รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Alligator (1980) โคตรไอ้เคี่ยม

alligator-la-locandina-del-film-268400

ทุกข์ประการหนึ่งของผมในระยะหลังๆ นี่คือต้องมานั่งปวดหัวกับชื่อหนังแผ่นมากมายที่ตั้งออกมามั่วกันเหลือเกิน อย่างเรื่องนี้ Alligator ไม่ใช่ภาคต่อนะ แต่เป็นตอนแรกของหนังชุดนี้ที่มีสองตอน แต่บ้านเราตอนมาเป็นแผ่นตั้งชื่อทะลึ่งมาเฉยว่า โคตรไอ้เข้ ภาค 4 … มันไปทำภาคต่อกันอีท่าไหนกันล่ะเนี่ย

เอาเถอะครับ นั่นมันทุกข์ชั่วครั้งคราว มาว่ากันถึงหนังนะครับ กับเรื่องราวจระเข้กินคนที่เก่าแก่มาตั้งสามสิบปีแล้ว หนังสร้างจากตำนานเรื่องเล่าที่เอาไว้หลอนเด็กของอเมริกาเขาครับ (Urban Legends) ที่กล่าวถึงจระเข้ตัวหนึ่งที่โดนเด็กเอามาเลี้ยง แต่ทีนี้พอเลี้ยงไปพ่อเกิดหงุดหงิด เอาจระเข้ตัวที่ว่าไปโยนทิ้งลงชักโครก เจ้าเข้นั่นก็ลงไปอาศัยอยู่ในท่อระบายน้ำแทน ระหว่างนั้นก็กินหนูหมูหมาที่ผ่านหลงเข้าไปในท่อ ระยะหลังๆ ก็กินคนด้วย ทีนี้พระเอกของเราก็ถือกำเนิดขึ้นครับ เขาคือ เดวิด เมดิสัน (Robert Forster) นายตำรวจที่สังเกตว่าช่วงนี้มีหมาหายไปเยอะแยะ ซ้ำยังเริ่มมีซากมนุษย์ลอยมาตามท่อ พี่แกเลยเริ่มสืบ จนไปเจอตัวไอ้เข้ขนาดยักษ์ยาว 36 ฟุต หนัก 2,000 ปอนด์ เดินร่อนอยู่ในท่อเพื่อหาของกิน ก็เป็นสูตรล่ะครับ ตอนแรกเขาต้องโดนหาว่าบ้า ไม่มีใครเชื่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวหน้าและนายกเทศมนตรีที่กลัวว่าประชาชนจะแตกตื่นจนชื่อเสียงป่นปี้เลยทำเอาหูไปหาเอาตาไปไร่ ต้องรอจนมันพังท่อออกมาอาละวาดนั่นแหละครับ กว่าจะเริ่มเอาจริงเอาจังในการฆ่ามันเสียที

ไอ้ตำนานเรื่องเล่านี่ถือเป็นเสน่ห์มนต์ขัลงอย่างหนึ่งของแต่ละเมืองเลยนะครับ เด็กๆ จะกลัวกันเอาเรื่อง หรือไม่ก็จะไปลองของกัน ซึ่งเป้าประสงค์จริงๆ ของ Urban Legends เหล่านี้คือเล่าไว้ขู่เด็กๆ ไม่ให้ออกไปทำอะไรบ้าๆ ตอนกลางคืน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งไปทำอะไรต่อมิอะไรกันในที่เปลี่ยวๆ ฮ่าๆๆ อันนี้สำคัญที่สุด) เหมือนที่บ้านเราชอบบอกว่าจิ้งจกทักให้ระวังก่อนออกจากบ้าน จริงๆ มันก็เป็นกุศโลบายหนึ่งที่ทำให้เราหยุดคิด ตรวจตราอยู่กับบ้านอีกสักนิดก่อนออกจากบ้านไป หรือที่บอกว่าถ้าขี่หลังหมาหลังแมวฟ้าจะผ่า จริงๆ ก็เพื่อกันไม่ให้โดนหมากัดนั่นแหละครับ

นึกๆ แล้วก็โอเคนะ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างหนึ่ง แต่คิดในอีกแง่ มันก็ทำให้เด็กขี้กลัวอะไรบางอย่างจนไร้เหตุผลเหมือนกัน ของแบบนี้เหมือนดาบสองคมครับ เด็กอาจไม่ยุ่งกับหมาแมว แต่บางคนอาจกลัวจนระแวงไปหมดไม่กล้าทำอะไรเลยก็มี

สอนหรือเตือนก็ควรเอาให้ดี เอาให้อยู่ในขอบเขต ไม่ใช่ทำให้เด็กเสียความมั่นใจในการดำเนินชีวิตไป อันนี้ฝากถึงพ่อแม่ครับ ดูแลเด็กด้วยวิธีนี้ก็ต้องมีมาตรการระมัดระวังให้เหมาะสม อย่าให้กลายเป็นเด็กขาดความกล้าไป และเอยากบอกไปถึงพวกที่ชอบเอามุขนี้ไปล้อกับเด็กโดยนึกสนุกคึกคะนอง อยากบอกว่าเด็กบางคนจะผวามันไปชั่วชีวิตเลยนะครับ

