
นี่คือหนังล่มอีกเรื่องหนึ่งที่มีผู้เกี่ยวข้องดังๆ เต็มไปหมดครับ เริ่มจากผู้กำกับ William Malone แห่ง House on Haunted Hill ที่ริเริ่มไอเดียไว้และหมายจะร่วมมือกับ H.R. Giger ในการสร้างหนังที่เขานิยามว่า “Hellraiser ฉบับอวกาศ” แต่ในที่สุดเขาก็หลุดจากโปรเจคท์แล้วสตูดิโอก็มอบหน้าที่กำกับให้ Geoffrey Wright (ผู้กำกับ Cherry Falls)
แต่แล้ว Wright ก็เดินออกจากโปรเจคท์ไปหลังตกลงจะกำกับ 2 เดือนเนื่องจากเหตุผลคลาสสิคอย่าง “ความคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์ไม่ตรงกับผู้สร้าง” จากนั้นคนที่ก้าวมากำกับคือ Walter Hill แห่ง 48 Hrs. และยังเคยเป็นผู้อำนวยการสร้างหนังชุด Alien ด้วย เรียกว่าจริงๆ ประสบการณ์งานหนังก็ไม่น้อย หนังแนวสยองนอกอวกาศก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
แต่ก็ตามสูตรครับ สตูดิโอเข้ามาแทรกแซงมากขึ้นจน Hill ไม่พอใจ และเมื่อถึงขีดสุด Hill ก็ประกาศที่จะเลิกกำกับและก้าวออกจากกองไป จากนั้นก็มีการตาม Francis Ford Coppola แห่งไตรภาค The Godfather ให้มาช่วยถ่ายซ่อมและตัดต่อหนังให้ใหม่ แต่จนแล้วจนรอดผู้สร้างก็ยังมายุ่มย่ามจน Coppola ตบเท้าออกจากองไปอีกคน
และผู้กำกับคนสุดท้ายที่มารับงานเพื่อกำกับฉากเพิ่มเติมและตัดต่อหนังจนเสร็จคือ Jack Sholder แห่ง A Nightmare on Elm Street Part 2: Freddy’s Revenge แล้วหนังก็สำเร็จออกมาแต่ด้วยความที่ทั้ง Ford และ Sholder ที่มามีส่วนในการทำนั้นถือว่ามีบทบาทไม่มากพอที่จะได้เครดิตผู้กำกับตามกฎของสมาคม ทำให้หนังต้องมอบชื่อผู้กำกับให้ Hill
แต่เป็นตายรายดียังไง Hill ก็ไม่ยอมให้เอาชื่อเขาไปใช้ ทำให้เครดิตคนกำกับกลายเป็น Thomas Lee ซึ่งเขาคนนี้ไม่มีตัวตนครับ แต่เป็นชื่อผู้กำกับอุปโลกน์แบบเดียวกับ Alan Smithee ชื่อที่มักถูกนำมาใส่ หากผู้กำกับคนไหนไม่โอเคกับผลงานตัวเอง ซึ่งเหตุผลที่ไม่ใช้ชื่อ Smithee ในเรื่องนี้ ก็เพราะก่อนหน้านี้มีคนทำหนังประจานความหมายของชื่อ Alan Smithee ไปแล้ว ดังนั้นเลยต้องมีการใช้ชื่อใหม่กันครับ แต่ยังไงความหมายก็เหมือนกัน นั่นคือ นี่เป็นหนังที่ผู้กำกับไม่ยอมรับนั่นเอง
เนื้อเรื่องหนังก็ออกแนว Alien ผสม Event Horizon ครับ ว่าด้วยยานอวกาศที่ปฏิบัติงานด้านค้นหาและช่วยเหลือที่มีลูกเรืออย่าง นิค (James Spader) และ ดร. เคล่าร์ (Angela Bassett) แล้วพวกเขาก็ได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือครับ เลยเดินทางไปทำตามหน้าที่ แล้วก็เจอกับชายลึกลับ (Peter Facinelli) คนหนึ่ง ซึ่งก็ตามสูตรครับว่าชายคนนี้ย่อมมาพร้อมกับอันตรายบางประการ ที่ส่งผลให้ลูกเรือทยอยตายไปทีละคน
หนังลงทุนเบ็ดเสร็จประมาณ $90 ล้านได้ครับ แต่หนังก็ทำเงินทั่วโลกไป $14.8 ล้าน อันนี้คือรวมหมดแล้วน่ะนะครับ ซึ่งก็คือติดตัวแดงกระจาย
ว่าตามจริงคือหนังมันดูได้เรื่อยๆ ครับ เพียงแต่มันไม่ตื่นเต้น ไม่น่าติดตาม ไม่เร้าใจ ความสยองก็ไม่เยอะ แม้ดาราในเรื่องจะคุ้นหน้าและมีฝีมือก็ตาม แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ครับ อย่าง Facinelli ก็เล่นดีนะครับ เขาดูลึกลับ น่ากลัว มีเสน่ห์ และอันตรายในเวลาเดียวกัน แต่ด้วยความที่หนังมันเดินเรื่องธรรมดาเกินไป ไม่มีจุดน่าสนใจเท่าใด จึงไม่น่าแปลกใจที่หนังจะไม่ได้รับการสนใจนัก
เดาว่า Malone เจ้าของไอเดียตั้งต้นเองคงเสียดายเหมือนกันครับที่โปรเจคท์ที่เขามุ่งหมายมีผลลงเอยออกมาแบบนี้
ถ้าอยากดูหนังแนวนี้จริงๆ ก็ย้อนไปดู Alien หรือไม่ก็ Event Horizon จะตอบสนองความบันเทิงได้มากกว่าครับ
ไม่ถึงสองดาวครับ

(5/10)
หมวดหมู่:Horror, Movie Reviews, Sci-Fi










