๆ พากันไม่พอใจ เพราะสมัยนั้นเขาปั่นแต่งานแนวสยองออกมาตลอด พอเปลี่ยนเป็นแฟนตาซีผสมความรักเลยพากันผิดหวัง แต่ในยุคหลังคนมากมายก็ยอมรับในความน่าสนใจของงานเขียนชิ้นนี้ อย่างเช่น Ronald Bass ที่จับมาดัดแปลงเป็นบทหนัง แล้วก็ได้ Vincent Ward มากำกับ ซึ่งหนังที่เขาทำนั้นโดยมากก็จะประมาณนี้ล่ะครับ มีประเด็นน่าสน มีจุดดีและจุดอ่อนผสมปนเปกันไป

ตัวหนังอาจไม่ได้ยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบนะครับ แต่ก็นั่นแหละ มันมีของดีน่าสนใจแทรกอยู่ในเรื่องราวเยอะ อยู่ที่เราจะจับมามองมากน้อยแค่ไหน

ถ้าดูหนังเรื่องนี้จบแล้ว เกิดนิสัยอยากช่วยคนรัก ยามเขาหรือเธอตกนรก… นั่นจะนับว่าเจ๋งมากครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

Advertisements