Action

In Time (2011) อินไทม์ ล่าเวลาสุดนรก

1369652960

คอนเซปต์ “เวลาใช้แทนเงินตรา” ของหนังเรื่องนี้มันเข้าท่าแท้ๆ

หนังว่าด้วยโลกที่มนุษย์จะมีอายุได้ถึง 25 ปีเท่านั้นครับ ถ้าอยากมีชีวิตอยู่ต่อก็ต้องทำงานแลกกับเวลา โลกที่ว่านี้ไม่มีระบบเงินครับแต่ใช้เวลาแทน เช่น เงินค่าจ้างแทนที่จะได้ 25 เหรียญต่อชั่วโมงก็กลายเป็นได้มาเป็นเวลา 40 นาทีก็ว่าไป เวลาจะซื้ออะไรก็ต้องจ่ายเป็นเวลาเช่น กาแฟ ราคา 15 นาที อย่างนี้เป็นต้น

ตัวเอกของเรามีนามว่า วิล ซาลาส (Justin Timberlake) คนธรรมดาชนชั้นแรงงานที่มี “เวลา” พอให้ยาไส้แค่วันชนวันเท่านั้น แต่แล้ววันหนึ่งเขาได้เจอกับเศรษฐีที่มีเวลาเป็น 100 ปีให้จับจ่ายและเขาก็เลือกที่จะให้เวลาทั้งหมดกับวิล และนั่นล่ะครับคือจุดเริ่มที่นำวิลไปพบกับการพลิกผันครั้งสำคัญของชีวิต แต่จะเป็นอะไรผมว่าไปดูเองจะสนุกสุดครับ

ไอเดียจี๊ดมากนะครับ เวลากลายเป็นสื่อแลกเปลี่ยนกลางที่จะว่าไปก็น่ากลัวกว่าเงินอีก เพราะเงินหมดเรายังมีชีวิต แต่ถ้าเวลาเราหมดเมื่อไรก็ตายตรงนั้นไม่มีทางฟื้นคืนชีพได้อีก

แต่โดยประเด็นแล้วหนังก็เสียดสีโลกแห่งเงินแบบไม่อ้อมค้อมล่ะครับ เพราะในเรื่องเราจะได้เห็นคนหาเช้ากินค่ำหาเงินตัวเป็นเกลียวเพื่อชีวิตรอด ในขณะที่ข้าวของเครื่องใช้ก็แพงขึ้นๆ ส่วนค่าแรงที่ได้ก็มีแววว่าจะลดลง ซึ่งราคาข้าวของและราคาค่าจ้างทั้งหลายก็ถูกกำหนดขึ้นโดยคนระดับบนๆ นั่นแหละครับ คนที่มีเวลาสะสมนับพันๆ หรือถึงขั้นล้านๆ ไป ว่าง่ายๆ ก็คือพวกเศรษฐีนั่นแหละครับ ซึ่งเรามักจะบ่นๆ ว่าคนรวยๆ นั้นชี้เป็นชี้ตายให้คนจนได้ ในกรณีหนังเรื่องนี้คำบ่นที่ว่าเป็นจริงทุกประการครับ เพราะการขึ้นราคาของเล็กๆ อย่างค่าโดยสารรถก็อาจทำให้คนบางคนต้องประสบความลำบากอย่างมากจนเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้

หนังเรื่องนี้สนุกดีครับ สนุกทั้งในแง่เนื้อเรื่องที่กัดระบบเศรษฐกิจ (ที่มักเอื้อให้กับคนที่ีมีอำนาจ) และกัดคนรวยที่มีเวลาสะสมในธนาคารแบบเหลือล้น จนทำให้อยู่ได้แทบจะเป็นอมตะเลยทีเดียว ส่วนคนจนก็ลุ้นไปว่าจะมีหรือหมดเมื่อไร

หากมองเรื่องนี้ผ่านทฤษฎีวิวัฒนาการที่ว่าผู้เข้มแข็งเท่านั้นจึงจะอยู่รอด เราก็คงมองว่าเรื่องแบบนี้ก็เป็นอะไรที่ธรรมดา คนที่รวยกว่า มีความสามารถมากกว่า หรือมีเล่ห์เหลี่ยมมากกว่าก็สมควรครอบครองได้เยอะกว่าคนธรรมดาที่ไม่ได้มีอำนาจต่อรองหรือไม่ได้มีความสามารถอะไรมากมาย แต่ถ้าหากเรามองผ่านหลักมนุษยธรรมที่มนุษย์เองเป็นผู้พัฒนาขึ้นมา เราก็อาจบอกได้ว่าเรื่องแบบนี้มันไม่เป็นธรรมเลย ทำไมคนเราไม่ช่วยเหลือ ไม่แบ่งปันกัน จะครอบครองหมดแต่เพียงผู้เดียวไปทำไม