กลับมาเรื่องหนังดีกว่า มันก็เป็นอีกหนึ่งหนังสัตว์โลกน่ารักครับ จระเข้ที่อยู่ในท่อ แล้วหนังยังเพิ่มขนาดมันโดยการกำหนดให้มันกินสัตว์ทดลองที่โดนเพิ่มฮอร์โมนเร่งโตเข้าไปอีก ทำให้เจ้าเข้ตัวเบ่อเร้อ น่าสยองไม่ใช่น้อย ก็โอเคล่ะครับในส่วนการพยายามหาเหตุผลว่าทำไมมันถึงตัวใหญ่

แต่ที่ต้องทำใจอย่างแรงสำหรับคอหนังยุคนี้คือ ความเห่ยของบทไงครับ การตามสืบ ตามล่าก็ไม่ได้น่าติดตามเท่าไร ขนาดในเมืองรู้ว่ามีไอ้เข้อาละวาดก็ยังไม่ใค่จะตื่นตัวกันเท่าไหร่ หรือตอนกลางเรื่อง ไอ้เข้มันพังท่อขึ้นมาบนถนนเลยนะครับ ไอ้เราก็นึกว่ามันต้องไล่ล่ากันมันส์ๆ ที่ไหนกันได้ขึ้นมาสูดอากาศแล้วก็ลงท่อต่อ คนเราก็เดินเล่นกันต่อไป

แล้วยังไม่หมดครับ มันต้องมี ไอ้บุคคลที่ฉลาดเหลือเกิน เช่นนักข่าวคนหนึ่ง พอได้ข่าวว่ามีไอ้เข้ยักษ์ในท่อ พีแกรีบหาทางดังครับ คว้ากล้องลงท่อไปเพื่อถ่ายภาพไอ้เข้นี่มาเพื่อเอาไปทำเป็นเงิน แล้วพี่แกก็ลงไปคนเดียวอีก!

พี่รำคาญการมีชีวิตสืบไปหรือไงครับ! อยากตายก็โดดตึกเลยก็ได้ ไม่ต้องไปเป็นอาหารทำบุญทำทานให้ไอ้เข้หรอก ลงท่อที่มีไอ้เข้คนเดียว แล้วเป็นไงล่ะ ก็โดนมันแด้กสิครับ โธ่

ยังมีอีกครับ พวกนายกที่ห่วงคะแนน ห่วงรายได้ของเมืองกลัวคนไม่มาเยี่ยม เดี๋ยวแย่ ก็เลยปิดข่าวทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น นี่ก็บ้าแบบลืมหูลืมตาจนเกินปาย

ไอ้มุขพวกนี้ใครดูหนังสัตว์โลกน่ารักมามากเตรียมขำขันได้สบายๆ เพราะดูไปมันฮามากกว่าจะสยองครับ และที่ขาดไม่ได้คือ ต้องมีสักหนึ่งวาระที่พระเอกกับนางเอก (ในเรื่องนี้คือ มาริสา แคนดัล รับบทโดย Robin Riker) ที่เกิดปิ๊งปั๊งและย่องเข้าห้องน้ำไปทำ Something Special ต่อกัน … พี่ครับ ไอ้เข้มันจะพังบ้านประชาชี พี่ยังมีกะใจไปตักตวงความมันส์อีก เออ เอาเลยครับ ผมรับได้นานแล้วล่ะ

คือคนสมัยก่อนอาจจะตื่นเต้นนะ แต่สมัยนี้มันก็อีกเรื่อง ถ้าตัดเรื่องควาเมห่ยของเอฟเฟ็กต์ สูตรสำเร้๗ที่เดาได้ มันก็ครบสูตรหนังกินคนนี่แหละครับ ชอบไหมล่ะ ถ้าชอบก็ดู ไม่ชอบก็ไม่ต้องแวะมาเยี่ยมเลยครับ รีบมองผ่านไป ส่วนความสนุกก็ไม่ค่อยหรอกครับ ในบรรดาหนังจระเข้ผมออกจะชอบ Lake Placid ที่สุดแล้วล่ะ ไม่ใช่เพาะมันสยองดีหรอกนะครับ แต่เพระมันมีอะไรอื่นๆ ลงตัวดี เช่นบทพูดหรือการแสดง แต่เรื่องนี้ อา ใช่ พูดถึงบทพูด มีการพยายามมากครับที่จะยัดเยียดเรื่องชีวิตลงไป เช่นพระเอกเดินไปที่สถานีตำรวจ เพื่อนตำรวจก็มีการพูดคุยสารทุกข์สุขดิบ ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าจะคุยไปทำไม บทพูดแข็งมากครับ พูดแบบฟังก็รู้ว่ามันเป็นบท

แต่ว่าไม่ได้นะครับ เพราะว่ากันว่า Lewis Teague ผู้กำกับหนังเรื่องนี้จงใจทำมันออกมาให้มีความขำหน่อยๆ เหมือนเสียดสีหนังรุ่นพี่อย่าง Jaws (โอ้ เล่นของสูงเว้ย) ตอนออกฉายก็มีคนชอบกันนะครับ สุดแท้แต่ไป แต่ผมก็เฉยๆ น่ะครับ ดูก็ได้ ไม่ดูก็ไม่มีปัญหา

เกือบสองดาวครับ

Star12

(5.5/10)

Advertisements