เรื่องเหล่านี้อยู่ที่มุมมองมุมคิดจริงๆ ครับ คนที่มองว่าแบบแรกถูกต้องก็มี หรือคนที่มองแบบหลังว่าถูกต้องกว่าก็มีเช่นกัน หากจะถกว่าอันไหนของใครถูกกว่าก็คงต้องคุยกันนานอาจถึงขั้นตลอดกาลก็ได้ เพราะมนุษย์เราหาเหตุผลมาสนับสนุนเหตุผลของตนได้ ไม่ว่าเหตุผลนั้นจะมีเหตุผลหรือไม่ก็ตาม เราก็ยังสามารถทำให้มันมีเหตุผลมากขึ้นหรือบั่นทอนเหตุผลของคนอื่นให้มีน้ำหนักน้อยลงได้เสมอ

in-time-poster

อย่างในหนังเรื่องนี้เป็นต้น พระเอกอย่างวิลเชื่อในสิ่งที่เขาตัดสินใจทำ เชื่อว่าควรคืนเวลาทั้งหลายให้ทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่เอาเวลาอันมีค่าไปกระจุกอยู่กับคนไม่กี่คน แต่คนมั่งคั่งอย่าง ฟิลลิป เวส์ (Vincent Kartheiser) ก็มองไปอีกอย่างหนึ่ง มองไปว่าหากคนมีความสามารถกอบโกยเวลามาได้ แล้วทำไมเราจะไม่มีสิทธิ์เก็บเกี่ยวผลแห่งความสามารถนั้นล่ะ มันคือสิ่งอันชอบธรรมจากฝีมือเราและความพยายามของเรา มันมิใช่การลักขโมย

เชื่อว่าเพียงเปิดประเด็นต่างมุมนี้ คนที่ได้อ่านก็อาจเกิดการมองต่างมุมต่างไปด้วย… คนเรามองกันได้แตกต่าง คนมากมายถือมั่นในสิ่งที่ตนมอง และคนอีกไม่น้อยที่พร้อมจะลงมือทำตามสิ่งที่ตนคิดสิ่งที่ตนเชื่อ นี่ก็คงเป็นธรรมดาโลกอีกประการหนึ่ง

หากมองในแง่มุมของพระเอกที่ชีวิตผ่านความยากลำบากมานาน เขาย่อมมีคำถามว่าคนรวยๆ ที่เอาเวลาไปกกกอดนั้นทำไมไม่แบ่งปันมาช่วยเหลือคนยากไร้บ้าง ทำไมไม่ออกแบบระบบที่มันเท่าเทียม ระบบที่มันช่วยคนหมู่มากได้แทนที่จะให้แต่คนหมู่น้อย เขาจึงเดินทางเข้าเมืองใหญ่เพื่อทำให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นเท่าที่จะเป้นไปได้

ส่วนแง่มุมของฟิลลิปก็คือการเชื่อในสิ่งที่ตนทำ เชื่อในความพยายามและความสำเร็จที่ตนพากเพียรและได้รับมา เมื่อเขาทำเขาก็ควรได้ และเมื่อเขาได้เรื่อยๆ แล้ว ทำไมจะได้อีกไม่ได้ และทำไมจะต้องแบ่งปันให้กับคนที่ทำได้น้อยกว่า คนที่มีความสามารถน้อยกว่า หรือมีโอกาสน้อยกว่าด้วย หรืออาจมีคำถามว่าทำไมคนเหล่านั้นถึงไม่มุ่งไปข้างหน้า ไม่พยายามให้มากกว่านี้ ไม่ขวนขวายหาโอกาสเองเสียบ้าง

ซิลเวีย (Amanda Seyfried) ลูกสาวของฟิลลิปก็เหมือนคนที่อยู่ในโลกที่ดีพร้อมมาทั้งชีวิต แต่พอได้รับข้อมูลอีกด้านหนึ่งจากวิล พร้อมทั้งไปสัมผัสโลกที่ต้องกระเบียดกระเสียนของจริง ก็ทำให้เธอได้รับมุมมองใหม่ น่าคิดเหมือนกันว่าถ้าเธอได้รับการปลูกฝังให้คิดเช่นเดียวกับพ่อของเธอแบบเข้มข้น แล้วผลจะออกมาเป็นอย่างไร

สำหรับผมเมื่อดูหนังจบก็ได้ความคิดสไตล์เดิมๆ ของผมน่ะครับ คือการมองแบบพบกันครึ่งทาง พลางคิดว่าการแบ่งปันจัดสรรให้คนได้รับเวลาแบบเท่าเทียมทั่วถึงกันแบบที่วิลคิดก็น่าจะเป็นทางออกที่เป็นธรรมดี แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นสิ่งที่ควรทำคือการพัฒนาคนทั้งรวยและไม่รวยให้มีอะไรบางอย่างเพิ่งขึ้นในอุปนิสัยใจคอ

เพิ่มให้คนรวยมีใจโอบอ้อมกว้างขวาง รู้จักแบ่งปันมากขึ้น และเพิ่มให้คนไม่รวยรู้จักใช้เวลาให้เป็น และอาจต้องฝึกการแบ่งปันไม่น้อยไปกว่าคนรวย เพราะบางทีเราก็เห็นครับว่าคนไม่รวยบางครั้งก็กัดกินกันเองไม่ต่างจากคนรวยเหมือนกัน

หรือบางคนพอได้เวลามาก็ใช้อย่างผิดๆ ใช้อย่างไม่รู้ค่าแบบที่เราเห็นชะตากรรมของบอเรล (Johnny Galecki) เพื่อนของวิลที่ได้ของขวัญเป็นเวลาตั้ง 10 ปี แต่เขากลับลงเอยด้วยบทสรุปที่ไม่สวยนัก เพราะแม้เขาจะมีเวลามากมาย แต่ก็ไม่ได้รับการฝึกบริหารเวลา เหมือนคนมากมายที่อยากได้เงินมากๆ ครั้นพอได้มาจริงๆ กลับบริหารเงินไม่เป็น สุดท้ายเงินก้อนนั้นแทนที่จะสามารถช่วยตั้งตัว ใช่จัดสรรความสุขให้ชีวิต กลับต้องมาหมดลงในเวลาอันสั้นไปกับเหล้ายาปลาปิ้งและสิ่งมอมเมาฟุ่มเฟือยทั้งหลาย

จึงยากจะสรุปได้ในตอนท้ายว่าทางที่วิลเลือกให้มันเกิดนั้น จะส่งผลในทางไหนกับสังคม จะเกิดความเท่าเทียม โลกจะเต็มไปด้วยคนที่รู้จักคุณค่าของเวลา รู้จักการแบ่งปัน และใช้เวลาให้เกิดคุณ หรือจะเป็นในทางกลับกัน?

ด้านดารานั้น Timberlake ก็เข้ากับบทไม่เลวครับ แต่เหมือนจะยังไม่เด่นเท่าดารารายอื่นๆ ไม่ว่าจะ Seyfried, Olivia Wilde ในบทแม่ของวิล และ Cillian Murphy ในบทเรย์มอนด์ ลีออน เจ้าหน้าที่หน่วยไทม์คีพเปอร์ที่เดินตามเพียงกฎเป็นหลัก

ต้องยอมรับว่าการเอาไอเดีย “เวลาคือเงิน” มาทำหนังนั้นเข้าท่า และคนที่กำกับก็คือ Andrew Niccol ที่เคยเปิดตัวด้วยการกำกับหนัง “ชวนให้เราตั้งคำถาม” อย่าง Gattaca มาก่อน กับเรื่องนี้ก็ถือว่าสนุกไม่เลวครับ มีประเด็นน่าคิด เนื้อเรื่องน่าติดตาม แม้จะไม่ยอดเยี่ยมเท่า Gattaca แต่ก็พูดได้ว่าคุ้มค่าที่จะดู และมีอะไรเก็บไปให้คิดใคร่ครวญกัน

ข้อคิดสำคัญคือ เรียนรู้ที่จะบริหารสิ่งมีค่าต่างๆ ให้ดีครับ ทั้งเงินทอง เวลา และโอกาส เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วมีวันหมดไป

อ้อ ทรัพยากรประเภทที่ว่านี้ รวมถึง “ชีวิต” ด้วยนะครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

Advertisements